ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หนังสือเกี่ยวกับ 2012 วันสิ้นโลก

ปกฉบับภาษาอังกฤษ (ฉบับไทยยังไม่มีภาพในเน็ต) 

เล่มแรกเป็นหนังสือแปล เขียนโดย Lawrence E. Joseph แปลโดย ทรงพล ศุขสุเมฆ ซึ่งคนแปลออกตัวว่าไม่มีความรู้เรื่องนี้ และไม่คุ้นเคยเรื่องวิทยาศาตร์และศาสนาคริสต์ ซึ่งในเล่มนี้ผู้เขียนในฉบับภาษาอังกฤษเอ่ยถึง ดังนั้นคำแปลอาจจะไม่ถูกต้องตามภาษาที่ชาวคริสต์คุ้นเคย แต่ก็ไม่แปลกเพราะชาวคริสต์ในเมืองไทยเอง ยังไม่ค่อยรู้หรือสนใจเรื่องนี้สักเท่าใด

DVD เรื่อง 2012 วันสิ้นโลกมายัน มีเนื้อหาแบบคริสเตียน 
ผมเองบรรยายเรื่องนี้มา 2 ปีที่แล้ว ยังมีคนมาเปลี่ยนนามสกุลผมเป็น "สอนเพี้ยน" ก็มี ซึ่งผมก็ไม่ถือสาอะไร เพราะเคยเจอแย่กว่านี้ "สอนพิเรนทร์" บ้างก็โดนมาแล้ว กลางห้างดังอย่างเซ็นทรัลเวิลด์

เนื้อหาหลักๆ มีแค่ 3 บท นอกนั้นเป็นข้อมูลทั่วไป
และทัศนะของนักเขียนตามสไตล์นักหนังสือพิมพ์

อีกเล่มเป็นของนักหนังสือพิมพ์อย่าง "ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์" ซึ่งท่านก็เขียนวิจารณ์แนวนี้มาหลายเล่มที่เกี่ยวเนื่องกันเช่น "พระเจ้ากับชาวยิว" และ "ภูเขาวิหารและโดมศิลา" แน่นอนว่าทุกเล่มพาดพิงคริสตศาสนา และศาสนายิว แต่ไม่ถึงกับลบหลู่ เพียงแตะเบาๆ ให้ได้คิด

งาน Endtime Movie Project 17-10-09

แนะนำหนังใหม่ "2012 วันสิ้นโลก" ที่จะจัดรอบพิเศษที่กรุงศรี ไอแมกซ์ พารากอน ชั้น 5
พี่หมู ดิลก มาเป็นวิทยากรพิเศษพูดคุยเรื่องหนัง ในงานนี้ด้วย


งานวันเสาร์ที่ 17 ตค. ที่ผ่านมา มีคุณหมู ดิลก ดาราดังที่มีบทบาทการแสดงมากมายนานนับ 10 ปี มาเป็นแขกพิเศษในวันนั้น ที่พี่เขามาได้เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับผอ.มูลนิธิสื่อใจไทย พี่เกษียรของเรานั่นเอง และยังเป็นนักเรียนการแสดงช่อง 3 รุ่น 1 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผม (ของผมรุ่น 6)

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แนะนำหนังสือใหม่ของโซเฟีย บุ๊คส์


หลายท่านที่เป็นแฟนหนังสือของโซเฟีย บุ๊คส์ อาจจะงงเล็กน้อย ว่าเดี๋ยวนี้ เรามาทำตำราทำขนมหวานแล้วหรือ ขอบอกว่า แค่เราเพิ่มสิ่งที่น่าสนใจแบบผู้หญิงๆ บ้าง ต้องบอกว่างานนี้บก.คือภรรยาของผมเอง เธออยากทำหนังสือแบบนี้ และใฝ่ฝันมานาน จนมีโอกาสเหมาะได้ตีพิมพ์ เป็นผลงานของน้องคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ที่อิตาลี ผลงานของน้องคนนี้ไม่ธรรมดาครับ แล้วต้องแนะนำกันในบล็อกนี้ด้วยครับ

ตามไปดูรายละเอียดได้ที่ http://sophiabake.blogspot.com/

มาดูหนัง 2012 วันสิ้นโลก รอบการกุศล

"2012 วันสิ้นโลก"
ที่จะเปิดฉายรอบการกุศลทั้งหมด 4 รอบ คือ
1. วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2009 เวลา 18.30-22.30 น.

2. วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 10.30-14.30 น.
3. วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14.30-18.30 น
4. วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 18.30-22.30 น

หลังรับชมภาพยนตร์ มีการบรรยายพิเศษแบบเจาะลึกเกี่ยวกับภาพยนตร์ 2012
ทั้งในมุมมองคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์ และวิทยาศาตร์ (ความยาวหนังประมาณ 3 ชม.และบรรยาย 1 ชม.)
ฉาย ณ โรงภาพยนตร์ กรุงศรี ไอแมกซ์ พารากอน ชั้น 5

ตั๋วราคาพิเศษ !! เฉพาะในงานวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 09 นี้เท่านั้น
ปกติ 250 บาท เหลือ 220 บาท
290 บาท เหลือ 250 บาท
700 บาท เหลือ 600 บาท
จัดรายการโดย มูลนิธิสื่อใจไทย

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Endtime Movie Project 17 ตค.09

(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)


ภาพยนตร์หลากหลายเรื่องที่ถูกสร้างขึ้น ที่สะท้อนภาพของเหตุการณ์ในอนาคตของโลก
ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกพยากรณ์ไว้แล้วในพระคัมภีร์
คุณคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ ......

ขอเชิญร่วมดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูพระคัมภีร์ในงาน "Endtime movie project"
ร่วมเจาะลึกถึงที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ที่ได้นำไปสู่เหตุการณ์ในยุคสุดท้ายที่ถูกพยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์
อาทิ Armageddon วันโลกาวินาศ, The day affer tommorrow วิกฤตวันสิ้นโลก, Deep Impact วันสิ้นโลก, Knowing รหัสวินาศโลก
สุดท้ายคงหนีไม่พ้นเรื่องที่กำลังมีกระแสมากที่สุดอย่าง 2012 ซึ่งหนังกำลังจะเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ภาพยนตร์เหล่านี้เชื่อได้มากน้อยแค่ไหน และหากเหตุการณ์ในภาพยนตร์เหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง คุณจะทำอย่างไร.....
ไม่ควรพลาดในงานวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ ณ คริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท 6 เวลา 13.30-17.00 น.

** หลังจากงาน"Endtime movie project" พบกับงาน Israel Variety ครั้งที่ 11 เวลา 17.00-19.00 น.
เรื่องราวเล่าสู่กันฟัง "จากเยรูซาเล็มสู่อิสราเอลวาไรตี้" พบกับเรื่องราวที่เป็นพระพรที่จะมาแบ่งปัน
ทั้งพันธกิจแรงงานไทยที่อิสราเอล (โดยท่านอ.เทริยา) และคำแบ่งปันของผู้ร่วมเดินทางไปอิสราเอล

สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-722-8744, 086-011-8557

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

MGF ออก 2 รายการ (อีกแล้ว)

รายการ "คำตอบชีวิต"

รายการ "คนดีมีสาระ" พูดคุยกันเรื่อง ปฏิทินมายัน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในปี 2012

รายการแรกคือ "คำตอบชีวิต" ซึ่งเป็นรายการออกอากาศ อาทิตย์เว้นอาทิตย์ตอนตี 5 ช่อง 9
และรายการ "คนดีมีสาระ" ซึ่งครั้งนี้คุยกันเรื่องที่มาของเรื่อง "2012"
ปีที่คนทั้งโลกกำลังจับตาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น และภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากค่ายโซนี่ พิกเจอร์ส จะออกฉายในวันพฤหัสบดีที่ 12 พย. 09 ทางมูลนิธิสื่อใจไทยก็จัดรอบพิเศษด้วยทั้งหมด 4 รอบ คือวันที่ 12 และ 14 พย. ใครสนใจก็สามารถจองบัตรร่วมกิจกรรมได้ เพราะมีบรรยายในโรงหนังด้วยอีก 1 ชม.ทุกรอบ


