ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562

พระเยซูเป็นครูที่ดีเพราะทำให้ดู


ครั้งหนึ่ง พวกสาวกถกเถียงกันว่าใครจะเป็นใหญ่ (มก.9:34) พระเยซูจึงนำเด็กมาให้พวกเขาดู และกล่าวว่า “ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​คน​แรก ก็​ให้​คน​นั้น​เป็น​คน​สุด​ท้าย และ​เป็น​คน​ปรน​นิบัติ​คน​ทั้ง​หลาย”

แต่สาวกก็ยังไม่เข้าใจ ยิ่งหนักกว่าเดิม (มก.10:35) ยอห์นกับยากอบขอเป็นใหญ่รองจากพระเยซู

พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “พวกท่านไม่เข้าใจ​ สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ขอ ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​นั้น​พวก​ท่าน​ดื่ม​ได้​หรือ? และ​บัพ​ติศ​มา​ที่​เรา​รับ พวก​ท่าน​จะ​รับ​ได้​หรือ?” (มก. 10:38)

ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​นาย คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​คน​ทั้ง​หลาย (มก.10:44)

สุดท้ายพระเยซูต้องทำอะไรบางอย่างให้พวกเขาเข้าใจจริงๆ

(ยน. 13:12-14) เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​ล้าง​เท้า​ของ​พวก​เขา​แล้ว พระ​องค์​ก็​ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​แล้ว​ประ​ทับ​ลง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “พวกท่านเข้าใจสิ่งที่เราทำกับท่านหรือไม่? พวก​ท่าน​เรียก​เรา​ว่า​พระ​อา​จารย์​และ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า ท่าน​เรียก​ถูก​แล้ว เพราะ​เรา​เป็น​อย่าง​นั้น เพราะ​ฉะนั้น​ถ้า​เรา​ผู้​เป็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​และ​พระ​อา​จารย์​ยัง​ล้าง​เท้า​ของ​พวก​ท่าน ท่าน​ก็​ควร​จะ​ล้าง​เท้า​ของ​กัน​และ​กัน​ด้วย"

บ่อยครั้ง ที่คนอยากเป็นครู อยากสอนผู้อื่น แต่มักจะเพียงแค่สั่ง แค่สอน ไม่ได้ดูว่าลูกศิษย์เข้าใจในสิ่งที่ตนสอนหรือไม่ แต่พระเยซูท่านสอน ท่านสั่ง และสุดท้ายกระทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เพราะศิษย์ไม่เข้าใจ

คำสอนที่เป็นนามธรรมอาจเข้าใจยากสำหรับบางคน แต่คำสอนที่เป็นรูปธรรม หรือทำให้ดู จะจดจำง่ายกว่า

ขอยกย่องครูทุกท่าน ผู้สนใจในศิษย์ของตน กระทั่งเป็นต้นแบบที่ดี

Natthanan Sonprint เขียน
16.1.19

พระเยซูก็เคยเป็นเด็กที่พ่อแม่คิดว่าหลงทาง

งานเทศกาลมีคนเยอะ เมื่อลูกหาย พ่อแม่ก็เป็นห่วง ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา


แต่เด็กบางคนก็เก่งกล้าสามารถ จนบางครั้งก็ล้ำกว่าผู้ใหญ่มาก เพราะ...
  • กล้าคิด 
  • กล้าพูด 
  • กล้าแสดงความคิดเห็น
  • กล้า... ฯลฯ
ท่าทีของพ่อแม่คืออะไร? บอกลูกว่า...
  • หยุดคิด
  • หยุดพูด
  • หยุดแสดงอาการ...
หรือส่งเสริม...
  • ให้คิด
  • ให้พูด
  • ให้แสดงความคิดเห็น
บทเรียนจาก ลูกา บทที่ 2
ข้อ 41. ฝ่าย​บิดา​มารดา​เคย​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเล็ม ใน​เทศกาล​ปัสกาทุก​ปีๆ
42. เมื่อ​พระ​กุมาร​มี​พระ​ชนม์​สิบสองพรรษา เขา​ทั้ง​หลาย​ก็​ขึ้น​ไป​ตาม​ธรรม​เนียม​ใน​เทศกาล​นั้น​
43. เมื่อ​ครบ​กำหนด​วัน​เลี้ยง​กัน​แล้ว ขณะ​เขา​กำลัง​กลับไป ​พระ​กุมาร​เยซู​ยัง​ค้าง​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ฝ่าย​บิดา​กับ​มารดา​ก็​ไม่​รู้​
44. แต่​เพราะ​เขา​ทั้ง​สอง​คิด​ว่า ​พระ​กุมาร​นั้น​อยู่​ใน​หมู่​คน​ที่มา​ด้วย​กัน เขา​จึง​เดินทาง​ไป​ได้​วัน​หนึ่ง แล้ว​เริ่ม​หา​พระ​กุมาร​ใน​หมู่​ญาติ​พี่​น้อง​และ​พวก​คน​ที่​รู้จัก​กัน​
45. เมื่อ​ไม่​พบ​จึง​กลับไป​เที่ยว​หา​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​
46. ครั้น​หา​มา​ได้​สาม​วัน​แล้ว จึง​พบ​พระ​กุมาร นั่งอยู่ในพระวิหารท่ามกลางพวกอาจารย์ ฟังและไต่ถามพวกอาจารย์เหล่านั้นอยู่​
47. คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ได้​ยิน​ก็​ประหลาด​ใจ​ใน​สติปัญญา​และ​คำตอบ​ของ​พระ​กุมาร​นั้น​
48. ฝ่าย​บิดา​มารดา​เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​ประหลาด​ใจ มารดา​จึง​ว่า “ลูก​เอ๋ย ทำไม​จึง​ทำ​แก่​เรา​อย่าง​นี้ ดู​เถิด พ่อกับแม่แสวงหาเป็นทุกข์นัก”
49. ​พระ​เยซู​จึง​ตอบ​ว่า “ท่าน​เที่ยว​หา​ฉัน​ทำไม ท่าน​ไม่​ทราบ​หรือ​ว่า ฉันต้องอยู่ในพระนิเวศแห่งพระบิดาของฉัน”
50. ฝ่าย​บิดา​มารดา​ก็​ไม่​เข้าใจ​คำ​ซึ่ง​ท่าน​กล่าว​แก่​เขา​
51. แล้ว​พระ​กุมาร​ก็​ลง​ไป​กับ​เขา ไป​ยัง​เมือง​นาซาเร็ธ อยู่ใต้การปกครองของเขา มารดา​ก็​เก็บ​เรื่องราว​ทั้งหมด​นั้น​ไว้​ใน​ใจ
52. ​พระ​เยซู​ก็​ได้​จำเริญ​ขึ้น​ใน​ด้าน​สติปัญญา ใน​ด้าน​ร่างกาย และ​เป็น​ที่​ชอบ​จำเพาะ​พระ​เจ้า และ​ต่อ​หน้า​คน​ทั้ง​ปวง​ด้วย

Natthanan Sonprint เขียน
12.1.19