ตอนที่ 8 โธมัส ผู้สงสัย แต่จบลงด้วยคำสารภาพความเชื่อยิ่งใหญ่
พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 ลูกา 6:15 และ ยอห์น 20:24–29
โธมัส ผู้สงสัย แต่จบลงด้วยคำสารภาพความเชื่ออันยิ่งใหญ่
โธมัสเป็นหนึ่งในอัครสาวกสิบสองคน ที่พระเยซูทรงเลือกอย่างเป็นทางการ รายชื่อของเขาปรากฏ ในบัญชีอัครสาวกทั้งสามชุดคือ มัทธิว 10:3 มาระโก 3:18 และลูกา 6: 15 แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นศิษย์วงใน มิใช่ผู้ติดตามชายขอบ แม้พระคัมภีร์จะไม่ได้เล่าเรื่องชีวิตของโธมัสมากเท่าบางคน แต่ทุกครั้งที่เขาปรากฏ กลับสะท้อนบุคลิกที่ชัดเจน หนักแน่น และจริงใจอย่างยิ่ง
ชื่อของเขา โธมัส มาจากภาษา อรา-เมอิก แปลว่า แฝด และในพระกิตติคุณยอห์น มีการแปลซ้ำเป็นภาษากรีกว่า ดิดุโมส ซึ่งก็แปลว่า แฝด เช่นกัน นักวิชาการหลายท่าน เห็นว่าชื่อเล่นเช่นนี้ อาจสะท้อนบุคลิกสองด้านคือ ระหว่างความเชื่อกับคำถามระหว่างความกล้าหาญกับความลังเล แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอ ตรงกันข้าม มันเผยให้เห็นมนุษย์ที่ไม่ยอมรับความจริงแบบผิวเผิน
ก่อนเหตุการณ์การเป็นขึ้นจากตาย โธมัสเคยแสดงความกล้าหาญอย่างเงียบเงียบ เมื่อพระเยซูทรงตั้งพระทัยจะเสด็จกลับไปแคว้นยูเดีย ทั้งที่มีภัยอันตราย โธมัสเป็นคนพูดว่า ให้เราไปตายกับพระองค์เถิด คำพูดนี้ ไม่ใช่คำพูดของคนขี้สงสัย แต่เป็นคำพูดของผู้ภักดีที่พร้อมเดินไปจนสุดทาง แม้จะไม่เข้าใจทุกอย่างก็ตาม
ภาพจำของโธมัส ในประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา มักผูกติดกับเหตุการณ์ หลังการเป็นขึ้นจากตาย เมื่อพระเยซูทรงปรากฏแก่บรรดาศิษย์ แต่โธมัสไม่ได้อยู่ด้วย เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ คำบอกเล่าของผู้อื่น และกล่าวว่า หากไม่ได้เห็นรอยตะปู และเอามือแตะสีข้าง ก็จะไม่เชื่อ เหตุการณ์นี้ใน ยอห์น 20:24-29 ไม่ได้บันทึก เพื่อประณามโธมัส แต่เพื่อเผยให้เห็นการเดินทางของความเชื่อ ที่ต้องผ่านความซื่อสัตย์ต่อความจริง
แปดวันต่อมา พระเยซูทรงปรากฏอีกครั้ง และครั้งนี้โธมัสอยู่ด้วยพระองค์ไม่ทรงตำหนิ ไม่ทรงลดคุณค่า แต่ทรงเชื้อเชิญ ให้โธมัสตรวจสอบตามที่เขาร้องขอ และในขณะนั้น โธมัสไม่ได้บันทึกว่าได้เอามือแตะจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ การทรุดลงของหัวใจ พร้อมคำสารภาพของความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคำหนึ่ง ในพระคัมภีร์ใหม่ "องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์" คำสารภาพนี้ไม่ได้เป็นเพียงการยอมรับการเป็นขึ้นจากตาย แต่เป็นการยอมรับ พระลักษณะของพระคริสต์ อย่างเต็มรูปแบบ
ในประวัติศาสตร์คริสเตียนยุคแรก โธมัสไม่ได้หยุดอยู่แค่คำสารภาพนั้น ตามธรรมเนียมประเพณีของคริสตจักรตะวันออก โดยเฉพาะในอินเดีย ระบุว่าโธมัสเป็นผู้นำข่าวประเสริฐ ไปไกลถึงชายฝั่งมาลาบาร์ และวางรากฐานคริสตจักรในดินแดนที่อยู่นอกอาณาจักรโรมัน เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้ที่เคยถูกเรียกว่า ผู้สงสัย กลับกลายเป็นผู้ประกาศความเชื่ออย่างกล้าหาญในพื้นที่ที่ยากลำบากที่สุด
ข้อคิดสำหรับเราในวันนี้
โธมัสสอนเราว่า ความสงสัยที่ซื่อสัตย์ ไม่ใช่ศัตรูของความเชื่อ แต่เป็นสะพานไปสู่ความเชื่อที่หยั่งรากลึก พระเยซูไม่ได้ทรงผลักไสผู้ที่ตั้งคำถาม แต่ทรงสำแดงพระองค์ แก่ผู้ที่แสวงหาความจริงด้วยใจจริง ในโลกปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยข่าวสาร ความคลุมเครือ และความเชื่อแบบสำเร็จรูป โธมัสเตือนเราว่า ความเชื่อที่แท้ ไม่ใช่การเชื่อตามกันไป แต่คือการพบพระคริสต์ด้วยตนเอง และเมื่อเราได้พบแล้ว ความสงสัยจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นคำสารภาพจากใจว่า พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระเจ้าของชีวิตเราเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น