ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

มัทธิว คนเก็บภาษี ผู้ได้รับพระคุณเหนือความคาดหมาย

ตอนที่ 7 มัทธิว คนเก็บภาษี ผู้ได้รับพระคุณเหนือความคาดหมาย
พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 ลูกา 6:15 มัทธิว 9:9–13



มัทธิว คนเก็บภาษี ผู้ได้รับพระคุณเหนือความคาดหมาย

    ในรายชื่ออัครสาวกทั้งสิบสองคน ชื่อหนึ่งที่ชวนให้ผู้อ่านสะดุดใจเสมอ คือ มัทธิว หรือที่พระกิตติคุณมาระโก และลูกาเรียกว่า เลวี ชายผู้นี้ไม่ได้มาจากตระกูลรับบี ไม่ได้เป็นธรรมาจารย์ และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมยิวในยุคนั้นเลย ตรงกันข้ามเขาเป็นคนเก็บภาษี ผู้ซึ่งถูกมองว่าเป็นคนบาป เป็นผู้ทรยศ และเป็นเครื่องมือของอำนาจโรมัน

    มัทธิว บทที่ 10 ข้อ 3 มาระโก บทที่ 3 ข้อ 18 และลูกา บทที่ 6 ข้อ 15 ระบุชื่อเขาไว้ ในรายชื่ออัครสาวก อย่างเรียบง่าย ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีการปกป้องภาพลักษณ์ใดใด แต่เมื่อย้อนกลับไป ดูจุดเริ่มต้นใน มัทธิว บทที่ 9 ข้อ 9 ถึง 13 เราจะพบเรื่องราวที่เผย ให้เห็นพระทัยของพระเยซูอย่างลึกซึ้ง และเผยความหมาย ของพระคุณที่เกินความคาดหมายของมนุษย์

    ในศตวรรษที่หนึ่ง ระบบเก็บภาษีของจักรวรรดิโรมัน ในแคว้นยูเดียและกาลิลี ใช้วิธีประมูลสิทธิ์การเก็บภาษี ผู้ที่ชนะการประมูลต้องส่งเงินตามที่กำหนดให้โรมัน และสามารถเก็บเกินจากนั้น เพื่อเป็นกำไรของตนเอง ระบบนี้เปิดช่องให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบอย่างกว้างขวาง

    ในสายตาของชาวยิว คนเก็บภาษี ไม่เพียงเป็นคนโลภ แต่ยังเป็นมลทินทางศาสนา พวกเขาต้องติดต่อ กับคนต่างชาติ ทำงานให้จักรวรรดิผู้กดขี่ และมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนบาปและหญิงแพศยา การคบหากับคนเก็บภาษี จึงหมายถึงการยอมรับความไม่บริสุทธิ์ทั้งทางสังคมและศาสนา

    มัทธิว จึงเป็นบุคคลที่แทบไม่มีคุณสมบัติใดๆ ที่โลกศาสนา ในยุคนั้นจะยอมรับว่าเหมาะสมสำหรับการเป็นสาวกของพระเมสสิยาห์

การทรงเรียกที่พลิกชีวิต
    มัทธิว บทที่ 9 ข้อ 9 บรรยายเหตุการณ์อย่างกระชับ พระเยซูทรงเห็นมัทธิวกำลังนั่งอยู่ที่ด่านเก็บภาษี และตรัสกับเขาว่า จงตามเรามา ข้อความสั้นสั้นนี้ ซ่อนพลังมหาศาลไว้ มัทธิวลุกขึ้น และตามพระองค์ไปทันที ไม่มีการต่อรอง ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการขอเวลา จัดการชีวิตเดิม

    ในมุมของประวัติศาสตร์ศาสนายิว การตอบสนองเช่นนี้ เทียบได้กับการละทิ้งอัตลักษณ์เดิมอย่างสิ้นเชิง คนเก็บภาษีไม่อาจกลับไปเป็นคนเดิมได้อีก หากเขาละงานนั้นแล้ว เขาก็สูญเสียทั้งรายได้ และที่ยืนในระบบโรมัน มัทธิวเลือกพระเยซูเหนือความมั่นคงทั้งหมดที่เขาเคยมี

