ตอนที่ 5 ฟีลิป ผู้ตั้งคำถาม และเรียนรู้ความเชื่อผ่านประสบการณ์
พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 ลูกา 6:14 ยอห์น 1:43–46 ยอห์น 14:8–9
ฟีลิป ผู้ตั้งคำถาม และเรียนรู้ความเชื่อผ่านประสบการณ์
ฟีลิปเป็นหนึ่งในอัครสาวกสิบสองคนที่มักถูกมองข้าม เพราะไม่มีปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่หรือคำเทศนาที่ยาวโดดเด่นเหมือนเปโตรหรือยอห์น แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง ฟีลิปคือภาพสะท้อนของผู้เชื่อจำนวนมาก คือผู้ที่เดินตามพระเยซูด้วยหัวใจที่จริงใจ แต่เต็มไปด้วยคำถาม และเรียนรู้ความเชื่อผ่านกระบวนการของชีวิตจริง
พระกิตติคุณทั้งสามเล่มแรกกล่าวถึงฟีลิปในฐานะหนึ่งในสิบสองอัครสาวก มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 และลูกา 6:14 ระบุชื่อของเขาเคียงข้างบารโธโลมิว ซึ่งสอดคล้องกับพระกิตติคุณยอห์นที่เชื่อมโยงฟีลิปกับนาธานาเอล แสดงให้เห็นความสัมพันธ์เชิงพันธกิจมากกว่าความโดดเด่นส่วนบุคคล
ฟีลิปมาจากเมืองเบธไซดา เมืองเดียวกับเปโตรและอันดรูว์ ยอห์น 1:43–46 เล่าเหตุการณ์สำคัญที่พระเยซูทรงเรียกฟีลิปด้วยพระองค์เอง คำตรัสสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “จงตามเรามาเถิด” ฟีลิปตอบสนองทันที และสิ่งแรกที่เขาทำคือไปหานาธานาเอล ไม่ใช่ด้วยถ้อยคำเทศนาที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยประโยคเรียบง่ายว่า “เราพบผู้นั้นแล้ว”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ฟีลิปโดดเด่นคือวิธีที่เขาเผชิญกับความสงสัย นาธาเนลตอบกลับด้วยความไม่เชื่อว่า “จะมีอะไรดีมาจากนาซาเร็ธได้หรือ” ฟีลิปไม่โต้แย้ง ไม่ยกเหตุผลเชิงศาสนศาสตร์ ไม่อ้างพระคัมภีร์ยาวเหยียด แต่กล่าวเพียงว่า “มาดูเถิด” นี่คือหัวใจของฟีลิป ความเชื่อที่เชิญชวนให้พิสูจน์ผ่านการพบเจอ ไม่ใช่การถกเถียง
ในพระกิตติคุณยอห์น ฟีลิปมักเป็นคนที่ตั้งคำถามแทนคนอื่น ในเหตุการณ์เลี้ยงคนห้าพันคน ฟีลิปเป็นผู้ที่พระเยซูทรงทดสอบด้วยคำถามเรื่องอาหาร เพื่อเปิดเผยข้อจำกัดของการคิดแบบมนุษย์ และในยอห์น 14:8–9 ฟีลิปทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงสำแดงพระบิดาแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด” คำถามนี้ไม่ใช่ความดื้อรั้น แต่เป็นความหิวกระหายที่จะเข้าใจ
คำตอบของพระเยซูสำคัญยิ่ง “ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดาแล้ว” ฟีลิปเรียนรู้ว่าความเชื่อคริสเตียนไม่ได้เริ่มจากการเข้าใจทุกอย่าง แต่เริ่มจากการรู้จักพระคริสต์อย่างแท้จริง ผ่านการอยู่กับพระองค์ เดินกับพระองค์ และยอมให้ประสบการณ์เปลี่ยนมุมมองชีวิต
ในบริบทของคริสตจักรยุคแรก ฟีลิปจึงเป็นตัวแทนของผู้เชื่อที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่เติบโตผ่านคำถาม ผ่านความสับสน และผ่านการเผชิญหน้ากับความจริงของพระเยซูคริสต์ ความเชื่อของเขาไม่ใช่ความเชื่อที่สำเร็จรูป แต่เป็นความเชื่อที่ก่อตัวขึ้นจากความสัมพันธ์
ข้อคิดสำหรับวันนี้
ฟีลิปสอนเราว่า การมีคำถามไม่ได้หมายความว่าเราขาดความเชื่อ ตรงกันข้าม คำถามที่ซื่อสัตย์อาจเป็นประตูสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า พระเยซูไม่ได้ปฏิเสธฟีลิปเพราะเขาถาม แต่ทรงนำเขาให้รู้จักพระบิดาผ่านพระองค์เอง
วันนี้ หากเรายังไม่เข้าใจทุกอย่างในความเชื่อ จงอย่าท้อใจ จงทำเหมือนฟีลิป คือเดินตามพระคริสต์ต่อไป เชิญชวนผู้อื่นมาดู และยอมให้ประสบการณ์กับพระองค์หล่อหลอมความเชื่อของเรา เพราะในที่สุด ผู้ที่ได้เห็นพระคริสต์ ก็จะได้เห็นความจริงที่เปลี่ยนชีวิตตลอดไป