พฤหัสบดี 12 พฤศจิกายน มี 1 รอบ คือรอบ 18.30 น.
เสาร์ 14 พฤศจิกายน มี 3 รอบ คือรอบ 10.30 น., 14.30 น. และ 18.30 น.
สถานที่ โรงภาพยนตร์ กรุงศรี ไอแมกซ์ สยามพารากอน ชั้น 5
จัดโดย มูลนิธิสื่อใจไทย

ภาพโปสเตอร์หนัง "2012" ซึ่งจะฉายพร้อมกันทั่วโลกวันที่ 13 พย. 09

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

สัมภาษณ์พิเศษ Rabbi Glick ที่สถานบันพระวิหาร

ผป.วีรศักดิ์สัมภาษณ์ Rabbi Glick ถึงที่ ในเยรูซาเล็ม

มูลนิธิสื่อใจไทย โดยผป.วีรศักดิ์ได้ไปสัมภาษณ์พิเศษที่สถาบันพระวิหารหลังที่ 3 ที่เมืองเยรูซาเล็ม เนื้อหาเป็นอย่างไร โปรดติดตามเร็วๆ นี้ ดูภาพนิ่งไปก่อนนะครับ

Rabbi Yehuda Glick, Director of the Temple Institute

ดูต่อได้ที่ http://www.ynetnews.com/articles/0,7340,L-3575972,00.html

ที่เก็บพระคัมภีร์โบราณ

ภายในคือคัมภีร์โบราณ ภายใต้โดมสีขาว

ด้านนอกคือโดมขาวที่พรมน้ำตลอดเวลา

ผมถ่ายภาพกับพี่เกษียร และผป.วีรศักดิ์ (3 หนุ่ม 3 มุม)

ที่ใกล้ๆ กับโมเดลเมืองเยรูซาเล็ม เป็นที่เก็บคัมภีร์โบราณ (ที่ค้นพบเมื่อปี 1947 ที่คุมราน อยู่ใกล้ๆ กับเดดซี) ที่นั่นสร้างเป็นโดมสีขาว และพรมน้ำตลอดเวลา เพื่อหล่อเย็นภายในเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้เย็นตลอดเวลา

การค้นพบคัมภีร์โบราณ เป็นการยืนยันว่าพระคัมภีร์เดิม มีข้อความที่ยังคงความสัตย์จริงไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแต่งเติม และยังคงคำพยากรณ์ที่เคยเผยเอาไว้ โดยเฉพาะพระธรรม "อิสยาห์"

เมืองโบราณที่เยรูซาเล็ม

ที่ตั้ง Israel Museum

เมืองเยรูซาเล็มเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว
ถูกย่อส่วนเพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์ด้านภูมิศาสตร์ของเมืองที่ Israel Museum

สถานที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร
มีเครื่องมือคล้ายโทรศัพท์ที่เขามอบให้แขวนคอ

จะอธิบายโดยเรากดเลขสถานที่ตรงจุดที่กำหนด
แล้วยกฟัง จะมีเสียงบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ


ผมประทับใจสถานที่แห่งนี้มาก เพราะทำให้เข้าใจตำแหน่งสถานที่ต่างๆ ในพระคัมภีร์ใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะที่เยรูซาเล็ม กลับมาถึงเมืองไทยก็ดูหนังอีก 4 เรื่องเกี่ยวกับพระเยซู ยิ่งซาบซึ้งเข้าไปอีก ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

ประตูทองคำ

วันรุ่งขึ้นเมื่อคนเป็นอันมากที่มาในงานเทศกาลนั้น ได้ยินว่าพระเยซูเสด็จมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม เขาก็พากันถือทางอินทผลัมออกไปต้อนรับพระองค์ ร้องว่า "โฮซันนา ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือ พระมหากษัตริย์แห่งอิสราเอล ทรงพระเจริญ" และพระเยซูทรงพบลูกลาตัวหนึ่ง จึงทรงลานั้นเหมือนดังที่มีคำเขียนไว้ว่า "ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย จงดู กษัตริย์ของเธอทรงลูกลาเสด็จมา"
ยอห์น 12:12-15
ในอดีตสมัยพระเยซู เคยเสด็จผ่านประตูแห่งนี้เพื่อเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต

ผมยืนอยู่ใกล้ประตูทองคำ (Golden Gate)

ประตูนี้เคยเป็นประตูที่พระเยซูเคยเสด็จเข้ากรุงอย่างผู้พิชิต

มุมมองประตูนี้จากยอดเขามะกอกเทศ

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

บุกเยรูซาเล็ม

อยู่ที่คุมราม เป็นสถานที่ค้นพบไหที่ใส่ม้วนพระคัมภีร์โบราณ

ภูเขาลูกด้านหลังนี้ เชื่อกันว่าพระเยซูไปอดอาหาร 40 วันที่นั่นและถูกมารทดลอง

อุโมงค์ฝังพระศพของพระเยซูที่ว่างเปล่า

บนภูเขามะกอกเทศ ด้านหลังคือบริเวณที่ตั้งพระวิหารในอดีต
ตอนนี้ผมอยู่ถึงที่เยรูซาเล็ม เอาภาพมาลงไว้ เพื่อเป็นบันทึกให้ตัวเองว่าครั้งหนึ่งเคยมาที่อิสราเอล พรุ่งนี้ผมจะไปที่ทะเลสาบกาลิลี จะอยู่วันที่ 25 กันยา ยังไงจะลงเอาภาพมาให้ดูกันอีก

บรรยายเรื่องยุคพันปี

อธิษฐานเผื่อชาวยิวที่มาจากหอการค้าไทย-อิสราเอล

พี่น้องจากหลายคริสตจักรมาร่วมฟังการบรรยาย

อาทิตย์ที่ 13 กันยานี้ ผมได้ไปบรรยายเรื่องประตู 12 ประตู และยุคพันปี ซึ่งมีพี่น้องมาร่วมฟังอย่างมากมายหลายโบสถ์ หลายคนตื่นเต้นที่ได้ฟังเรื่องนี้

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

บรรยายที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินทร

ห่างจากชายหาดชะอำประมาณ 11 กม. แต่เป็นชายหาดเดียวกัน

ป้ายอุทยานนานาชาติ อยู่ห่างจากทางเข้าเพียงเล็กน้อย

ภายในอาคารสีขาวมีนิทรรศการถาวรหลายห้องแสดง

ผังของอุทยานนานาชาติ เป็นสถานที่ที่ใหญ่มาก

เด็กๆ นักเรียนจากอยุธยาหลายโรงเรียนถูกคัดเลือกมาเพื่อฟังและเรียนรู้เรื่องภาวะโลกร้อน

ผมไปบรรยายเรื่องโลกร้อนอีกครั้งแล้วในรอบปีนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เป็นเด็กนักเรียนจากอยุธยา จัดโดยอบจ.อยุธยาฯ ชอบสถานที่ดูโหญ่โตและทันสมัย ที่สำคัญติดทะเลด้วย ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อยู่เลยชะอำไป 11 กม.เอง

MGF ออก 2 รายการ

รายการ "Behind The Praise"
สัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง และคณะผู้บริหารงานมูลนิธิสื่อใจไทย
รายการ "นัดพบคนดี" ก็เชิญมาสัมภาษณ์เป็นครั้งที่สอง
ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 20 กันยานี้ TTV2 เวลา 21.00-22.00 น.

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลนิธิสื่อใจไทย ได้ทำการบันทึกเทป 2 รายการ คือ "นัดพบคนดี" และ "Behind the Praise" ซึ่งเป้นรายการทีวี (Cable TV) ซึ่งออกอากาศในสถานีของ "เนชั่น" ทั้ง 2 รายการ

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ความเชื่อเกี่ยวกับยุคก่อนพันปีคืออะไร?

คำถาม: ความเชื่อเกี่ยวกับยุคก่อนพันปีคืออะไร?

