ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คริสตมาส 3 บรรยากาศ

คริสตมาสปีนี้ ผมมีโอกาสเข้าร่วมงานถึง 3 ที่ 3 บรรยากาศ แต่ละที่ก็มีความแตกต่างกัน แต่ก็มีหัวใจเดียวกัน นั่นคือวันคริสตมาส วันประสูติของพระเยซูคริสต์ วันที่ผู้คนมอบของขวัญให้กันและกันโดยผ่านความรักของพระเจ้า

ที่แรกก็คือที่จังหวัดเลย อ.ปากชม ที่คจ.โป่งสำราญ เมื่อวันที่ 11 ธค. ที่นี่บรรยากาศแบบลูกทุ่ง เพลงลูกทุ่ง หมอลำ ในสไตล์คันทรี่

คริสตมาส เทศกาลแห่งการมอบของขวัญ
พวกเราไปมอบเสื้อกันหนาวให้ชาวบ้านที่นั่น 100 ตัว

กิจกรรมบนเวทีโดย อ.ต่อ แห่ง คจ.โป่งสำราญ
ผู้ชมก็คือเด็กๆ ที่หมู่บ้าน


แห่งที่สองก็คือ โรงแรมคอนราด เป็นงานคริสตมาสแบบหรูหรา รับประทานอาหารในโรงแรม แน่นอนว่าแตกต่างจากงานแรกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่จัดโดยคจ.ความหวังกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ธค.


ภูมิ ลูกชายคนโตของผมต้องสวมสูทไปร่วมงาน
ก็เท่ไปอีกแบบ
ผมก็ต้องสวมสูทด้วยเหมือนกัน
โต๊ะอาหารที่เรารับประทานอาหารกัน ในแบบกาลาดินเนอร์
การแสดงบนเวที ทั้งนักร้องนักแสดงกว่าร้อยคน

แห่งที่สาม เป็นแบบงานปาร์ตี้ โต๊ะจีน จัดโดย คจ.แห่งสันติภาพ อ.สวัสดิ์ เชิญผมไปร่วมงาน บรรยากาศเป็นกันเองโดยสมาชิกร่วมกันจัดขึ้นมา มีการแสดงของเด็กๆ น่ารักดีครับ สถานที่จัด คจ.มหาชล นวมินทร์ 24 เมื่อวันที่ 22 ธค.


สถานที่ประดับประดาด้วยไฟ

มีมุมให้่ถ่ายภาพที่ระลึก
น้องนายกับผมถ่ายภาพที่ระลึกหน้าโบสถ์มหาชล
งานเลี้ยงโต๊ะจีน จัดข้างโบสถ์

น้องนายรับรางวัลในวันคริสตมาส

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทสนทนาเรื่องทูตสวรรค์

[c=8]mart[/c] พูดว่า
พี่คับ ทูตสวรรค์ประจำตัว เราอธิฐาน ให้ เขาช้วยเราเหรอคับ

A.J. Printson พูดว่า
ฮึๆ

[c=8]mart[/c] พูดว่า
หรือเราแค่รู้จัก ชื่อเฉยๆ

A.J. Printson พูดว่า
ใช้งานได้ด้วย

[c=8]mart[/c] พูดว่า
ใช้ยังไงคับ
จะใช้เขาได้เหรอคับ เขาเป็นตั่งทูตสวรรค์

A.J. Printson พูดว่า
มันเป็นเรื่องระดับสูง ต้องอธิบายยาว

[c=8]mart[/c] พูดว่า
ถ้าผมอธิฐานขอพระเจ้า ทรงให้ทูตสวรรค์มาช่วยเหรอคับ
อย่างผมดู รายชื่อ ทูตสวรรค์ ของผมไปตรง กับ เครูข

A.J. Printson พูดว่า
ทุกคนมีทุตสวรรค์ประจำตัว
ชื่อเป็นแค่ตำแหน่ง
พระคัมภีร์กล่าวถึงทูตสวรรค์หลายครั้ง
เราได้รับสิทธิเพราะพระโลหิตของพระคริสต์

