ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เรียน "วิวรณ์" แบบเห็นภาพ

เรียน "วิวรณ์" แบบเห็นภาพ โดยการศึกษาพระคัมภีร์ผ่านโปรแกรม Powerpoint ซึ่งทางเราได้จัดทำขึ้นมา โดยการบรรยายพระคัมภีร์ "วิวรณ์" ทุกบททุกข้อ ตั้งแต่บทที่ 1 ถึง 22 ให้มีภาพประกอบทั้งหมด จึงง่ายแก่การเรียนรู้และเข้าใจ ผู้สนใจจะเรียนรู้่โดยส่วนตัวหรือต้องการเผยแพร่ในการเรียนการสอนรวีวารศึกษา โรงเรียนพระคริสตธรรม คริสตจักร เซลกรุ๊ป กลุ่มแคร์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

ที่ ตรัง ได้รับการอบรมเป็นครั้งแรกแล้วครับ

ภาพและเนือหามาจากพระธรรมวิวรณ์ถึง 466 หน้า 

ตัวอย่างบางส่วน ของพระธรรม "วิวรณ์"

วิวรณ์ 4:5 

วิวรณ์ 6:17 

ภาพประกอบบางภาพทำให้เราเข้าใจพระคัมภีร์มากขึ้น 

เรื่องทูตสวรรค์ ปรากฏในพระธรรมวิวรณ์นี้เกือบทั้งเล่ม

บางภาพท่านอาจไม่เคยเห็นมาก่อน 

เห็นภาพนี้แล้วเข้าใจเนื้อหามากขึ้น 

ในบทสุดท้ายจะเห็นภาพแห่งความหวังชัดเจนมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อรัมภบทว่าด้วยการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์

เอามาลงให้ดูเพื่อเตรียมตัวสู่การสัมมนาในวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคมนี้ที่ตรัง

การเสด็จกลับมาของพระคริสต์
คือพระสัญญาสำคัญของพระองค์ 

ภูเขามะกอกเทศเป็นที่ซึ่งพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์
อยู่ทางทิศตะวันออกของเยรูซาเล็ม 

 คำสั่งสุดท้ายที่พระองค์หวังว่าสาวกของพระองค์จะทำสำเร็จ

พระองค์จะมาอีกทีเหมือนที่พระองค์เสด็จขึ้นไป 

ถ้อยคำที่สาวกยุคแรกปลอบใจกัน
นั่นคือการเสด็จกลับมา

สาวกของพระองค์ออกไปประกาศทุกทิศทาง 

ประตูเมืองทั้ง 12 ประตูเป็นช่องทางการประกาศ 
เหมือนการเคลื่อนของช่วงเวลา 1 รอบ

แผนที่โลกกับรัศมีการประกาศไปทั่วโลก 

โซนตะวันออกกับประตูตะวันออก
โซนนี้ประเทศไทย  อยู่ในโซนนี้พอดี
และเชื่อว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จจากทิศตะวันออก
ผ่านโซนนี้

พระคำที่บ่งบอกถึงการเสด็จมาของพระองค์ 

ประตูตะวัีนออกหรือประตูทองคำ
คือประตูที่พระองค์จะเสด็จเข้าไปอีกครั้ง 

ในอดีตพระองค์เคยเสด็จเข้าประตูนี้อย่างผู้พิชิต
ปัจจุบันประตูนี้ปิดตาย 

เมื่อพระองค์เสด็จกลับมา ประตูนี้จะเปิดออก
และสันติสุขจะกลับมา กลายเป็นยุคแห่งสันติสุข
ยุคพันปี

ปัจจุบัน คืออดีตของอนาคต


หนังเรื่องนี้เมื่อดูจบทำให้รู้สึกว่าบางครั้ง เราอาจมีโอกาสได้ไปเปลี่ยนแปลงอดีต เพราะมันมีอนาคตเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ปัจจุบัน คืออดีตของอนาคต พระธรรมวิวรณ์ก็เหมือนกัน มีตอนจบของโลกรอเราอยู่แล้ว เราในฐานะมนุษย์ปัจจุบัน กำลังอยู่ในอดีตของอนาคต เพียงแต่ว่าในอนาคต เราจะได้มีชีวิตรอดจนไปถึงวันนั้นหรือเปล่า

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประวัติหมอบรัดเลย์ (สารคดี)