    ต่อมา เมื่อพระเยซูเสวยร่วมกับคนเก็บภาษีและคนบาป ฟาริสีตั้งคำถามด้วยกรอบศาสนศาสตร์แบบเดิม แต่พระเยซูทรงตอบ ด้วยคำประกาศที่เป็นหัวใจของข่าวประเสริฐ พระองค์ไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป  และทรงอ้างคำของผู้เผยพระวจนะว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยความเมตตามากกว่าพิธีกรรม

มัทธิวในฐานะพยานแห่งพระคุณ
    สิ่งที่น่าประทับใจคือ เมื่อมัทธิวเขียนพระกิตติคุณ เขาไม่พยายามลบอดีตของตนเอง ตรงกันข้าม เขาเรียกตัวเองตรงตรงว่า มัทธิว คนเก็บภาษี ชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตราบาป กลับกลายเป็นพยานแห่งพระคุณ

    ในมุมประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา มัทธิว เป็นตัวอย่างของการทรงเลือก ที่ไม่เป็นไปตามตรรกะของมนุษย์ พระเจ้าทรงใช้ผู้ที่สังคมรังเกียจ มาเป็นผู้บันทึกเรื่องราวของพระเมสสิยาห์ สำหรับคริสตจักรยุคแรก และสำหรับคริสตชน ทุกยุคทุกสมัย

ข้อคิดสำหรับวันนี้
    เรื่องราวของ มัทธิวเตือนใจเราว่า พระคุณของพระเจ้า ไม่ได้ตั้งอยู่บนภาพลักษณ์อดีต หรือการยอมรับ จากสังคม พระเยซูทรงเห็นค่าของมนุษย์ก่อนที่โลกจะติดป้ายตัดสินเขา

    วันนี้ ไม่ว่าเราจะรู้สึกว่าตนเองอยู่ไกลจากพระเจ้ามากเพียงใด หรือแบกประวัติชีวิตที่ไม่น่าภูมิใจไว้แค่ไหน เสียงเรียก จงตามเรามา ยังดังอยู่เสมอ พระคุณที่เปลี่ยนมัทธิว จากด่านเก็บภาษี ให้เป็นอัครสาวก ยังเป็นพระคุณเดียวกันที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้ ในวันนี้ หากเรากล้าลุกขึ้น และก้าวตามพระองค์ด้วยใจที่ยอมจำนน










วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล คนอิสราเอลแท้ ผู้ไม่มีอุบายในใจ

ตอนที่ 6 บารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล คนอิสราเอลแท้ ผู้ไม่มีอุบายในใจ

พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 ลูกา 6:14 ยอห์น 1:45–49



บารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล คนอิสราเอลแท้ ผู้ไม่มีอุบายในใจ
    ท่ามกลางรายชื่อสาวกทั้งสิบสองคน มีชื่อหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึง แต่กลับได้รับคำรับรองจากพระเยซูที่ลึกซึ้งและตรงไปถึงหัวใจที่สุด ชายผู้นั้นคือ บารโธโลมิว หรือที่พระกิตติคุณยอห์นเรียกว่า นาธานาเอล เขาไม่ได้เป็นที่จดจำจากปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่หรือถ้อยคำเทศนาทรงพลัง แต่เป็นที่จดจำจากคุณสมบัติฝ่ายในที่หายากยิ่ง คือ ใจที่ซื่อตรงต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง

    บารโธโลมิว และ นาธานาเอล ชื่อเดียวกัน คนเดียวกัน ในพระกิตติคุณมัทธิว มาระโก และลูกา ชื่อ บารโธโลมิว ปรากฏอยู่ในรายชื่ออัครสาวกเสมอ และมักถูกวางไว้คู่กับฟีลิป ขณะที่พระกิตติคุณยอห์นกลับไม่เอ่ยชื่อบารโธโลมิวเลย แต่กล่าวถึงชายชื่อ นาธานาเอล ผู้ถูกฟีลิปพามาพบพระเยซู ตามธรรมประเพณีคริสเตียนและการศึกษาพระคัมภีร์จึงเข้าใจว่า บารโธโลมิว เป็นชื่อเชื้อสาย ส่วน นาธานาเอล เป็นชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีความหมายว่า พระเจ้าทรงประทาน ชื่อที่สะท้อนชีวิตและการทรงเรียกของเขาอย่างลึกซึ้ง