[c=8]mart[/c] พูดว่า
อาเมนคับ

A.J. Printson พูดว่า
หลังจากโปรแตสแตนท์ตัดขาดจากคาทอลิกเมื่อ 500 ปีก่อน เรื่องวิชาทูตสวรรค์จึงขาดไปด้วย
เทวทูตวิทยา เป็นเรื่องหนึ่งที่คาทอลิกเข้าใจ และถือว่าเป็นเรื่องปกติ
ชาวยิวที่เข้าใจก็ใช้เรื่องนี้ในชีวิตประจำวันเสมอ
เพราะนี่คือหลักการความเชื่อมาตั้งแต่บรรพชนแห่งความเชือ อับราฮัม

[c=8]mart[/c] พูดว่า
อาเมนคับ

A.J. Printson พูดว่า
ข้อสังเกตจากวันคริสตมาส
มีชาวยิว (คนเลี้ยงแกะ) กลุ่มเดียวเท่านั้นที่ทราบข่าวการมาของพระคริสต์ผ่านทูตสวรรค์ ในขณะที่โหราจารย์ใช้ตำราดวงดาว ติดตามดาว
สรุปได้ว่า ทุกคนสามารถพบพระคริสต์ได้ในทุกวิถีทาง ทางความเชื่อ และศาสตร์แห่งความรู้

[c=8]mart[/c] พูดว่า
อาเมนคับ
ผมได้ความรู้เพิ่มขึ้นคับ

A.J. Printson พูดว่า
แต่โปรแตสแตนท์ ไปจบแค่ความเชื่อ ศาสตร์แห่งดวงดาวจึงถูกลบหลู่ว่าเป็นศาสตร์มืด
และปฏิเสธองค์ความรู้หลายอย่าง รวมถึงเรื่องทูตสวรรค์ มองว่าเป็นศาสตร์ของพวกนิวเอจ

[c=8]mart[/c] พูดว่า
นั่นดิคับ

A.J. Printson พูดว่า
ขอเอาบทสนทนาไปลงในบล็อกได้ป่ะ
เผื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

[c=8]mart[/c] พูดว่า
ได้คับๆ

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ไปฟังสัมมนา "เจาะลึกภัยพิบัติ" ที่ ม.ศรีปทุม

วันทีี่ 19 ธันวาคม 2010 ผมไปฟังงานสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง "เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด" ที่ ม.ศรีปทุม บางบัว กรุงเทพฯ

เป็น หัวข้อที่ตัวเองสนใจ และเป็นผู้บรรยายในหลายโอกาส คราวนี้มาเป็นผู้ฟังบ้างก็ได้ความรู้ดีมาก โดยเฉพาะข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาล และดวงอาทิตย์ที่จะส่งผลต่อโลกในช่วงปี 2012-2013

คนเข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คน ที่ห้องประชุมของ ม.ศรีปทุม

ดร.สมิทธ เป็นผู้ดำเนินรายการเองเลย

สัมมนาเชิงวิชาการ "เจาะลึกเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติ" "เดลินิวส์" ร่วมมือมูลนิธิสภา เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ม.ศรีปทุม และเว็บไซต์พลังจิตดอทคอม จัดอบรมครั้งใหญ่ เน้นให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเรื่องภัยพิบัติ หวังให้เป็นข้อมูล เตรียมความพร้อมของทุกคนหากเกิดเหตุร้ายขึ้นในอนาคต

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ดร.ประภา เหตระ กูล ศรีนวลนัด บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์โครงการจัดสัมมนาเชิงวิชาการ “เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤติให้เป็นทางรอด” ในวันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ว่า ปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ประชาชนทุกคน ซึ่งในอดีตจนถึงรอบปีที่ผ่านมาประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด เป็นต้น ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้ส่วนหนึ่งมีที่มาจากการกระทำของมนุษย์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

“หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในฐานะสื่อสารมวลชน ตระหนักถึงหน้าที่ในการนำเสนอข่าวสารและความรู้ ตลอดจนข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รับทราบ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิด ขึ้นในอนาคต การที่ประชาชนได้รู้ถึงสาเหตุและที่มาของการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติใน ลักษณะต่าง ๆ จะช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดความตระหนกตกใจ และรู้วิธีป้องกัน หรือบรรเทาผลอันเกิดจากภัยพิบัติเหล่านั้นให้ลดน้อยลง โดยกลุ่มเป้าหมายของงานสัมมนา คือ นักศึกษา นักวิชาการ และประชาชนที่สนใจ” ดร.ประภา กล่าว

สำหรับโครงการจัดสัมมนาเชิงวิชา การ “เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤติให้เป็นทางรอด” เกิดจากความร่วมมือระหว่างหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และเว็บไซต์พลังจิตดอทคอม โดยรูปแบบการ จัดงานสัมมนา จะมี 8 วิทยากรจากหลากหลายสาขาวิชาการมาบอกถึงสาเหตุการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติในปัจจุบัน, ดร.ก้องภพ อยู่เย็น ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบสุริยจักรวาล อิทธิพลต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการคาดการณ์ภัยพิบัติธรรม ชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต, ดร.วัฒนา กันบัว และดร.เสรี ศุภราทิตย์ ให้ข้อมูลเจาะลึกเรื่องพายุ น้ำท่วม สตอมเซอจ แผ่นดินไหว

พระอาจารย์รัตน์ (รัตน รตนญาโณ) ให้ความรู้เรื่องกาแล็กซี ทางช้างเผือก และแกนพลังงานโลก ความเชื่อมโยงกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ, ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ให้ข้อมูลเรื่องวิกฤติน้ำท่วมโลก-น้ำท่วมกรุงเทพฯ ขณะที่ นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล จะให้ความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับภัยพิบัติ ทางด้านการแพทย์ และนายคณานันท์ ทวีโภค หัวหน้าทีมพลังจิตพิชิตภัยพิบัติ (ในเว็บไซต์พลังจิต) จะมาแนะนำการทำจิตให้พร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ

ทั้งนี้งานสัมมนาเชิงวิชาการ “เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤติให้เป็นทางรอด” เปิดให้ลงทะเบียนสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ พลังจิตดอทคอม (www.palungjit.com/ seminar/) และอีเมล : seminar@ palungjit.org หรือโทร. 08-6534-1112 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 16 ธ.ค.นี้ รองรับผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมด 1,200 ที่นั่ง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ งานจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 08.30-17.00 น. ที่ห้องบัวหลวง แกรนด์รูม ชั้น 6 อาคาร ดร.สุข พุคยาภรณ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ

คัดลอกจาก http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=420&contentID=109530

ทำงาน 3 จังหวัด ประจวบฯ-ชุมพร-เพชรบุรี

เมื่อวัีนที่ 17-18 ธันวาคม 2010 ผมไปทำงานที่ทางภาคใต้บ้าง หลังจากไปทำงานที่ภาคอีสานและภาคเหนือมาหลายเดือน ภารกิจคราวนี้คือการไปบรรยายเรื่องน้ำหมักชีวภาพ ที่อ. บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ แล้วก็ไปชุมพร จากนั้นก็กลับมาที่จ.เพชรบุรี เ้ป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ 2 วัน 1 คืน กลับทริปภาคใต้