ชมสารคดีเกี่ยวกับประวัติหมอบรัดเลย์เกี่ยวกับการแพทย์ในประเทศไทยครับ ผ่านสารคดีที่เคยฉายออกอากาศไปนานแล้วในรายการ "เรื่องเล่า ๙ แผ่นดิน"






วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประตูทองคำ หมายสำคัญของการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

ความตื่นเต้นที่น่าประทัีบใจเมื่อมาเยรูซาเล็ม และได้เดินตามรอยของพระเยซูสู่ประตูทองคำ ในอนาคตอันใกล้ พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต

ปัจจุบันมีคริสเตียนมากมายหลายประเทศอธิษฐานให้ประตูนี้เปิดออกอีกครั้ง

ประตูทองคำที่กำแพงเมืองเก่าด้านตะวันออก

อุโมงค์ว่างเปล่าที่ Garden Tomb (สารคดีพระคัมภีร์)


เชื่อกันว่าคืออุโมงค์ฝังพระศพของพระเยซู เป็นสถานที่อีกแห่งที่อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าเยรูซาเล็ม ในบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นสวน และอยู่ใกล้ที่ตั้งของเนินหัวกะโหลก

สถานที่แห่งนี้ นับเป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งเพื่อยืนยันว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงพระชนม์อยู่

เนินหัวกะโหลกที่อยู่ติดกับ Garden Tomb
เหมือนหน้าคนที่หน้าผา

ชุมชนทะเลสาบกาลิลี ถิ่นที่อยู่ของเหล่าสาวกยุคแรก (สารคดีท่องเที่ยว)


เป็นคลิปการท่องเที่ยวทะเลาบกาลิลี ทะเลสาบแห่งนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของเหล่าสาวกยุคแรกของพระัเยซู พระองค์เสด็จไปที่นั่นเพื่อประกาศถึงแผ่่นดินของพระองค์ และเลือกสาวกกลุ่มแรกๆ ขึ้นที่ย่านนั้น ปัจจุบันที่ทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญของอิสราเอลด้วย

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การอัศจรรย์ครั้งแรกของพระเยซูคริสต์ (สารคดี)





เป็นคลิปสารคดีท่องเที่ยวอิงประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ที่ผมเคยไปทำมาที่อิสราเอล ร่วมกับมูลนิธิสื่อใจไทย (ไม่แน่ใจว่ามีำจำหน่ายหรือเปล่า) เอามาให้ชมกันเพื่อการศึกษา

คลิปเอเปเนทัส แรงบันดาลใจในการประกาศ






เป็นคลิปที่ทำขึ้นเพื่อประกอบการบรรยายหนุนใจในการประกาศให้แก่นักเรียน-นักศึกษาที่เชียงใหม่ (YFC เชียงใหม่) เห็นว่าเป็นประโยชน์เพื่อหนุนใจในการประกาศของคนไทย

เปาโลใช้เวลา 2 ปี ในการประกาศในเอเชีย จนคนทั้งเอเชียรู้จักพระเจ้า และ "เอเปเนทัส" เป็นคริสเตียนคนแรกในแคว้นเอชีย จึงนำชื่อของเขามาเป็นชื่อโปรเจคนี้ เพื่อให้เราตั้งเป้านำคนไทยเพียงคนเดียวที่เรารู้จักทั้งชื่อและตัวตนของเขา แค่ 2 ปีเท่านั้น คุณทำได้! (ด้วยความรักในพระคริสต์)

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

27 สิงหานี้ ที่ตรัง

เป็นการสัมมนาเรื่องราวเกี่ยวกั​บสัญญาณเตือนถึงการเสด็จกลับมาค​รั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วบ้าง แล้วเมื่อพระองค์มาจะเกิดอะไรขึ้น มีข้อพระคัมภีร์ข้อใดบ้างที่กล่​าวถึงเรื่องราวเหล่านี้ สนใจติดต่อ คุณปาม 086 3030 218
การเสด็จกลับมาของพระเยซูมักไม่ค่อยถูกสอนในคริสตจักรมากนัก เนื่องจากการประกาศหรือเป็นพยานมักจบด้วยการไปสวรรค์? ได้รับบำเน็จ

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว พระเยซูกล่าวถึงการเสด็จกลับมาและอาณาจักรที่พระองค์จะมาปกครองตลอดช่วงเวลาที่พระองค์อยู่กับสาวกของพระองค์

