ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผมอ่านหนังสือเยอะครับ


มีคนเคยถามผม (อีกครั้งหนึ่ง) ว่า "ไปเอาความรู้ (ทางพระคัมภีร์) มาจากไหน?"

ผมก็ตอบไปว่า "อ่านหนังสือเอาครับ"

เขาก็ถามต่อว่า "แล้วรู้เลยเหรอ"

ผมก็ชักจะไม่แน่ใจว่าจะตอบยังไงต่อดี เพราะถ้าถามตอบกันไปเรื่อยๆ จะเหมือนอวดตัวไปหรือเปล่า

เอาเป็นว่า ครั้งหนึ่ง!

ผมเคยเอาสิ่งที่อ่านๆ มาตั้งแต่เชื่อพระเจ้าช่วงอายุ 17-18 อ่านหมด ไม่ว่าจะพระคัมภีร์ ต่วยตูนฉบับพิเศษที่มีเรื่องประวัติศาสตร์ พอมีงานมีรายได้ ก็พัฒนาเป็นตำราฝรั่ง สะสมจากเล่มละ 100 เป็นเล่มละ 1000 ก็มี จนกระทั่งหลายร้อยเล่ม ทุกวันนี้ก็ยังซื้อตำราใหม่ๆ อยู่

แล้วก็ถึงเวลาได้ใช้!

ในช่วงก่อนปี 2000 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนกลัวโลกแตกกัน (เหมือนปี 2012) ผมเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งชื่อว่า "ปี 2000 ไม่ใช่วันสิ้นโลก" เพื่อชี้แจงว่าโลกยังไม่แตก โดยใช้ข้อมูลจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ล และพิมพ์ขายตามร้านหนังสือทั่วไป ผลปรากฏติดอันดับ 11 ในหมวดหนังสือคอมพิวเตอร์ของซีเอ็ด จนมีคนที่ซื้อไปอ่านบอกว่า อย่างกับคริสเตียนเขียน...

และอีกครั้ง ช่วงที่คริสเตียนถูกสั่นคลอนความเชื่อเกี่ยวกับนิยายดังของแดน บราวน์ เรื่อง "รหัสลับดาวินชี"

ผมก็เขียนหนังสือชี้แจงอีกหลายเล่ม รวมทั้งเขียนเป็นนิยายด้วย และเล่มที่หลายคนรู้จักก็คือ "แกะรอยแดน บราวน์ สืบรหัสลับดาวินชี" นี่ก็มาจากการอ่านหนังสือและสะสมตำรา จึงสามารถเรียบเรียงข้อมูล ข่าวสาร ทั้งอดีตในมุมมองของประวัติศาตร์ ทั้งปัจจุบันในเชิงเปรียบเทียบ และอนาคตในเชิงวิเคราะห์

ดังนั้น การบรรยายในการสัมมนาทุกครั้ง ผมต้องกลับไปอ่านหนังสือที่มีอยู่หลายรอบ และจัดทำขึ้นมาเป็นบทบรรยาย ทั้งภาพและข้อมูล รวมไปถึงคลิปวีดีโอ

การที่ใครก็ตามที่มาฟัง ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งนั้นครับ หากใครสงสัยว่าผมไปเอาความรู้มาจากไหน?

ก็ขอตอบเหมือนเดิมว่า "ผมอ่านหนังสือเยอะครับ"

ชมกันฟรีๆ "สำรวจวิวรณ์"

ความยาวเกือบ 1 ชั่งโมงครึ่ง ให้ชมกันฟรีๆ ครับ เรียนรู้และเข้าใจ "วิวรณ์"


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สัมมนา "กิจการ" ครั้งที่ 1

มาแล้วครับงานสัมมนาครั้งต่อไป "ที่เก่า เวลาเดิม" สำหรับท่านที่ยังไม่เคยมาสักครั้ง ต้องรีบโทรสำรองที่นั่งล่วงหน้านะครับ เพราะมีผู้ที่มาประจำอยู่แล้ว อย่าพลาด! เรื่องความรู้ในพระเจ้านะครับ..
  • ถอดรหัสชื่อบุคคล “เธโอฟีลัส”? ที่ลูกาเขียนถึง เขาคือใคร? โดยแกะรอยจากภาษากรีก
  • ...จากเยรูซาเล็ม ยูเดีย สะมาเรีย และที่สุดปลายแผ่นดินโลก...หมายถึงอะไรกันแน่?
  • “ภาษาอื่นๆ” (หรือที่เรียกกันว่า “ภาษาแปลกๆ”) เกิดขึ้นครั้งแรกเพื่อใคร? และเพื่ออะไร?
  • ใครปกครองอาณาจักรโรมัน (ซีซาร์) ในสมัยที่เกิดตุการณ์ในบันทึกหนังสือ “กิจการ”
  • ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในยุคอัครทูต
  • และร่วมเจาะลึก “กิจการ”บทที่ 1-8 แบบทุกบททุกข้อ*