คำตอบ: ความเชื่อเกี่ยวกับยุคก่อนพันปีคือความเชื่อที่ว่าการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์จะเกิดขึ้นก่อนอาณาจักรพันปีของพระองค์จะมาถึง และพระองค์จะทรงปกครองอาณาจักรพันปีเป็นเวลา 1,000 ปีตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ เพื่อที่เราจะเข้าใจและตีความหมายข้อพระคัมภีร์ที่พูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในยุคสุดท้ายได้ มีสองประการที่เราจะต้องทำความเข้าใจเสียก่อน นั่นคือ

1. วิธีตีความหมายข้อพระคัมภีร์ที่เหมาะสม

และ 2 . ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างชนชาติอิสราเอล (คนยิว) และ คริสตจักร (ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ทุกคน)ประการแรก วิธีตีความหมายของพระคัมภีร์ที่ถูกต้อง คือ ข้อพระคัมภีร์จะต้องถูกตีความหมายตรงกับท้องเรื่อง นั้นหมายความว่าข้อพระคัมภีร์จะต้องถูกตีความหมายตามความเข้าใจของผู้ที่พระคัมภีร์ข้อนั้นเขียนถึง, และเขียนเกี่ยวกับ, ใครเป็นผู้เขียน เป็นต้น มันเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรู้ว่าผู้เขียนเป็นใคร, เขาเขียนถึงใคร, และประวัติศาสตร์เบื้องหลังข้อพระคัมภีร์นั้นเป็นอย่างไร

มีหลายครั้งที่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังจะเปิดเผยความหมายที่ถูกต้องของข้อพระคัมภีร์นั้นเอง เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งที่เราจะต้องจำไว้คือข้อพระคัมภีร์จะตีความหมายข้อพระคัมภีร์ด้วยกันเอง นั่นคือ, มีหลายครั้งที่ข้อความในตอนหนึ่งจะคลุมไปถึงหัวข้อหรือเรื่องราวเดียวกันในอีกตอนหนึ่ง ที่สำคัญคือเราจะต้องตีความหมายข้อพระคัมภีร์ทุกตอนเหล่านั้นให้ตรงกันด้วยท้ายที่สุด และสำคัญที่สุด คือ ข้อพระคัมภีร์ต่าง ๆ จะต้องถูกตีความหมายอย่างธรรมดา, สม่ำเสมอ, เรียบง่าย และตรงตามที่เขียน นอกจากว่าข้อความนั้นจะเป็นคำอุปมาเท่านั้น การตีความหมายตรงตามตัวอักษรไม่ได้หมายความว่าเราจะใช้คำเปรียบเทียบไม่ได้ อันที่จริงแล้วคำเปรียบเทียบช่วยไม่ให้ผู้ตีความหมายแปลเนื้อความของคำอุปมาว่าเป็นความหมายของข้อพระคัมภีร์ นอกจากว่ามันจะเหมาะสมสำหรับท้องเรื่องเท่านั้น ที่สำคัญคือผู้แปลจะต้องไม่พยายามค้นหาความหมายที่ “ลึกขึ้น, หรือเกี่ยวกับฝ่ายวิญญาณมากขึ้น” เกินกว่าที่ข้อพระคัมภีร์เองได้กล่าวไว้

การตีความหมายแบบนั้นเป็นเรื่องอันตราย เพราะมันจะทำให้ผู้อ่านมัวแต่คิดถึงมาตรฐานการตีความหมายที่ถูกต้องแทนที่จะคิดถึงข้อพระคัมภีร์เอง และมันจะทำให้การตีความหมายไม่มีเป้าหมายที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังทำให้ผู้ตีความหมายแปลความหมายข้อพระคัมภีร์ตามใจตัวเองด้วย ข้อพระคัมภีร์ 2 เปโตร 1:20-21 เตือนเราว่า “…: คือผู้หนึ่งผู้ใดจะตีความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้ เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา”เมื่อนำหลักการนี้มาใช้ เราจะเห็นว่าคนอิสราเอล (ลูกหลานโดยตรงของอับราฮัม) และคริสตจักร (ผู้เชื่อทุกคน) เป็นคนสองกลุ่มที่แตกต่างกัน