การไปสวรรค์ ถือว่าเป็นตอนจบของความเชื่อคริสเตียน แต่ระหว่างทางที่เราจะไปสวรรค์นั้น ยังมีการเสด็จกลับมาของพระเยซู ซึ่งพระองค์ทรงสัญญาด้วยพระองค์เอง และผู้ติดตามพระองค์จะรับรางวัลในช่วงที่พระองค์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สอง (ไม่ใช่ตอนไปอยู่สวรรค์อย่างที่หลายคนสอนกัน หรือเข้าใจกันไปเอง)

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองจึงเกี่ยวข้ิองกับอาณาจักรของพระองค์หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ "ยุคพันปี" และก่อนยุคพันปีจำเป็นต้องเกิดยุคหนึ่งก่อนที่พระองค์กล่าวถึงเสมอๆ นั่นคือ "ยุคสุดท้าย" หรือ "สิ้นยุค"

ยังมีคำสอนและความเชื่อที่เข้าข้างตนเองว่า คริสเตียนไม่ต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ หรือเรื่องร้ายๆ ซึ่งก็จริงๆ แล้วพระองค์ทรงสัญญาอีกว่า พระองค์จะอยู่กับเราจนกว่าจะ "สิ้นยุค" นั่นหมายความว่าเราคงยังต้องไปถึงจุดสุดท้ายของเหตุการณ์ แต่เราจะเผชิญได้เำพราะพระองค์อยู่ด้วย

"เหตุ​ฉะนั้น​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ออกไป​สั่ง​สอน​ชน​ทุก​ชาติ ให้​เป็น​สาวก​ของ​เรา ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​บิดา ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ สอน​เขา​ให้​ถือ​รักษา​สิ่ง​สารพัด​ซึ่ง​เรา​ได้​สั่ง​พวก​เจ้า​ไว้ นี่​แหละ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เสมอ​ไป จนกว่า​จะ​สิ้น​ยุค" มัทธิว 28:19-20

อย่าลืมหน้าที่หลัก จนกว่าจะสิ้นยุค เพราะพระองค์อยู่กับเราด้วยเสมอ


หากกลียุคคือยุคสุดท้าย
นั่นคือเหตุการณ์ที่คริสเตียนต้องเผชิญอย่างกล้าหาญ
ไม่หวาดกลัวภยันตรายใดๆ เพราะพระองค์อยู่ด้วยเสมอ
อาเมน

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ที่มาของโฆษณาไทยประกันชีวิต Silence of Love‏




ผู้กำกับโฆษณาไทยประกันชีวิตล่าสุด คือ ธนญชัย ศรศรีวิชัย เป็นผู้กำกับโฆษณา อันดับ 1 ของโลกว่ากันว่าสร้างจากเรื่องจริง(ปรับนิดหน่อย)จากเรื่องนี้ครับ

เรื่องราวคนขายเต้าหู้ คือพ่อฉันผู้เป็นใบ้

เรื่องจริงที่เปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์ เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่

ตอน เหนือของมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน มีเมืองขนาดกลาง ชื่อว่า เทือกเหล็ก เกือบทุกเช้าตรู่หรือพลบค่ำ บนท้องถนนกรรมกร จะเห็นผู้เฒ่าเข็นรถขายเต้าหู้เคลื่อนไปอย่างช้าๆ ลำโพงที่ต่อกับแบตเตอรี่บนรถ กระจายเสียงใสของหญิงสาว

“เต้าหู้มาแล้วจ้า เต้าหู้อ่อนสูตรโบราณ เต้าหู้อร่อยจ้า – เสียงนี่เป็นของฉัน คนขายคือพ่อฉัน พ่อฉันเป็นใบ้”

ตราบถึงวันนี้อายุกว่ายี่สิบแล้ว ฉันจึงใจกล้าพอที่จะบันทึกเสียงตัวเองไว้บนรถขายเต้าหู้ของพ่อ แทนกริ่งทองเหลืองที่พ่อเขย่ามาหลายสิบปี อายุแค่ 2-3 ขวบ ฉันก็รู้จักว่ามีพ่อเป็นใบ้น่าอัปยศเพียงใด ดังนั้นฉันจึงเกลียดชังพ่อแต่เล็ก เมื่อฉันเห็นเด็กบางคนถูกแม่สั่งให้มาซื้อเต้าหู้ กลับหยิบเต้าหู้ไปโดยไม่จ่ายเงิน พ่อโก่งคอยาวแต่ไม่อาจตะเบ็งเสียงออกมา ฉันไม่อาจทำเหมือนพี่ชายที่ไล่ตามไปต่อยเด็ก ได้แต่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ปริปาก ฉันไม่ชังเด็กคนนั้น แต่กลับชังพ่อที่เป็นใบ้