อบรมการหมักน้ำชีวภาพที่ ประจวบฯ

ชมไร่มะละกอที่ ชุมพร

และเยี่ยมไร่มะนาวที่เพชรบุรี

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

คำแบ่งปันจากอ.ปากชม

ข้อพระคัมภีร์จากมัทธิว บทที่ 13


คำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
  • 24 พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า "อาณาจักรแห่งสวรรค์เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน
  • 25 แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวสาลีนั้นไว้ แล้วก็หลบไป
  • 26 ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ปรากฏขึ้นด้วย
  • 27 ผู้รับใช้แห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า `นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน'
  • 28 นายก็ตอบพวกเขาว่า `นี้เป็นการกระทำของศัตรู' พวกผู้รับใช้จึงถามนายว่า `ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บข้าวละมานหรือ'
  • 29 แต่นายตอบว่า `อย่าเลย เกลือกว่าเมื่อกำลังถอนข้าวละมานจะถอนข้าวสาลีด้วย
  • 30ให้ทั้งสองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้เกี่ยวว่า "จงเก็บข้าวละมานก่อนมัดเป็นฟ่อนเผาไฟเสีย แต่ข้าวสาลีนั้นจงเก็บไว้ในยุ้งฉางของเรา"'"

ทรงอธิบายคำอุปมาเกี่ยวกับข้าวสาลีและข้าวละมาน
  • 36 แล้วพระเยซูจึงทรงให้คนเหล่านั้นจากไปและเสด็จเข้าไปในเรือน พวกสาวกของพระองค์ก็มาเฝ้าพระองค์ทูลว่า "ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์เข้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยข้าวละมานในนานั้น"
  • 37 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์
  • 38 นานั้นได้แก่โลก ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่พลเมืองแห่งอาณาจักร แต่ข้าวละมานได้แก่พลเมืองของมารร้าย
  • 39 ศัตรูผู้หว่านข้าวละมานได้แก่พญามาร ฤดูเกี่ยวได้แก่การสิ้นสุดของโลกนี้ และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่พวกทูตสวรรค์
  • 40 เหตุฉะนั้น เขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร ในการสิ้นสุดของโลกนี้ก็จะเป็นอย่างนั้น
  • 41 บุตรมนุษย์จะใช้พวกทูตสวรรค์ของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด และบรรดาผู้ที่ทำความชั่วช้าไปจากอาณาจักรของท่าน
  • 42 และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
  • 43 คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในอาณาจักรพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์ ใครมีหูจงฟังเถิด
เมื่อผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมพี่น้องเกษตรกร และไร่นาในหลายจังหวัด เมื่อถึงเวลาแบ่งปันพระคำของพระเจ้าก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงคำอุปมาในบทนี้ เพราะปัญหาที่ถูกถามแทบจะทุกที่ก็คือปัญหา หญ้าขึ้นแซงข้าว และสูงกว่าจนไปแย่งอาหารของต้นข้าว

อีกอย่าง เมื่อมองกลับมายังคริสตจักร ในโบสถ์ ตัวเราเองหรือเปล่าที่อาจจะเป็นข้าวละมาน เพราะนอกจากจะไม่เกิดผล 30 เท่า 60 เท่า หรือ 100 เท่า ยังชูคอโดดเด่นกว่าผู้อื่น สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ

ยิ่งเกิดผลมากยิ่งถ่อมมาก เพราะข้าวยิ่งมีเมล็ดมาก กิ่งก้านก็ค้อมลงเพราะน้ำหนักเมล็ดข้าวที่เพิ่มจำนวน

ดังนั้นอุปมาเรื่องนี้ คงพูดถึงคริสเตียนโดยตรง เพราะเราต้องสำรวจชีวิตเราให้ดี อยู่ในนาของพระเจ้า ต้องเกิดผล เด็กๆ ถามว่า เกิดผลได้ยังไง หลายคนอาจจะมองเรื่องการนำคนมารับเชื่อ ยิ่งหลายคนยิ่งเกิดผล ซึ่งโดยกายภาพ หรือจำนวนนับก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ในโลกของจิควิญญาณ หาเป็นเช่นนั้นไม่

ใครเกิดผล ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ผลที่ว่าคือผลของพระวิญญาณ ถ้าเราสามารถแสดงความรัก ความเมตตา มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคนอยากอยู่ใกล้ อยากคุยด้วย มากกว่าอยากอยู่ห่างๆ นั่นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการรับรู้ของเรา