    ชายผู้ตั้งคำถามจากพระคัมภีร์ เมื่อฟีลิปบอกว่า ได้พบพระเมสสิยาห์ ผู้มาจากนาซาเร็ธ นาธานาเอลตอบด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา นาซาเร็ธจะมีสิ่งดีอะไรออกมาได้หรือ คำพูดนี้ไม่ได้เกิดจากการดูหมิ่น แต่เกิดจากจิตใจของคนที่รู้จักพระคัมภีร์และเอาพระวจนะเป็นบรรทัดฐาน เขาเป็นตัวแทนของชาวยิวผู้เคร่งครัด ที่รอคอยพระสัญญาด้วยความจริงใจ

ต้นมะเดื่อ และการถูกมองเห็นในที่ลับ
    เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นนาธานาเอลเสด็จมา พระองค์ตรัสว่า ดูเถิด คนอิสราเอลแท้ ผู้ไม่มีอุบายในใจ ยอห์น 1:47

    ในโลกยิวสมัยศตวรรษที่หนึ่ง ต้นมะเดื่อเป็นสถานที่สงบ ที่ผู้แสวงหาพระเจ้ามักนั่งใคร่ครวญพระคัมภีร์และอธิษฐาน พระเยซูทรงสำแดงพระญาณรู้ว่า นาธานาเอล เป็นผู้แสวงหาพระเจ้าอย่างจริงใจ แม้ในยามที่ไม่มีผู้ใดเห็น คำว่า ไม่มีอุบายในใจ จึงหมายถึงคนที่ไม่เสแสร้ง ไม่สวมบทศาสนา แต่มีความจริงใจต่อพระเจ้าในส่วนลึกของชีวิต

จากการถูกเปิดเผย สู่การสารภาพความเชื่อ
    สิ่งที่ทำให้นาธานาเอลเปลี่ยนใจ ไม่ใช่การโต้เถียงเชิงศาสนศาสตร์ แต่คือการที่พระเยซูทรงมองเห็นตัวตนแท้จริงของเขา ผลคือ การสารภาพความเชื่อที่ชัดเจนและหนักแน่น พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล ยอห์น 1:49

    นี่คือความเชื่อที่เกิดจากใจซื่อตรง ไม่ใช่จากแรงกดดันหรือการชักจูง

    ร่องรอยของอัครสาวกผู้ไม่แสวงหาชื่อเสียง พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกบทบาทของบารโธโลมิวไว้มากนัก แต่ธรรมประเพณีคริสเตียนยุคแรกกล่าวว่า เขาออกประกาศข่าวประเสริฐไปไกลถึงเอเชียไมเนอร์ บางสายกล่าวถึงอินเดียหรืออาร์เมเนีย และจบชีวิตด้วยการเป็นพยานด้วยเลือดของตนเอง ชีวิตที่ไม่โดดเด่นในบันทึก แต่หนักแน่นในความสัตย์ซื่อ

ข้อคิดสำหรับวันนี้
    พระเจ้าทรงมองเห็นชีวิตฝ่ายใน มากกว่าภาพลักษณ์ภายนอก ความสงสัยที่ซื่อตรง ไม่ได้พาเราออกห่างจากความเชื่อ แต่พาเราเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้น และคนที่ไม่มีอุบายในใจ อาจไม่เป็นที่กล่าวถึงมาก        
    เรื่องราวของบารโธโลมิว หรือ นาธานาเอล เชิญชวนเรากลับไปสู่รากฐานของความเชื่อ คือ ความซื่อตรงต่อพระเจ้าในส่วนลึกของหัวใจ เพราะในสายพระเนตรของพระองค์ ความจริงใจ มีค่ามากกว่าความยิ่งใหญ่ใดๆ ในสายตามนุษย์