ถึง แม้ว่าทุกครั้งที่พี่ชายช่วยหวีผมให้และเจ็บจนต้องสูดปากซี๊ด ฉันก็แข็งใจไม่ยอมให้พ่อถักผมเปีย ตอนที่แม่เสียไม่ได้เก็บรูปถ่ายบานใหญ่ไว้ มีเพียงรูปขาวดำขนาด 2 นิ้วที่ถ่ายร่วมกับสาวเพื่อนบ้านก่อนแต่งงาน เมื่อพ่อถูกฉันเมินเฉย ก็มักจะหันกระจกเงากลับมาดูรูปแม่อีกด้านหนึ่ง เพ่งจนนานพอแล้ว ค่อยจากไปทำงานอย่างซึมเซา

น่าโมโหที่สุดคือเด็กคนอื่นเรียกฉันว่า อีใบ้สาม (ฉันเป็นลูกคนเล็กอยู่อันดับสาม) ฉันจะวิ่งกลับบ้านเมื่อด่าสู้พวกเด็กไม่ได้ ต่อหน้าพ่อที่กำลังโม่เต้าหู้อยู่ ฉันเขียนวงกลมบนพื้น แล้วถ่มน้ำลายที่ตรงกลาง ถึงแม้ฉันไม่เข้าใจว่าที่ตนทำนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ก็ทำเช่นนี้เมื่อถูกเด็กด่าว่าฉันคิดว่า นี่คงเป็นการแสดงคำด่าคนใบ้ที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว ครั้งแรกที่ฉันด่าพ่อด้วยวิธีนี้ ทำให้พ่อต้องหยุดงานในมือ มองดูฉันอย่างงุนงง น้ำตาไหลนองหน้าอยู่นาน น้อยครั้งที่ฉันเห็นพ่อร้องไห้ แต่วันนั้นพ่อขดตัวในโรงเต้าหู้ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เป็นการสะอึกสะอื้นที่ไม่ส่งเสียงดัง เพราะเห็นพ่อหลั่งน้ำตา ฉันจึงดูเหมือนหาทางออกให้กับความน้อยใจของฉันได้ในที่สุด ดังนั้น ต่อจากนั้นเป็นต้นมา ฉันมักจะไปด่าพ่อต่อหน้าต่อตาแล้วเดินหนี ปล่อยให้พ่องงเป็นไก่ตาแตก ทว่าพ่อไม่หลั่งน้ำตาอีกแล้ว แต่จะขดตัวที่ผอมเซียวให้ลีบเล็กลง พิงกับคานโม่ หรือจานโม่ ดูน่าเกลียดยิ่งในสายตาฉัน ฉันต้องเรียนหนังสือให้ดี เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย พ้นจากหมู่บ้านเล็กที่ใครๆก็รู้ว่าพ่อฉันเป็นใบ้ นี่เป็นความปรารถนาใหญ่ยิ่งของฉันในขณะนั้น


ฉันไม่รู้ว่าพี่ชายสองคนมีเหย้าเรือนได้อย่างไร ไม่รู้ว่าโรงเต้าหู้นั้นพ่อเปลี่ยนคานโม่ใหม่อีกกี่ด้าม ไม่รู้ว่ากริ่งทองเหลืองลั่นจนริมขอบสึก ผ่านไปแล้วกี่ฤดูกาลกี่ตำบลหมู่บ้าน รู้เพียงว่าฉันปฏิบัติต่อตนอย่างเคืองแค้น เรียนหนังสืออย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดฉันก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้

