ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

กายอัส – เจ้าของบ้านผู้เปิดประตูให้ข่าวประเสริฐ

 กายอัส – เจ้าของบ้านผู้เปิดประตูให้ข่าวประเสริฐ

"บ้านที่เปิดรับพระเจ้า สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้"


   "กายอัส เจ้าของบ้านผู้เลี้ยงดูข้าพเจ้า และเป็นผู้บำรุงคริสตจักรทั้งหมดฝากความคิดถึงมายังท่าน..." -โรม 6:23

    "ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า ที่ข้าพเจ้ามิได้ให้บัพติศมาแก่ผู้หนึ่งผู้ใดในพวกท่าน เว้นแต่คริสปัสและกายอัส" - 1 โครินธ์ 1:14

    หากพูดถึงผู้รับใช้พระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ เรามักจะนึกถึงผู้ประกาศที่ยิ่งใหญ่ นักศาสนศาสตร์ชั้นยอด หรืออัครทูตที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อบุกเบิกคริสตจักรอย่างเปาโล แต่ในเงาเบื้องหลังของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น ยังมีบุคคลสำคัญอีกหลายคนที่พระเจ้าทรงใช้ด้วยหัวใจที่เงียบสงบ ทว่ามีแรงสั่นสะเทือนยิ่งใหญ่ต่ออาณาจักรของพระองค์ ชายคนนั้นชื่อ "กายอัส"

    กายอัส คือใคร? ในคริสตจักรที่เมืองโครินธ์ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ความวุ่นวาย และความสับสนทางจริยธรรม กายอัสคือหนึ่งในกลุ่มคนกลุ่มแรกที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ และได้รับการรับบัพติศมาด้วยมือของเปาโลเอง แต่อะไรคือสิ่งที่ทำให้ชื่อของชายคนนี้ได้รับการบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ด้วยความซาบซึ้งใจ?

    คำตอบอยู่ในคำอธิบายของเปาโลที่กล่าวว่า "กายอัส เจ้าของบ้านผู้เลี้ยงดูข้าพเจ้า และเป็นผู้บำรุงคริสตจักรทั้งหมดฝากความคิดถึงมายังท่าน" โรม 16:23

    ในยุคเริ่มแรก คริสตจักรยังไม่มีอาคารโบสถ์ที่โอ่อ่า ไม่มีไมโครโฟน หรือเวทีใหญ่โต การขยายตัวของข่าวประเสริฐขึ้นอยู่กับสิ่งเดียว นั่นคือ "ประตูบ้านที่เปิดออก"

    กายอัส ไม่ได้เพียงแต่เปิดประตูบ้านของเขาเพื่อให้เปาโลได้มีที่พักผ่อนหรือเขียนจดหมาย (ซึ่งเชื่อกันว่าจดหมายถึงชาวโรมก็ถูกเขียนขึ้น ณ บ้านของกายอัสแห่งนี้) แต่เขายังเปิดบ้านให้กลายเป็น "คริสตจักร" สถานที่ที่ธรรมิกชนและผู้เชื่อมากมายได้มารวมตัวกัน นมัสการ ร่วมรับประทานอาหาร หนุนใจ และได้รับการเยียวยาบาดแผลทางจิตวิญญาณ

    บ้านของกายอัส ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งปลูกสร้างที่ทำจากอิฐและปูน แต่เป็น "พื้นที่แห่งพระคุณ" ที่ซึ่งผู้คนเดินเข้ามาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่กลับออกไปด้วยความหวัง เป็นสถานที่ที่ผู้คนแปลกหน้ากลายเป็นพี่น้อง และคนบาปได้รับการอภัย

    การเปิดบ้านของกายอัส อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการเทศนาต่อหน้าคนนับพัน แต่มันคือ "รากฐาน" ที่ทำให้การเผยแพร่ข่าวประเสริฐดำเนินต่อไปได้ หัวใจแห่งการต้อนรับของเขา ได้กลายเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าใช้เปลี่ยนชีวิตผู้คนมากมาย เพราะเมื่อเราเปิดพื้นที่ที่เรามีให้พระเจ้า ทรัพยากรธรรมดาๆ ในมือของเราจะกลายเป็นสถานที่แห่งการอัศจรรย์ของพระองค์ทันที

    ข้อคิดสำหรับวันนี้

    1. บ้านไม่ได้กว้างเพราะขนาดของห้อง แต่น่าอยู่เพราะขนาดของหัวใจ

    เราไม่ต้องรอให้มีบ้านหลังใหญ่หรือมีเงินทองมากมายจึงจะรับใช้พระเจ้าได้ กายอัสสอนเราว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรามี อะไร แต่อยู่ที่เรายินดี แบ่งปัน สิ่งที่มีเพื่อพระเจ้าและผู้อื่นมากแค่ไหน

    2. ทุกพื้นที่ในชีวิตเรา สามารถเป็น "ช่องทางแห่งพระคุณ" ได้

    บ้านของคุณ โต๊ะทำงานของคุณ ร้านกาแฟที่คุณนั่ง หรือแม้แต่คำพูดต้อนรับสั้นๆ ของคุณ สามารถกลายเป็นสถานที่ที่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้เสมอ หากคุณยอมมอบพื้นที่นั้นให้เป็นของพระเจ้า

    3. การรับใช้เบื้องหลัง มีคุณค่าที่ไม่แพ้การรับใช้เบื้องหน้า

    โลกอาจจำชื่อคนพูดบนเวที แต่พระเจ้าทรงบันทึกชื่อของผู้ที่ตั้งใจเปิดประตูต้อนรับ วันนี้อย่าด้อยค่าสิ่งที่คุณทำเบื้องหลัง เพราะพระเจ้าทรงเห็นและทรงใช้มันเปลี่ยนโลกอย่างแน่นอน

