ซีโมน เปโตร ผู้ถูกเรียกว่า “ศิลา” แต่ยังต้องเรียนรู้ความมั่นคง
พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:2 มาระโก 3:16 ลูกา 6:14 ยอห์น 1:40–42
เมื่อกล่าวถึงอัครทูตของพระเยซู ชื่อแรกที่พระคัมภีร์กล่าวถึงแทบทุกครั้งคือ ซีโมน ผู้ซึ่งพระเยซูทรงเรียกว่า เปโตร หรือ ศิลา ชื่อนี้ไม่ได้เป็นเพียงฉายา แต่สะท้อนถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในประวัติศาสตร์คริสตจักรยุคแรก
ในบริบทประวัติศาสตร์ ซีโมนเป็นชาวประมงจากกาลิลี ชนชั้นแรงงานธรรมดา อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางศาสนาอย่างเยรูซาเล็ม เขาไม่ได้รับการฝึกฝนแบบพวกธรรมาจารย์ ไม่ได้มีสถานะทางศาสนา แต่พระเยซูกลับทรงเลือกเขา และเปลี่ยนชื่อเขาเสียใหม่ การเปลี่ยนชื่อในโลกยิวโบราณหมายถึงการได้รับพันธกิจใหม่ เช่นเดียวกับอับราฮัม ยาโคบ หรือโฮเชยา
ยอห์นบันทึกว่า เมื่อซีโมนพบพระเยซูครั้งแรก พระองค์ตรัสว่า เจ้าเป็นซีโมน บุตรของโยฮานัน แต่เจ้าจะถูกเรียกว่า เคฟาส แปลว่า ศิลา ชื่อใหม่นี้ไม่ได้อธิบายสิ่งที่ซีโมนเป็นในเวลานั้น แต่ประกาศถึงสิ่งที่พระเจ้าจะทรงกระทำผ่านเขา
เมื่อเรามองชีวิตของเปโตรตามลำดับเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ จะเห็นความย้อนแย้งอย่างชัดเจน ชายที่ถูกเรียกว่า ศิลา กลับเป็นคนใจร้อน พูดก่อนคิด กล้าหาญแต่หวั่นไหวง่าย เขาสามารถประกาศความเชื่ออย่างยิ่งใหญ่ และในเวลาไม่นานก็สามารถปฏิเสธพระอาจารย์ของตนเองได้
นี่คือมุมมองทางศาสนศาสตร์ที่สำคัญ ศิลาไม่ได้หมายถึงความสมบูรณ์แบบ แต่หมายถึงความมั่นคงที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นทีละขั้น พระคริสต์ไม่ได้ทรงสร้างคริสตจักรด้วยคนที่พร้อมแล้ว แต่ทรงสร้างผ่านคนที่ยังต้องเรียนรู้ เติบโต และถูกขัดเกลา
ในบริบทของจักรวรรดิโรมันยุคแรก เปโตรกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของคริสตจักร ท่ามกลางการกดขี่ การเบียดเบียน และความไม่แน่นอนของโลกโบราณ ความมั่นคงของเขาไม่ได้มาจากนิสัยเดิม แต่มาจากการทรงงานของพระเจ้าในชีวิตจริง
ข้อคิดสำหรับวันนี้ คือ พระเจ้าทรงเรียกเราตามสิ่งที่พระองค์ทรงเห็น ไม่ใช่ตามสิ่งที่เราเป็นอยู่ในวันนี้ หากชีวิตยังไม่มั่นคง ยังสั่นไหว ยังล้มเหลว นั่นไม่ได้ตัดสิทธิ์จากการทรงเรียก แต่กลับเป็นพื้นที่ที่พระเจ้าจะทรงสำแดงฤทธานุภาพ
ศิลา ไม่ได้เกิดจากความแข็งแกร่งของมนุษย์ แต่เกิดจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และชีวิตของซีโมน เปโตร ยังคงยืนยันความจริงนี้ตลอดประวัติศาสตร์คริสตจักรจนถึงวันนี้