เสื้อม่อฮ่อมกรมท่าซึ่งอาโกวตัด เย็บให้ตั้งแต่ปี 1979 พ่อเพิ่งเอามาใส่เป็นครั้งแรกในต้นฤดูใบไม้ร่วงปี 1992 ท่ามกลางแสงตะเกียงในยามค่ำ พ่อหน้าตาชื่นบานขณะยัดธนบัตรกำใหญ่ซึ่งยังติดกลิ่นคาวเต้าหู้ไว้ที่ฝ่ามือ ฉันอย่างพิถีพิถัน ปากก็เอะอะเออออไม่หยุดยั้ง ฉันมองดูความดีใจและภาคภูมิของพ่อโดยวางตัวไม่ถูก เหม่อมองพ่อเที่ยวแจ้งให้ญาติโยมเพื่อนบ้านทราบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มพอใจ เมื่อฉันเห็นพ่อพาคุณอาและพี่ๆ มาช่วยลากหมูตัวที่พ่อบรรจงขุนมา 2 ปีจนอ้วนพี ลงมือชำแหละเพื่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน เป็นการฉลองที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัยได้ หัวใจแข็งดุจท่อนไม้ของฉันไม่รู้ถูกอะไรสะกิดเข้า จนฉันร้องไห้โฮ


บน โต๊ะอาหาร ฉันคีบหมูหลายชิ้นให้พ่อต่อหน้าคนหลายๆคน ฉันน้ำตานองหน้า เรียกพ่อให้กินเนื้อหมู พ่อไม่ได้ยินหรอก แต่เข้าใจความหมายของฉัน นัยน์ตาพ่อฉายประกายที่ไม่เคยมีมาก่อน ดวดเหล้าเกาเหลียงที่ตวงซื้อมา พร้อมกับกินชิ้นหมูที่ลูกสาวคีบให้ พ่อคงเมาแล้ว หน้าแดงก่ำ หลังยืดตรง ส่งภาษามืออย่างองอาจ เป็นความจริงที่ว่า ผ่านมา 18 ปีเต็มๆ พ่อเพิ่งเคยเห็นรูปริมฝีปากฉันขณะเรียกพ่อเป็นครั้งแรก พ่อโม่เต้าหู้ด้วยความยากลำบาก เอาธนบัตรที่คลุกด้วยกลิ่นไอเต้าหู้ส่งเสียให้ฉันเรียนจนจบมหาวิทยาลัย

ปี 1996 ฉันเรียนจบได้รับบรรจุงานที่เทือกเหล็กห่างจากบ้านเกิด 40 กม. เมื่อจัดที่พักเรียบร้อย ฉันเดินทางไปรับพ่อผู้ใช้ชีวิตคนเดียวมาอยู่ในเมือง เพื่อรับความสุขที่ลูกสาวมอบให้แม้จะช้านานก็ตาม

ทว่าระหว่างทางนั่งแท็กซี่กลับหมู่บ้าน เกิดอุบัติเหตุขึ้น

เรื่องราวต่างๆ หลังจากอุบัติเหตุ ฉันทราบจากพี่สะใภ้ เล่าให้ฟัง……… มีคนเดินทางจำได้ว่าผู้ประสบเหตุคือลูกสาวคนเล็กของเฒ่าถู ดังนั้น พี่ใหญ่พี่รอง สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองต่างมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทุกคนได้แต่ร้องไห้เมื่อเห็นฉันสลบคาที่ ทำอะไรไม่ถูก พ่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนสุดท้าย รีบช้อนร่างฉันขึ้นมาและโบกรถใหญ่ข้างทางให้หยุด ผู้คนในเหตุการณ์ต่างเห็นว่าฉันไม่รอดแน่ พ่อใช้ขายันร่างฉันไว้ แล้วใช้มือล้วงธนบัตรปึกใหญ่ออกจากกระเป๋าเสื้อ ยัดใส่มือคนขับรถ พร้อมกับขีดเขียนรูปกากบาทถี่ๆ ขอร้องให้พาส่งโรงพยาบาล พี่สะใภ้เล่าว่า พ่อแต่ไหนแต่ไรร่างกายอ่อนแอ แต่ขณะนั้นสำแดงพลังความแข็งแกร่งมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ


หลัง จากพยาบาลเบื้องต้นแล้ว หมอให้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น และเปรยกับพี่ๆ ว่า รักษาต่อไปก็ป่วยการเปล่า เพราะขณะนั้น ความดันโลหิตฉันเกือบวัดไม่ได้ หัวกระบาลถูกชนน่วมเป็นลูกน้ำเต้า ชุดสวมศพที่พี่ใหญ่ซื้อมาโดยเห็นว่าหมดหวังแล้วถูกพ่อฉีกทิ้ง พ่อชี้ที่ตาตัวเอง ชูหัวแม่มือ จ่อที่ขมับตัวเอง จากนั้นชูสองนิ้วชี้ที่ตัวฉัน แล้วชูหัวแม่มืออีก โบกมือแล้วหลับตา นั่นหมายความว่า พวกคุณอย่าร้องไห้ พ่อยังไม่ร้องเลย น้องสาวคุณไม่ตายหรอก เธออายุเพียง 20 กว่า ยังไหวแน่ เราช่วยชีวิตเธอได้แน่ หมอยังคงยืนยันว่าหมดทาง ให้พี่ใหญ่บอกกับพ่อว่า แม่หนูไม่รอดแน่ ถึงจะรักษาก็ต้องใช้เงินมหาศาล และยังไม่แน่ว่าจะรักษาได้