    "ท่านทั้งหลายจงต้อนรับเลี้ยงดูซึ่งกันและกันโดยไม่บ่น ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า" - 1เปโตร 4:9-10











เดมาส – ผู้จากไปเพราะรักโลก

เดมาส – ผู้จากไปเพราะรักโลก
ครั้งหนึ่งเป็นผู้ร่วมงานของเปาโล แต่ภายหลังละทิ้งพันธกิจ



    ในหน้าประวัติศาสตร์ของคริสตจักรยุคแรก ชื่อของ “เดมาส” อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักโดดเด่นเท่ากับเปาโล ทิโมธี หรือลูกา แต่เรื่องราวชีวิตของเขากลับเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ที่ทรงพลังที่สุดบทหนึ่งในพระคัมภีร์ใหม่ ซึ่งถูกบันทึกไว้ผ่านจดหมายฝากของอัครทูตเปาโลใน 3 ช่วงเวลาสำคัญ

    1. ยุคเริ่มต้น ผู้ร่วมงานที่สัตย์ซื่อ

    “ลูกา แพทย์ที่รัก กับเดมาส ฝากความคิดถึงมายังพวกท่าน” — โคโลสี 4:14

    ในจดหมายถึงคริสตจักรโคโลสี เราได้เห็นชื่อของเดมาสเคียงคู่มากับ “ลูกา” (ผู้เขียนหนังสือลูกาและกิจการ) เขาเป็นหนึ่งในทีมงานของเปาโล ยืนหยัดร่วมทุกข์ร่วมสุขและรับใช้พระเจ้าอยู่ในกรุงโรม ในเวลานั้น เดมาสคือสาวกผู้ศรัทธาที่ได้รับการยอมรับและเป็นกำลังสำคัญในการขยายพระกิตติคุณ

    2. ยุคแห่งการร่วมต่อสู้ สหายร่วมงานในเรือนจำ

    “มาระโก อาริสทารคัส เดมาส และลูกา ผู้เป็นเพื่อนร่วมงานกับข้าพเจ้า ก็ฝากความคิดถึงมายังท่านเช่นเดียวกัน” — ฟีเลโมน 24

    ต่อมาในจดหมายถึงฟีเลโมน เปาโลได้ระบุชื่อเดมาสอย่างชัดเจนว่าเป็น “เพื่อนร่วมงาน” (Fellow-laborer) ร่วมกับมาระโกและลูกา ในช่วงเวลานี้ อัครทูตเปาโลถูกจำคุกอยู่ที่กรุงโรม การสืบทอดพันธกิจท่ามกลางการข่มเหงต้องอาศัยความกล้าหาญและความสัตย์ซื่อเป็นอย่างมาก การที่เดมาสยังคงยืนหยัดเคียงข้างเปาโลในยามยากลำบาก สะท้อนว่าเขาเริ่มต้นเส้นทางความเชื่อด้วยความจริงจังและตั้งใจจริง
สาม. จุดพลิกผัน การล้มลงและหลงไป

    “เพราะว่าเด-มาสได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา…” — 2 ทิโมธี 4:10

    นี่คือบทสรุปอันน่าสลดใจในจดหมายฉบับสุดท้ายของเปาโล ก่อนที่ท่านจะถูกประหารชีวิต วินาทีที่เปาโลต้องการกำลังใจและมิตรภาพมากที่สุด เดมาสกลับตัดสินใจละทิ้งท่านไป สาเหตุไม่ได้เกิดจากการถูกบีบบังคับด้วยการทรมาน แต่เกิดจาก “หัวใจที่หลงรักโลกปัจจุบัน” ความสุขสบาย ความปลอดภัย หรือค่านิยมของโลกได้ค่อยๆ กัดกร่อนความศรัทธา จนในที่สุดเขาก็เลือกทิ้งทางของพระเจ้าเพื่อกลับไปหาโลกใบเดิม

    ข้อคิดสำหรับวันนี้
    ชีวิตของเดมาสเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคริสตชนและผู้รับใช้ทุกคนอย่างลึกซึ้ง

     การเริ่มต้นที่ดีไม่ได้การันตีชัยชนะในตอนจบ เดมาสเคยเป็นผู้ร่วมงานของอัครทูตผู้ยิ่งใหญ่ และเคยรับใช้เคียงข้างศิษย์เอกอย่างลูกา แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากการหลงลืมเป้าหมาย สิ่งสำคัญในวิถีแห่งความเชื่อไม่ใช่แค่ว่าเรา เริ่มต้นอย่างไร แต่คือเรา วิ่งไปจนถึงหลักชัยหรือไม่

     ระวังสิ่งล่อลวงของ "โลกปัจจุบัน" ความรักในโลกไม่ได้เข้ามาทำลายความเชื่อของเราในข้ามคืน แต่มันคือการค่อยๆ ยอมรับค่านิยม ความสบาย และความเห็นแก่ตัวทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งพระเจ้าไม่ได้เป็นที่หนึ่งในหัวใจอีกต่อไป

     เฝ้าระวังหัวใจของตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าวันนี้เราจะยืนหยัดรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อเพียงใด เราทุกคนมีโอกาสที่จะล้มลงเหมือนเดมาสหากเราประมาท จงขอพระคุณและกำลังจากพระเจ้าในทุกๆ วัน เพื่อให้เราสามารถยืนหยัดและกล่าวได้อย่างเปาโลว่า "ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว” 2 ทิโมธี บทที่ 4 ข้อ 7