ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569

อันดรูว์ ผู้พาคนอื่นมาพบพระคริสต์เสมอ

 ตอนที่ 2 อันดรูว์ ผู้พาคนอื่นมาพบพระคริสต์เสมอ

พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:2 มาระโก 3:18 ลูกา 6:14 ยอห์น 1:40–42 ยอห์น 6:8–9



    อันดรูว์เป็นหนึ่งในอัครทูตสิบสองคน แต่แทบไม่เคยอยู่แถวหน้าของเวทีประวัติศาสตร์ เขาไม่ใช่คนที่เทศนาในวันเพ็นเทคอสต์ ไม่ใช่ผู้เขียนหนังสือพระกิตติคุณ และไม่ใช่ผู้นำหลักของคริสตจักรยุคแรก หากแต่พระคัมภีร์จดจำเขาด้วยบทบาทที่สม่ำเสมอและชัดเจนอย่างยิ่ง คือ “ผู้พาคนอื่นมาพบพระคริสต์”

    ในยอห์น บทที่ 1 อันดรูว์ปรากฏตัวครั้งแรกในฐานะศิษย์ของยอห์นผู้ให้บัพติศมา เมื่อได้ยินคำประกาศว่า “ผู้นี้แหละคือพระเมษโปดกของพระเจ้า” อันดรูว์ไม่ได้หยุดแค่การเชื่อส่วนตัว แต่รีบไปหาซีโมนพี่ชายของตน และกล่าวประโยคที่เรียบง่าย แต่เปลี่ยนประวัติศาสตร์คริสตจักรว่า “เราพบพระเมสสิยาห์แล้ว” จากนั้นเขาพาซีโมนไปหาพระเยซู ชายผู้นั้นต่อมาจะถูกเรียกว่า เปโตร ศิลาแห่งคริสตจักร

    ในเชิงประวัติศาสตร์ ชาวกาลิลีอย่างอันดรูว์อยู่ชายขอบของสังคมยิว ทั้งด้านการศึกษาและอำนาจทางศาสนา แต่พระเจ้าไม่ทรงเลือกเขาเพราะตำแหน่ง หากเลือกเพราะความไวต่อเสียงเรียก และความเต็มใจที่จะเชื่อมคนธรรมดา เข้ากับพระคริสต์ นี่สะท้อนรูปแบบของคริสตจักรยุคแรก ที่เติบโตขึ้นโดยไม่ใช่ด้วยโครงสร้างใหญ่โต แต่ด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว

    ในยอห์น บทที่ 6 เมื่อฝูงชนหิวโหย อันดรูว์เป็นคนเดียวที่สังเกตเห็นเด็กชายที่มีขนมปังห้าก้อนและปลาเล็กสองตัว เขาไม่ได้แก้ปัญหาด้วยตนเอง แต่พาสิ่งเล็กน้อยนั้นมาวางไว้ในพระหัตถ์ของพระเยซู และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น อันดรูว์ไม่ใช่ผู้ทำการอัศจรรย์ แต่เป็นผู้เชื่อมทรัพยากรเล็กน้อยของมนุษย์เข้ากับฤทธานุภาพของพระเจ้า

    ในประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา บทบาทแบบอันดรูว์มักถูกมองข้าม แต่แท้จริงแล้วคือรากฐานของการขยายคริสตจักร ไม่ใช่ทุกคนถูกเรียกให้ยืนหน้าเวที แต่ทุกคนถูกเรียกให้เป็นสะพาน

    ข้อคิดสำหรับวันนี้คือ โลกไม่ได้ขาดคนพูดเก่ง แต่ขาดคนที่เต็มใจพาผู้อื่นไปพบพระคริสต์อย่างเงียบๆ ไม่ต้องอธิบายเก่ง ไม่ต้องมีตำแหน่ง ขอเพียงรู้จักพระเยซูจริงๆ และกล้าพูดว่า “มาดูเถิด” ชีวิตแบบอันดรูว์ อาจไม่ถูกจารึกยิ่งใหญ่ในสายตามนุษย์ แต่ในสายตาของพระเจ้า คนที่พาผู้อื่นมาพบพระคริสต์เสมอ คือคนที่กำลังร่วมเขียนประวัติศาสตร์แห่งความรอดอย่างแท้จริง