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สัมมนาครั้งต่อไปในเดือนกันยายน 2013 "กิจการ ครั้งที่ 1"

สัมมนาครั้งต่อไปในเดือนกันยายน 2013 "กิจการ ครั้งที่ 1" จะเรียนรู้อะไรบ้าง เอาตัวอย่างไปชมกันก่อน..
หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่าคำพูดของพระเยซูที่กล่าวว่า "...และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก" ในกิจการ บทที่ 1 ข้อ 8 นั้น สำเร็จแล้วในยุคนั้น


เพียง 30 กว่าปีที่อัครทูตทำงานอย่างเต็มกำลัง ผลที่รับมากมายมหาศาล


จากบันทึกในหนังสือกิจการ เมื่อแบ่งเป็นช่วงๆ จะเห็นถึงการเป็นพยานที่เกิดผล และเป็นไปตามคำของพระเยซู ที่เริ่มต้นจากเยรูซาเล็ม ยูเดีย และสะมาเรีย...


สุดปลายแผ่นดินโลกในยุคนั้นก็คือ "อาณาจักรโรมัน" แล้ว "สุดปลาย" ของยุคเราคือที่ไหน?

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณทรงให้พูด ในหนังสิอกิจการ

กิจการ บทที่ 2 ข้อ 4 พวกเขาทั้งหมดก็เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงเริ่มต้นพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณทรงให้พูด..

ถาม พวกเขาทั้งหมดพูดภาษาอื่นๆ (speak in other tongues) กันรวมกี่ภาษา มีภาษาอะไรบ้าง



ตอบ ทั้งหมด 15 ภาษา ดังนี้...
1.ภาษาชาวปารเธีย
2.ภาษาชาวมีเดีย
3.ภาษาชาวเอลาม
4.ภาษาคนที่อยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย
5.ภาษาแคว้นยูเดีย
6.ภาษาแคว้นคัปปาโดเซีย
7.ภาษาแคว้นปอนทัส
8.ภาษาเอเชีย
9.ภาษาแคว้นฟรีเจีย
10.ภาษาแคว้นปัมฟีเลีย
11.ภาษาอียิปต์ (แขวงเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน)
12. ภาษาคนมาจากกรุงโรม
13.ภาษาพวกยิวกับคนเข้าจารีตยิว
14.ภาษาชาวเกาะครีต
15.ภาษาชาวอาระเบีย
(อ้างอิง พระธรรมกิจการ บททที่ 2 ข้อที่ 5-11)

ในครั้งนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้พวกเขาพูดภาษาอื่นๆ ซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศที่มีผู้ที่มาจาก 15 แห่งในย่านนั้นฟังรู้เรื่อง และจึงสรรเสริญพระเจ้า

ข้อมูลจากหนังสือ Bible Maps & Charts (เราจะใช้ข้อมูลจากตำรานี้ในการสัมมนาครั้งต่อไปด้วยครับ)

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สัมมนาครั้งต่อไป "เจาะลึก กิจการของอัครทูต"


คำ​นำ
นับ​แต่​ศตวรรษ​ที่​สอง​เป็น​ต้น​มา​หนังสือ​เล่ม​นี้​ใช้​ชื่อว่า “กิจการ​ของ​อัครทูต” แม้​ต่อ​มา​มี​บางคน​เห็นว่า​น่า​จะ​เรียก​ว่า “กิจการ​ของ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์” เพราะ​ได้​เห็น​การ​ทำงาน​ของ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์​ใน​เหตุการณ์​ต่างๆ มากมาย หนังสือ​กิจการ​บันทึก​เหตุการณ์​ต่อ​จาก​กิตติคุณ​ลูกา​ตาม​ที่​ผู้​เขียน​บอก​ไว้​ใน​ตอน​ต้น (1:1-3) ฉะนั้น​ผู้​เขียน​จึง​นำ​เรื่อง​สุดท้าย​ของ​กิตติคุณ​ลูกา​มา​เกริ่นนำ​ใน​เล่ม​นี้ (ลก. 24:48-53; กจ. 1:4-11)