ทันใดนั้นพ่อคุกเข่าลง แล้วลุกขึ้นทันที ชี้มายังฉันพร้อมกับชูแขนสูง จากนั้นก็ทำท่าเพาะปลูก เลี้ยงหมู ถางหญ้า โม่เต้าหู้ แล้วปลิ้นกระเป๋าเสื้อซึ่งภายในว่างเปล่า พร้อมกับชูมือสองข้างกลับฝ่ามือไปมาสองรอบ นั่นหมายความว่า ขอร้องคุณหมอเถิด ช่วยชีวิตลูกสาวฉัน เธอมีอนาคตดี เป็นคนเก่ง คุณหมอต้องช่วยเธอ ผมจะหาเงินมาเสียค่ารักษา ผมเลี้ยงหมู ทำนา ทำเต้าหู้ได้ ผมมีเงิน ตอนนี้ก็มีอยู่4 พันหยวน

หมอจับมือพ่อพร้อมกับสั่นหัว นัยว่า แค่ 4 พันหยวนยังขาดอีกเยอะ พ่อไม่รีรอ ชี้ไปยังพี่ๆและพี่สะใภ้ กำมือแน่น หมายความว่า ผมยังมีคนเหล่านี้ช่วยกันพยายาม เราทำได้แน่ เห็นหมอยังทำเฉย พ่อชี้ที่หลังคา ก้มหัวใช้เท้ากระทืบพื้น พนมมือสองข้างไว้ด้านขวาของศีรษะ แล้วหลับตา หมายความว่า ผมมีบ้านขายได้ ผมนอนบนพื้นดินก็ได้ แม้จะหมดเนื้อหมดตัว ผมก็ขอให้ลูกสาวอยู่รอด พ่อชี้ไปยังหน้าอกคุณหมอ แล้ววางมือลง หมายความว่า ขอให้คุณหมอไว้ใจ เราไม่เบี้ยวค่ารักษาหรอก เรื่องเงินเราจะหาทางออก พี่ใหญ่แปลภาษามือของพ่อให้หมอฟังพลางร้องไห้ไป ไม่ทันแปลจบ หมอซึ่งเห็นเรื่องเกิดแก่เจ็บตายจนชินชา บัดนี้ก็อดกลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน

พ่อใช้ท่ามือที่รวดเร็ว สื่อความแม่นยำ ใครๆเห็นแล้วต้องร้องไห้ หมอบอกอีกว่า ทำศัลยกรรมก็ไม่รับรองว่าจะช่วยชีวิตได้ เกิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไร พ่อตบกระเป๋าเสื้อตัวเอง แล้วลูบที่หน้าอก หมายความว่า ขอให้หมอช่วยเต็มที่ แม้จะไม่ไหว ก็จะจ่ายเงินให้ครบ โดยไม่บ่นโทษแม้แต่คำเดียว ความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อ ไม่เพียงแต่ค้ำจุนชีวิตฉัน ยังค้ำจุนกำลังใจและความแน่วแน่ให้หมอในการช่วยชีวิตฉัน ฉันถูกนำเข้าห้องผ่าตัด พ่อรออยู่นอกห้องเดินไปมาอย่างลุกลี้ลุกลนตามระเบียงจนรองเท้าสึกเป็นรู

พ่อไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่กลับเป็นแผลพุพองเต็มปากหลังจากเฝ้ารออยู่นอกห้องสิบกว่าชั่วโมง พ่อทำท่าอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสับสนไม่เป็นระเบียบ จนฟ้าดินปรานี ให้ฉันรอดมาได้

