เมื่อวัีนที่ 17-18 ธันวาคม 2010 ผมไปทำงานที่ทางภาคใต้บ้าง หลังจากไปทำงานที่ภาคอีสานและภาคเหนือมาหลายเดือน ภารกิจคราวนี้คือการไปบรรยายเรื่องน้ำหมักชีวภาพ ที่อ. บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ แล้วก็ไปชุมพร จากนั้นก็กลับมาที่จ.เพชรบุรี เ้ป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ 2 วัน 1 คืน กลับทริปภาคใต้
ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
คำแบ่งปันจากอ.ปากชม
ข้อพระคัมภีร์จากมัทธิว บทที่ 13

คำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
ทรงอธิบายคำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
อีกอย่าง เมื่อมองกลับมายังคริสตจักร ในโบสถ์ ตัวเราเองหรือเปล่าที่อาจจะเป็นข้าวละมาน เพราะนอกจากจะไม่เกิดผล 30 เท่า 60 เท่า หรือ 100 เท่า ยังชูคอโดดเด่นกว่าผู้อื่น สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ
ยิ่งเกิดผลมากยิ่งถ่อมมาก เพราะข้าวยิ่งมีเมล็ดมาก กิ่งก้านก็ค้อมลงเพราะน้ำหนักเมล็ดข้าวที่เพิ่มจำนวน
ดังนั้นอุปมาเรื่องนี้ คงพูดถึงคริสเตียนโดยตรง เพราะเราต้องสำรวจชีวิตเราให้ดี อยู่ในนาของพระเจ้า ต้องเกิดผล เด็กๆ ถามว่า เกิดผลได้ยังไง หลายคนอาจจะมองเรื่องการนำคนมารับเชื่อ ยิ่งหลายคนยิ่งเกิดผล ซึ่งโดยกายภาพ หรือจำนวนนับก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ในโลกของจิควิญญาณ หาเป็นเช่นนั้นไม่
ใครเกิดผล ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ผลที่ว่าคือผลของพระวิญญาณ ถ้าเราสามารถแสดงความรัก ความเมตตา มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคนอยากอยู่ใกล้ อยากคุยด้วย มากกว่าอยากอยู่ห่างๆ นั่นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการรับรู้ของเรา
หากใครแวะเข้ามาอ่าน ก็ถือว่า พระเจ้าปรารถนาให้ท่านเกิดผล 30 เท่า 60 เท่า 100 เท่า บ้าง ก็ตามแต่ท่านจะพรวนดิน ไถปรับชีวิตของท่าน เพื่อรับเม็ลดพันธุ์ที่ดีจากพระเจ้า

คำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
- 24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า "อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน
- 25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป
- 26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย
- 27 ผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า `นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน'
- 28 นายก็ตอบพวกเขาว่า `นี้เป็นการกระทำของศัตรู' พวกผู้รับใช้จึงถามนายว่า `ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บข้าวละมานหรือ'
- 29 แต่นายตอบว่า `อย่าเลย เกลือกว่าเมื่อกำลังถอนข้าวละมานจะถอนข้าวสาลีด้วย
- 30ให้ทั้งสองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้เกี่ยวว่า "จงเก็บข้าวละมานก่อนมัดเป็นฟ่อนเผาไฟเสีย แต่ข้าวสาลีนั้นจงเก็บไว้ในยุ้งฉางของเรา"'"
ทรงอธิบายคำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
- 36 แล้วพระเยซูจึงทรงให้คนเหล่านั้นจากไปและเสด็จเข้าไปในเรือน พวกสาวกของพระองค์ก็มาเฝ้าพระองค์ทูลว่า "ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์เข้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยข้าวละมานในนานั้น"