หากใครแวะเข้ามาอ่าน ก็ถือว่า พระเจ้าปรารถนาให้ท่านเกิดผล 30 เท่า 60 เท่า 100 เท่า บ้าง ก็ตามแต่ท่านจะพรวนดิน ไถปรับชีวิตของท่าน เพื่อรับเม็ลดพันธุ์ที่ดีจากพระเจ้า



วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

10-12 ธค. ไปทำงานที่ จ.เลย

เริ่มต้นก็ฮาเลยกับภาพแรก ผมไปทำงานบรรยายที่จังหวัดเลย ก็เลยมีโอกาสเก็บภาพมาหลายที่ ช่วงนี้ไปเลยถึง 3 ครั้ง ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

เจอหน้ากากอินทรีแดง เลยเอามาใส่เล่นๆ เป็นฮีโร่

อ.เชียงคาน คนแน่นที่สุดในรอบปีมั้ง
มีคนกรุงเทพเป็นหมื่นไปที่นั่นในคืนวันที่ 10 ธค.

มุมเก๋ๆ ที่เชียงคาน

ผมไปบรรยายเรื่องโลกร้อน และวิธีลดโลกร้อนแบบเกษตรกรรม

ถ่ายภาพร่วมกับพี่น้องคริสเตียนที่จังหวัดเลย

จัดงานคริสตมาสให้กับเด็กๆ ที่อ.ปากชม จ.เลยด้วย

เด็กๆ จำนวนมากมาร่วมงาน

มีการแจกเสื้อกันหนาวด้วยครับ

8-9 ธค.53 ไประยอง-จันทบุรี-ปราจีน

เป็นการเยี่ยมชมสวนภาคตะวันออกครั้งแรกของผม ไประยอง-จันทบุรี และขากลับใช้เส้นทางที่ไปสระแก้ว แล้ววกเข้่าปราจีนบุรี เพื่อเยี่ยมพ่ออนันต์ วงศ์เพ็ชร

แทงก์สำหรับใช้ใส่ Biogrease
ลงในลำคลองเพื่อบำบัดน้ำเสีย

สะพานเทศบาล 7 ในเมืองระยอง

Biogrease หยดลงในคลอง AIA

สวนพริกไทยที่เราไปเยี่ยมชม

ตาทิง คุณบุ๋ม BCI พี่บัญชา และผม ถ่ายภาพร่วมกัน

แอ็คท่าเท่ๆ ที่สระแก้ว

บ้านหาดสะแกที่ปราจีน

คุณบุ๋ม BCI คุยกับพ่ออนันต์ ที่ปราจีน

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ท่องแดนอีสาน 5 จังหวัด

ผมได้ไปบรรยายเรื่องอนาคตโลกที่ศรีสะเกษ และสอนการหมักน้ำชีวภาพด้วย BeztDM ที่จังหวัดศรีสะเกษ และยังได้ไปเข้าเยี่ยมกลุ่มเกษตรในหลายจังหวัด เช่น ยโสธร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด

นำภาพต่างๆ มาฝากให้ดูครับ

หรือจะเข้าไปดูงานที่ผมไปมาได้ที่ http://beztdmfarming.blogspot.com/

คุณอู๊ด BeztDM ไปกับผม 2 คน เที่ยวงานข้าวหอมมะลิโลกที่ร้อยเอ็ด

เยี่ยมพ่อใหญ่มั่น สามสี แห่งกุดชุม ผู้สร้างตำนา่นเกษตรอินทรีย์ 100%

อบต. ทวีชัย ดงงาม แห่งบ้านคำเกิ้ม นครพนม
กับสวนแตงร้าน

ขนาดว่าหมดรุ่นแล้ว แตงที่นี่ยังหวานกรอบอยู่
ใช้ตำแตง แซ่บอีหลี ขอบอก

อ.วิเชียร หาดทำ ผู้รับใช้สอนชาวบ้านเพาะเห็ดขาย
จนชุมชนมีความมั่งคั่งขึ้น
อยู่ที่ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