ที่สำคัญคือเราจะต้องรับรู้และเข้าใจว่าคนอิสราเอลและคริสตจักรเป็นกลุ่มคนคนละกลุ่ม เพราะหากมีการเข้าใจผิด ข้อพระคัมภีร์ก็จะต้องถูกตีความหมายผิดไปด้วย โดยเฉพาะข้อพระคัมภีร์ที่พูดถึงพระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้ไว้กับคนอิสราเอล (ทั้งที่สำเร็จลงแล้วและยังไม่สำเร็จ) ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะถูกตีความหมายผิดอยู่แล้วหากผู้ตีความหมายพยายามที่จะแปลให้มันเข้ากับคริสตจักร หรือเข้ากับคนอิสราเอล จงจำไว้ว่าข้อความในบริบทนั้น ๆ จะเป็นตัวตัดสินเองว่าข้อความนั้นเขียนถึงใคร และมันจะบอกเองว่าการตีความหมายที่ถูกต้องควรมีทิศทางไปทางไหน!เมื่อเข้าใจแล้ว

เราจะมาดูกันที่ข้อพระคัมภีร์หลาย ๆ ข้อที่พูดเกี่ยวกับยุคก่อนพันปี
ให้เราเริ่มต้นกันที่หนังสือปฐมกาลบทที่ 12 ข้อ 1-3 “พระเจ้าตรัสแก่อับรามแล้วว่า "เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังแผ่นดินที่เราจะบอกให้เจ้ารู้ เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า ทำให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไปแล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า"

ในที่นี้พระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมไว้สามประการ คือ อับราฮัมจะมีลูกหลานมากมาย, ประชาชาติของเขาจะเป็นเจ้าของและเข้าครอบครองแผ่นดินหนึ่ง และพระพรจะมาถึงคนทั่วแผ่นดินโลกเพราะพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม (คนยิว) ในหนังสือปฐมกาล 15:9-17 พระเจ้าทรงยืนยันพระสัญญากับอับราฮัม วิธีของพระองค์คือ พระเจ้าทรงรับผิดชอบพระสัญญาทั้งหมด นั่นคือไม่มีอะไรที่อับราฮัมจะทำได้หรือไม่ได้เพื่อให้พระสัญญาเป็นโมฆะ และในข้อพระคัมภีร์นี้พระเจ้าได้ทรงกำหนดขอบเขตของดินแดนที่คนยิวจะได้เข้าครอบครองเอาไว้

สำหรับรายละเอียดของขอบเขตของดินแดนผืนนั้น จงดูหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติข้อ 34 ส่วนข้อพระคัมภีร์อื่น ๆ ที่พูดถึงดินแดนแห่งพันธสัญญา จงดู เฉลยธรรมบัญญัติ 30:3-5 และ เอเสเคียล 20:42-44หนังสือ 2 ซามูเอลบทที่ 7 พูดเกี่ยวกับการครอบครองของพระคริสต์ในระหว่างยุคพันปี

หนังสือ 2 ซามูเอล ข้อ 11-17 บันทึกพระสัญญาที่พระเจ้าได้ทรงกระทำกับกษัตริย์ดาวิด ที่นี่พระเจ้าทรงสัญญาว่าดาวิดจะมีพงศ์พันธุ์มากมาย และจากพงศ์พันธุ์นี้พระเจ้าจะทรงสถาปนาอาณาจักรนิรันดร์ขึ้น พระสัญญานี้หมายถึงการครอบครองของพระคริสต์ในระหว่างช่วงพันปีและตลอดไป ที่สำคัญคือเราจะต้องจำไว้ว่าพระสัญญานี้จะเกิดขึ้นจริงแต่มันยังไม่เกิดขึ้นเท่านั้น

บางคนเชื่อว่าการครอบครองของกษัตริย์โซโลมอนคือพระสัญญาที่สำเร็จลง แต่ความเชื่อนี้มีปัญหาว่าอาณาจักรที่กษัตริย์โซโลมอนเคยทรงครอบครองนั้นไม่ได้เป็นของคนอิสราเอลในปัจจุบัน และกษัตริย์โซโลมอนก็ไม่ได้ทรงครอบครองคนอิสราเอลในขณะนี้เช่นกัน!

จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัมว่าพงพันธุ์ของท่านจะได้ครอบครองแผ่นดินหนึ่งตลอดไป แต่พระสัญญานี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น และหนังสือ 2 ซามูเอล 7 บอกว่าพระเจ้าจะสถาปนากษัตริย์ผู้ที่จะทรงครอบครองชั่วนิรันดร์ ดังนั้นกษัตริย์โซโลมอนจึงไม่น่าจะใช่ผู้ที่ทำให้พระสัญญาที่พระเจ้าทรงให้ไว้กับกษัตริย์ดาวิดสำเร็จลง ดังนั้นพระสัญญาข้อนี้ยังคงรอคอยเวลาที่จะสำเร็จลงอยู่!

เมื่อเราจำเรื่องทั้งหมดนี้ได้แล้ว ให้เราดูว่าหนังสือวิวรณ์ 20:1-7 บันทึกอะไรไว้บ้าง “แล้วข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ท่านถือลูกกุญแจของบาดาลนั้น และถือโซ่ใหญ่ และท่านได้จับพญานาคซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ผู้ซึ่งเป็นพญามารและซาตานและมัดมันไว้พันปี แล้วทิ้งมันลงไปในบาดาลนั้น แล้วได้ลั่นกุญแจประทับตรา เพื่อไม่ให้มันล่อลวงบรรดาประชาชนได้อีกต่อไป จนครบกำหนดพันปีแล้วจึงจะต้องปล่อยมันออกไปชั่วขณะหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นบัลลังก์หลายบัลลังก์ และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้น เป็นผู้ที่จะพิพากษา และข้าพเจ้ายังได้เห็นดวงวิญญาณของคนทั้งปวงที่ถูกตัดศีรษะ เพราะเป็นพยานของพระเยซู และเพราะพระวจนะของพระเจ้า และเป็นผู้ที่ไม่ได้บูชาสัตว์ร้ายนั้นหรือรูปของมัน และไม่ได้ติดเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนเหล่านั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ และได้ครอบครองร่วมกับพระคริสต์เป็นเวลาพันปี นอกจากคนเหล่านี้คนอื่นๆ ที่ตายแล้วไม่ได้กลับมีชีวิตอีกจนกว่าจะครบกำหนดพันปี นี่แหละคือการฟื้นจากความตายครั้งแรก ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์ ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี ครั้นพันปีล่วงไปแล้ว ก็จะปล่อยซาตานออกจากคุกที่ขังมันไว้”

เวลาหนึ่งพันปีที่ข้อพระคัมภีร์วิวรณ์ 20:1-7 พูดถึงหลายครั้ง ตรงกับช่วงเวลาครองราชย์ 1000 ปีของพระคริสต์บนโลกตามที่พระคัมภีร์ได้บันทึกไว้

จงนึกถึงพระสัญญาที่ทรงให้ไว้กับดาวิดเกี่ยวกับผู้ครอบครอง ที่จะต้องเกิดขึ้นแต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ ผู้ที่เชื่อในยุคก่อนพันปีมองข้อพระคัมภีร์นี้ว่าเป็นคำอธิบายพระสัญญาที่จะสำเร็จลงในอนาคตโดยมีพระคริสต์เป็นผู้ครองครองบัลลัง พระเจ้าทรงสัญญาแบบไม่มีเงื่อนไขกับอับราฮัมและดาวิด พระสัญญาเหล่านี้ยังไม่สำเร็จบริบูรณ์หรือถาวร ทางเดียวที่พระสัญญาจะสำเร็จลงได้ คือ ได้เห็นการครองบัลลังก์ของพระคริสต์ดังที่พระคัมภีร์บันทึกไว้เท่านั้น

การนำวิธีตีความหมายตามตัวอักษรมาใช้กับข้อพระคัมภีร์ ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของภาพปริศนาต่อเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น คำพยากรณ์ทั้งหมดในพันธสัญญาเดิมเกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งแรกของพระคริสต์ได้เกิดขึ้นแล้วตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้

ดังนั้นเราจึงควรคาดหวังว่าคำพยากรณ์เกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งที่สองจะสำเร็จลงเช่นกัน ความเชื่อในยุคก่อนพันปีเป็นระบบเดียวที่เห็นด้วยกับการตีความหมายตามตัวอักษรเกี่ยวกับพระสัญญาของพระเจ้าและการเผยพระวจนะเกี่ยวกับยุคสุดท้าย

ข้อมูลจาก http://www.gotquestions.org/Thai/Thai-premillennialism.html