- 37 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์
- 38 นานั้นได้แก่โลก ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่พลเมืองแห่งอาณาจักร แต่ข้าวละมานได้แก่พลเมืองของมารร้าย
- 39 ศัตรูผู้หว่านข้าวละมานได้แก่พญามาร ฤดูเกี่ยวได้แก่การสิ้นสุดของโลกนี้ และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่พวกทูตสวรรค์
- 40 เหตุฉะนั้น เขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร ในการสิ้นสุดของโลกนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น
- 41 บุตรมนุษย์จะใช้พวกทูตสวรรค์ของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด และบรรดาผู้ที่ทำความชั่วช้าไปจากอาณาจักรของท่าน
- 42 และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
- 43 คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในอาณาจักรพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์ ใครมีหูจงฟังเถิด
อีกอย่าง เมื่อมองกลับมายังคริสตจักร ในโบสถ์ ตัวเราเองหรือเปล่าที่อาจจะเป็นข้าวละมาน เพราะนอกจากจะไม่เกิดผล 30 เท่า 60 เท่า หรือ 100 เท่า ยังชูคอโดดเด่นกว่าผู้อื่น สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ
ยิ่งเกิดผลมากยิ่งถ่อมมาก เพราะข้าวยิ่งมีเมล็ดมาก กิ่งก้านก็ค้อมลงเพราะน้ำหนักเมล็ดข้าวที่เพิ่มจำนวน
ดังนั้นอุปมาเรื่องนี้ คงพูดถึงคริสเตียนโดยตรง เพราะเราต้องสำรวจชีวิตเราให้ดี อยู่ในนาของพระเจ้า ต้องเกิดผล เด็กๆ ถามว่า เกิดผลได้ยังไง หลายคนอาจจะมองเรื่องการนำคนมารับเชื่อ ยิ่งหลายคนยิ่งเกิดผล ซึ่งโดยกายภาพ หรือจำนวนนับก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ในโลกของจิควิญญาณ หาเป็นเช่นนั้นไม่
ใครเกิดผล ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ผลที่ว่าคือผลของพระวิญญาณ ถ้าเราสามารถแสดงความรัก ความเมตตา มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคนอยากอยู่ใกล้ อยากคุยด้วย มากกว่าอยากอยู่ห่างๆ นั่นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการรับรู้ของเรา
หากใครแวะเข้ามาอ่าน ก็ถือว่า พระเจ้าปรารถนาให้ท่านเกิดผล 30 เท่า 60 เท่า 100 เท่า บ้าง ก็ตามแต่ท่านจะพรวนดิน ไถปรับชีวิตของท่าน เพื่อรับเม็ลดพันธุ์ที่ดีจากพระเจ้า
วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553
10-12 ธค. ไปทำงานที่ จ.เลย
เริ่มต้นก็ฮาเลยกับภาพแรก ผมไปทำงานบรรยายที่จังหวัดเลย ก็เลยมีโอกาสเก็บภาพมาหลายที่ ช่วงนี้ไปเลยถึง 3 ครั้ง ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา
8-9 ธค.53 ไประยอง-จันทบุรี-ปราจีน
เป็นการเยี่ยมชมสวนภาคตะวันออกครั้งแรกของผม ไประยอง-จันทบุรี และขากลับใช้เส้นทางที่ไปสระแก้ว แล้ววกเข้่าปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมพ่ออนันต์ วงศ์เพ็ชร
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ท่องแดนอีสาน 5 จังหวัด
ผมได้ไปบรรยายเรื่องอนาคตโลกที่ศรีสะเกษ และสอนการหมักน้ำชีวภาพด้วย BeztDM ที่จังหวัดศรีสะเกษ และยังได้ไปเข้าเยี่ยมกลุ่มเกษตรในหลายจังหวัด เช่น ยโสธร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด
นำภาพต่างๆ มาฝากให้ดูครับ
หรือจะเข้าไปดูงานที่ผมไปมาได้ที่ http://beztdmfarming.blogspot.com/
นำภาพต่างๆ มาฝากให้ดูครับ
หรือจะเข้าไปดูงานที่ผมไปมาได้ที่ http://beztdmfarming.blogspot.com/
วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ดูงานที่ลาว
ผมมีโอกาสไปดูงานที่ประเทศลาว เมื่อวันที่ 20-22 พย. ที่ผ่านมา แทบไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเลย เพราะการเดินทางส่วนใหญ่จะอยู่บนรถซะมากกว่า ซึ่งเที่ยวหนึ่ง นานถึง 6 ชม. จากเวียงจันทน์ถึงสะหวันนะเขต ระยะทางแค่ 500-600 กม. แต่ที่ใช้เวลานานเพราะที่ลาวจำกัดความเร็วของรถไว้ที่ 60-80 กม./ชม. ใครที่จะขับรถในลาวต้องคำนวนเวลาดีๆ เพราะอาจจะไปช้ากว่าที่นัดหมาย
ใครอยากดูรายละเอียดเรื่องท่องเที่ยว ผมจะเขียนไว้่ในบล็อก
http://serithaitour.blogspot.com
ใครอยากดูรายละเอียดเรื่องท่องเที่ยว ผมจะเขียนไว้่ในบล็อก
http://serithaitour.blogspot.com
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
บำบัดน้ำเสียอีกที่ปทุมธานี
เมื่อวันที่ 15 พย. 10 ทีม B Safe (สนับสนุนโดย บ. BCI) ยังออกปฏิบัติการบำบัดกลิ่นเหม็น กำจัดยุง อยู่ที่ชุมชนข้างวัดโบสถ์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพราะน้ำยังท่วมขังส่งกลิ่นเหม็น วันนี้ได้รับช่วยเหลือจาก ปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรงในการป้องกัยภัยต่างๆ ทางปภ.ส่งรถฉีดน้ำมาให้ 1 คัน เพื่อผสม Biogrease แล้วฉีดพ่นบริเวณน้ำท่วมขัง
ทางคุณหนึ่ง จากร้านไจแอนท์มีน้ำใจมาร่วมด้วยตลอด ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
ชาวบ้านข้างวัดโบสถ์ต้องอาศัยอยู่แต่บนบ้าน เพราะน้ำท่วมขัง
รายการเคเบิ้ลทีวีมาสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ BCI เพื่อทำข่าวด้วย
คุณหนึ่ง ไจแอนท์ กับ คุณอ้อย BCI ยืนอยู่กลางน้ำทว่มขัง
ทีมงานถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปภ. และหน่วยงานราชการ
ฉีดพ่นน้ำจากรถ
ทางคุณหนึ่ง จากร้านไจแอนท์มีน้ำใจมาร่วมด้วยตลอด ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
มอบ Biogrease ผ่านครอบครัวข่าวช่อง 3
วันที่ 10 พย. 10 กลุ่ม B Safe ไปมอบ Biogrease ให้กับครอบครัวข่าวช่อง 3 เพื่อเป็นตัวแทนไปมอบผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นแก่ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม
วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ช่วยกันหน่อย เพื่อลดกลิ่นเหม็นหลังน้ำลด
ต้องการความช่วยเหลือด่วนนนนนนนนนน
เนื่องมาจากน้ำท่วมในหลายจังหวัดเริ่มลดลง และบางที่ยังท่วมขังอยู่ ก็กลับกลายเป็นน้ำเน่าเหม็น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนต้องทนกลับกลิ่นเหม็นของน้ำที่กำลังเน่าไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่รู้จะจบลงเมื่อใด
ขณะนี้เรามีหนทางบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องของเราได้ด้วยการน้ำ จุลินทรีย์ผง (Biogrease) 1 ซอง + น้ำ ผสมกัน แล้วนำไปใส่ถังเพื่อฉีดพ่น 1 ซอง สามารถแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นได้ถึง 15 วัน ครอบคลุมพื้นที่ต่อซอง 400 ตารางเมตร ในระดับน้ำลึก 50 ซม.
จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวคริสต์ทั้งหลาย และผู้มีใจเมตตาอารีย์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สามารถบริจาค
1. รองเท้าบูท ราคาประมาณ 70 บาท
2. ถังสำหรับฉีดพ่น (แบบในภาพ) ราคาประมาณ 2000 บาท
3. จุลินทีย์ผง ซองละ 150 บาท ต่อหนึ่งถึง
4. ตัวท่านเอง (มาเป็นอาสาสมัคร)
สนใจร่วมบริจาคหรืออาสาสมัคร โปรดติดต่อ emagicclub@gmail.com
เราจะช่วยจนกว่าน้ำจะลด หรือหมดทุน
เนื่องมาจากน้ำท่วมในหลายจังหวัดเริ่มลดลง และบางที่ยังท่วมขังอยู่ ก็กลับกลายเป็นน้ำเน่าเหม็น ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนต้องทนกลับกลิ่นเหม็นของน้ำที่กำลังเน่าไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่รู้จะจบลงเมื่อใด
ขณะนี้เรามีหนทางบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องของเราได้ด้วยการน้ำ จุลินทรีย์ผง (Biogrease) 1 ซอง + น้ำ ผสมกัน แล้วนำไปใส่ถังเพื่อฉีดพ่น 1 ซอง สามารถแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นได้ถึง 15 วัน ครอบคลุมพื้นที่ต่อซอง 400 ตารางเมตร ในระดับน้ำลึก 50 ซม.
1. รองเท้าบูท ราคาประมาณ 70 บาท
2. ถังสำหรับฉีดพ่น (แบบในภาพ) ราคาประมาณ 2000 บาท
3. จุลินทีย์ผง ซองละ 150 บาท ต่อหนึ่งถึง
4. ตัวท่านเอง (มาเป็นอาสาสมัคร)
สนใจร่วมบริจาคหรืออาสาสมัคร โปรดติดต่อ emagicclub@gmail.com
เราจะช่วยจนกว่าน้ำจะลด หรือหมดทุน
แก้ปัญหาน้ำเน่าเหม็นที่อยุธยา
เมื่อวันที่ 9 พย. 10 ผมและเพื่อนๆ กลุ่ม B Safe ไปช่วยชาวอยุธยาที่อำเภอบางปะหัน เพราะที่นั่นน้ำยังท่วมขัง และส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาหลายวัน
พวกเราใช้จุลินทรีย์คัดสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการบำบัดกลิ่นมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งก็เกิดผลเร็วเกินคาด
มาถึงวันนี้ กลิ่นได้ลดความรุนแรงลง และคงอยู่ได้อีกไม่เกิน 15 วัน เพราะตัวจุลินทรีย์ก็มีการหมดอายุเหมือนกัน
ดังนั้นถ้าเข้ามีโอกาสเข้ามาดูบล็อกของผมและอยากช่วยเป็นอาสาสมัคร หรือมีส่วนในการบำับัดทุกข์ของชาวบ้านซึ่งยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหานี้ก็เมล์มาแจ้งความจำนงได้ว่าอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ เพราะเรายังคงออกไปช่วยอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส หรือคนร้องขอ
พวกเราใช้จุลินทรีย์คัดสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการบำบัดกลิ่นมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งก็เกิดผลเร็วเกินคาด
มาถึงวันนี้ กลิ่นได้ลดความรุนแรงลง และคงอยู่ได้อีกไม่เกิน 15 วัน เพราะตัวจุลินทรีย์ก็มีการหมดอายุเหมือนกัน
ดังนั้นถ้าเข้ามีโอกาสเข้ามาดูบล็อกของผมและอยากช่วยเป็นอาสาสมัคร หรือมีส่วนในการบำับัดทุกข์ของชาวบ้านซึ่งยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหานี้ก็เมล์มาแจ้งความจำนงได้ว่าอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ เพราะเรายังคงออกไปช่วยอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส หรือคนร้องขอ
ถนนสายเอเชียอยู่ทางด้านล่างของภาพ อำเภอจะอยู่ทางทิศตะวันออกของถนน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