คจ.โคกสะอาด ที่ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

สถานประกาศไพรบึง จ.ศรีสะเกษ
ใช้งานด้านเกษตรประกาศพระกิตติคุณ

ผมไปสอนพี่น้องคริสเตียนที่นั่นหมักน้ำชีวภาพด้วย BeztDM
จึงเกิดกิจกรรมลดปัญหาขยะไปในตัวด้วย
การหมักเศษผักผลไม้ หรืออาหารเหลือจะเป็นการลดโลกร้อนไปในตัว

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ดูงานที่ลาว

ผมมีโอกาสไปดูงานที่ประเทศลาว เมื่อวันที่ 20-22 พย. ที่ผ่านมา แทบไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเลย เพราะการเดินทางส่วนใหญ่จะอยู่บนรถซะมากกว่า ซึ่งเที่ยวหนึ่ง นานถึง 6 ชม. จากเวียงจันทน์ถึงสะหวันนะเขต ระยะทางแค่ 500-600 กม. แต่ที่ใช้เวลานานเพราะที่ลาวจำกัดความเร็วของรถไว้ที่ 60-80 กม./ชม. ใครที่จะขับรถในลาวต้องคำนวนเวลาดีๆ เพราะอาจจะไปช้ากว่าที่นัดหมาย

ใครอยากดูรายละเอียดเรื่องท่องเที่ยว ผมจะเขียนไว้่ในบล็อก
http://serithaitour.blogspot.com

ได้มาเดินเล่นถ่ายภาพประตูชัยตอนเช้าก่อนกลับ อยู่กลางเมืองเวียงจันทน์ครับ

ถ่ายภาพที่ร้านอาหารริมโขง แขวงสะหวันนะเขต
ตรงข้ามคือจังหวัดมุกดาหาร โดยมีแม่โขงกั้นกลาง

หน่วยงานราชการของลาวที่ไปติดต่อ
อาคารคล้ายๆ ของไทย เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับดีมาก
แต่หากเป็นผู้หญิงควรนุ่งกระโปรงนะครับ
เพราะที่นั่นเขาห้ามนุ่งกางเกงเข้าติดต่อราชการ

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

บำบัดน้ำเสียอีกที่ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 15 พย. 10 ทีม B Safe (สนับสนุนโดย บ. BCI) ยังออกปฏิบัติการบำบัดกลิ่นเหม็น กำจัดยุง อยู่ที่ชุมชนข้างวัดโบสถ์ อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพราะน้ำยังท่วมขังส่งกลิ่นเหม็น วันนี้ได้รับช่วยเหลือจาก ปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรงในการป้องกัยภัยต่างๆ ทางปภ.ส่งรถฉีดน้ำมาให้ 1 คัน เพื่อผสม Biogrease แล้วฉีดพ่นบริเวณน้ำท่วมขัง

ทางคุณหนึ่ง จากร้านไจแอนท์มีน้ำใจมาร่วมด้วยตลอด ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

วัดโบสถ์ ปทุมธานี อยู่่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ชาวบ้านข้างวัดโบสถ์ต้องอาศัยอยู่แต่บนบ้าน เพราะน้ำท่วมขัง

รายการเคเบิ้ลทีวีมาสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ BCI เพื่อทำข่าวด้วย

คุณหนึ่ง ไจแอนท์ กับ คุณอ้อย BCI ยืนอยู่กลางน้ำทว่มขัง

ทีมงานถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปภ. และหน่วยงานราชการ

ฉีดพ่นน้ำจากรถ

ผสม Biogrease ผสมกับน้ำลงในถังของรถ

ผมยืนอยู่ในน้ำที่ท่วมขัง

คุณบุ๋ม BCI เข้าไปแจก Biogrease ชนิดเม็ดแก่ชาวบ้าน โดยเรือยาง (ยางจริงๆ)
เรายังต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องนะครับ แม้ข่าวน้ำท่วมจะหายไปจากจอทีวี แต่หากท่านเผอิญเข้ามาดู หรือเป็นเพื่อนของผม และมีใจเมตตา ก็สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรม หรือบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เป็นพี่น้องคนไทยด้วยกันครับ