ผู้​เขียน
เชื่อ​ว่า​นายแพทย์ลูกาเป็น​ผู้​เขียน​ทั้ง​กิตติคุณ​ลูกาและ​หนังสือ​กิจการ (ดู “ผู้​เขียน” ใน​คำ​นำ​ของ​กิตติคุณ​ลูกา) เนื่องจาก​เหตุผล​ต่อไป​นี้
1) ผู้​รับ​กิตติคุณ​ลูกาและ​หนังสือ​กิจการ​เป็น​คนเดียว​กันและ​เนื้อ​หา​ตอน​ต้น​ของ​หนังสือ​กิจการ​ก็​ระบุ​ชัด​ว่า​เป็น​เล่ม​ที่​สอง​ที่​เขียน​ให้​กับ​เธโอฟีลัส​ต่อ​จาก​เล่ม​แรกคือ​กิตติคุณ​ลูกา
2) ลูกาเคยอยู่​กับ​เปาโล​ขณะ​ที่​เปาโล​ถูก​จำจอง​ที่​กรุงโรม​เป็น​เวลา​สอง​ปี (คส. 4:14; ฟม. 23-24) ทำ​ให้​ลูกาได้​รับ​รู้​ข้อ​มูล​ต่างๆ เป็น​อย่างดี
3) ลูกาได้​เดิน​ทาง​ร่วม​กับ​คณะ​ของ​เปาโล​ใน​การ​ประกาศ​พระ​กิตติคุณตั้งแต่​เมือง​โตรอัส (16:10-17) จน​กระทั่ง​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม (20:5-21:26) และ​กรุงโรม (27:1-28:16) ดัง​นั้น​คำ​ว่า “เรา” หรือ “พวก​เรา” ใน​หลาย​ตอน​ของ​หนังสือ​กิจการ​จึง​น่า​จะ​หมาย​ถึง​เปาโล​และ​ตัว​ลูกาผู้​เขียน​ที่ได้​ร่วม​เดิน​ทาง​ไป​ประกาศ​พระ​กิตติคุณ​ด้วย

เวลา​และ​สถาน​ที่​เขียน
อาจ​เขียน​ขึ้น​หลัง​กิตติคุณ​มัทธิว มาระโก ลูกา และ​เขียน​หลัง​จาก​เปาโล​ถูก​จักรพรรดิเนโร​ประหาร​ชีวิต ฉะนั้น​หนังสือ​กิจการ​จึง​อาจ​เขียน​ขึ้น​ประมาณ​ปี ค.ศ. 80 ขณะ​อยู่​ที่​กรุงโรมหรือ​เมือง​หนึ่ง​ใน​ประเทศ​กรีซ​หรือ​แถบเอเชียน้อย

ผู้​รับ
เนื้อ​หา​ตอน​ต้นบ่งบ​อก​ชัดเจน​ว่า​ผู้​รับ​ชื่อเธโอฟีลัส ซึ่ง​เป็น​คน​ต่างชาติ

วัตถุ​ประสงค์
1) เพื่อ​บันทึก​ประวัติ​การ​เผยแพร่​พระ​กิตติคุณ​ของ​พระเยซู และ​การ​สร้าง​คริสตจักร​ที่​ประกอบ​ด้วย​ชาว​ยิว​และ​ชาว​ต่างชาติ ลูกา​ต้อง​การ​ชี้​ให้​เห็น​ว่า ข่าว​ประเสริฐ​ไม่ได้​จบ​ลง​ที่​การ​สิ้นพระชนม์​และ​การ​คืน​พระ​ชนม์​ของ​พระเยซู แต่​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​ตาม​มา​คือ​การ​ป่าว​ประกาศ​ข่าวดี​นี้​ให้​โลก​ทราบ พวก​อัครทูต​เริ่ม​ประกาศ​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม ซึ่ง​เป็น​จุด​ศูนย์​กลาง​ของ​ชาว​ยิว​และ​เป็น​จุด​เริ่มต้น​ของ​คริสตจักร​ก่อน ต่อ​จาก​นั้น​จึง​แผ่​ขยาย​ออกไป​ถึง​กรุงโรม ซึ่ง​เป็น​ศูนย์​กลาง​ของ​อาณาจักรโรมัน (1:8; 28:30-31) จึง​เป็น​เหตุ​ให้​คน​ต่างชาติ​ได้​ยิน​พระ​กิตติคุณ​ของ​พระเยซูคริสต์ กจ. 1:8 เป็น​พระดำรัส​ของ​พระเยซู​ที่​พวก​อัครทูต​ได้​นำ​มา​ปฏิบัติ โดย​มี​ขั้น​ตอน​การ​ประกาศ​พระ​กิตติคุณ​และ​สร้าง​คริสตจักร​เป็น​สาม​ช่วง​คือ
1. พวก​อัครทูต​สร้าง​คริสตจักร​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​โดย​การ​ประกาศ​แก่​ชาว​ยิว​เท่านั้น (2:1-8:3)
2. เมื่อ​การ​ข่มเหง​คริสตชน​เริ่ม​ต้น​ขึ้น​ใน​กรุงเยรูซาเล็ม ทำ​ให้​ข่าว​ประเสริฐ​แผ่​ขยาย​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​สะมาเรีย (8:4-9:31)
3. ข่าว​ประเสริฐ​แพร่​ไป​ถึง​กรุง​โรม​ซึ่ง​ถือ​ว่า​เป็น​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดินโลก โดย​พระเจ้า​ทรง​ใช้​เปาโล​เป็น​เครื่อง​มือ​ใน​การ​เดิน​ทาง​ไป​ประกาศ (9:32-28:31)
2) เพื่อ​ชี้​ให้​เห็น​ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​คริสตจักร​และ​อาณาจักร​โรมัน เปาโล​และ​ผู้​ร่วม​งาน​บาง​คน​ถูก​ฟ้อง​ต่อ​หน้า​เจ้า​หน้า​ที่​อาณา​จักร​โรมัน​หลาย​ครั้ง (16:19-21; 18:12-13) แต่​หลังจาก​สอบ​สวน​แล้ว​พบ​ว่า​เปาโล​และ​พวก​คริสตชน​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ของ​บ้าน​เมือง เช่น​ใน 16:35-39; 18:14-16

ลักษณะ​พิเศษ​ของ​หนังสือ​กิจการ
ผู้​เขียนเน้นพระราชกิจ​ของ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ ตั้งแต่​ตอน​ต้น​ของ​หนังสือ​เปิดฉาก​กล่าวถึง​วัน​เพ็น‍เท‍คอสต์​ไป​จน​ถึง​ตอน​จบ​ของ​หนังสือ​ซึ่ง​กล่าวถึง​ช่วง​เวลา​ที่​เปาโล​ถูกจับ (2:1-4; 6:3, 5; 8:15-17; 9:17, 31; 19:1-7; 21:4, 11) นอกจาก​นี้​ลูกายังเน้นการก่อ​ตั้ง​คริสตจักร และ​การ​ทำ​ให้​เติบโต​ขึ้น​โดย​ทาง​การ​สามัคคีธรรม​ระหว่าง​ผู้เชื่อ (5:11; 9:31; 11:19-26; 14:23; 15:41; 16:5) ลูกายัง​ชี้​ให้​เห็น​ถึง​ความ​สำคัญ​ของ​การ​อธิษฐาน พี่น้อง​คริสตชน​ควร​ใช้​เวลา​ใน​การ​อธิษฐาน​เผื่อ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน และ​อธิษฐาน​เผื่อ​พระราชกิจ​ของ​พระเจ้า (1:14; 2:42; 4:24; 6:4-6; 13:3; 16:25; 20:36)

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประโยคที่ว่า "พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ" มีความหมายว่าอย่างไร?

คำถามลองภูมิรู้..
ถามว่า.. ทำไมในพระัคัมภีร์เดิมถึงเรียกเช่นนี้ว่า "..เป็นพระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ" มีความหมายว่าอย่างไร? ใครพอจะรู้บ้าง..

คำตอบคือ...
เพราะทั้งอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ อยู่ร่วมสมัยเดียวกัน ทั้งหมดอยู่ในเต็นท์เดียวกัน (ฮบ.11:9 เพราะความเชื่อของท่าน ท่านได้พำนักในแผ่นดินซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาไว้นั้น คือได้พำนักในเต็นท์เป็นคนต่างด้าว ดังอิสอัคและยาโคบซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน ตามพระสัญญาอันเดียวกันนั้น)

อิสอัคเกิดตอนอับราฮัมอายุ 100 ปี (ปฐก.21:5)

อับราฮัมอายุ 175 ปี จึงสิ้นชีวิต (ปฐก.25:7) แสดงว่าอิสอัคได้อยู่กับพ่อนาน 75 ปี

อิสอัคแต่งงานกับเรเบคาห์ตอนอายุ 40 ปี (ปฐก.25:20)

และมีลูกตอนอายุ 60 ปี (ปฐก.25:26)

ซึ่งสรุปได้ว่า ทั้งเอซาวและยาโคบ ลูกแฝดของอิสอัคได้พบและอยู่ร่วมสมัยกับปู่อับราฮัมนานถึง 15 ปีนั่นเอง