ฉันสลบเหมือดตลอดระยะเวลาครึ่งเดือน ไม่ตอบสนองต่อความรักจากพ่อ ทุกคนหมดกำลังใจในตัวฉันซึ่งกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา มีเพียงพ่อคนเดียวที่ยืนหยัดเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้รอฉันฟื้นขึ้นมา พ่อใช้มืออันหยาบกร้านบรรจงนวดให้ฉันกล่องเสียงพิการของพ่อได้แต่เปล่งลมเออ ออเรียกฉัน เหมือนกับพูดว่า “ลูกหยูน ตื่นเถิด ลูกหยูน พ่อทำน้ำเต้าหู้สดๆรอลูกอยู่”

เพื่อเอาใจหมอและพยาบาล พ่อจะอาศัยเวลาที่พี่มาเฝ้าไข้แทน ทำเต้าหู้ร้อนๆถาดใหญ่ มาแจกแก่เจ้าหน้าที่พยาบาลเกือบทุกคนในแผนกศัลยกรรม แม้โรงพยาบาลตั้งระเบียบไม่ให้รับของจากคนไข้ แต่ด้วยคำขอร้องที่บริสุทธิ์จริงใจเช่นนี้ พวกเขาก็รับไว้อย่างเงียบๆ แค่นี้พ่อก็พอใจและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น

พ่อใช้ภาษามือสื่อความว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้ใจบุญ เชื่อว่าต้องรักษาลูกสาวผมได้แน่

ระหว่าง นั้น เพื่อระดมค่ารักษา พ่อเดินสายไปทุกหมู่บ้านที่เคยไปขายเต้าหู้ ความซื่อสัตย์สุจริตตลอดชีวิตที่ผ่านมา ได้รับความสนับสนุนเพียงพอที่จะช่วยลูกสาวรอดพ้นจากเส้นตาย ชาวบ้านต่างออกเงินช่วยเหลือ พ่อก็ไม่ปล่อยปละละเลย ใช้ดินสอจดบัญชีเต้าหู้บันทึกรายละเอียดด้วยลายมือหงิกงอ ทว่าชัดเจนดังนี้ คุณจัง 20 หยวน คุณลี่100 หยวน อาซ้อหวัง 65 หยวน……


ในที่สุดฉันฟื้นขึ้นมาจนได้ตอนเช้าตรู่วันหนึ่งหลังจากครึ่งเดือนผ่านไป ฉันเห็นผู้เฒ่าผอมเซียวจนเสียรูป อ้าปากกว้าง เปล่งเสียงเออออดังลั่นด้วย ความดีใจที่ได้เห็นฉันตื่นขึ้นมา ผมขาวโพลนของเขาเปียกชุ่มด้วยเหงื่อในฉับพลันเนื่องจากความตื่นเต้น ครึ่งเดือนก่อนพ่อยังมีผมดำเต็มศีรษะ ครึ่งเดือนผ่านไป พ่อแก่ไปตั้ง 20 ปี หัวโกนจนเกลี้ยงของฉันเริ่มมีเส้นผมงอกขึ้นแล้ว พ่อลูบไล้หัวฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมตตา การลูบไล้เช่นนี้ ในอดีตถือเป็นความสุขเกินตัวสำหรับพ่อ

เวลาผ่านไปครึ่งปี ผมฉันยาวพอที่จะถักเปียได้ ฉันจูงมือพ่อขอร้องช่วยหวีผมให้ พ่อกลับออกอาการเปิ่นเก้อ พ่อหวีทีละกระจุก หมดไปค่อนวันก็ยังไม่อาจหาทรงที่ถูกใจพ่อ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อหันมาอยู่หน้าฉัน ทำท่าอุ้มฉันโยนออกไป แล้วงอนิ้วมือเหมือนท่านับเงิน อ้อ พ่อคิดจะเอาตัวฉันไปขายเหมือนขายเต้าหู้ละสิ ฉันแสร้งปิดหน้าร้องไห้ จนพ่อดีใจหัวเราะ ฉันแอบดูพ่อผ่านช่องนิ้วมือ เห็นพ่อหัวเราะจนขดตัวยองๆกับพื้น เกมนี้เราเล่นจนกระทั่งฉันลุกขึ้นยืนและเดินได้

ทุกวันนี้ มีเพียงอาการปวดหัวเป็นครั้งคราวเท่านั้น สุขภาพโดยทั่วไปฉันดูแข็งแรงดี พ่อจึงพึงพอใจยิ่ง เราช่วยกันชำระหนี้สินจนหมด แล้วพ่อก็ย้ายเข้าเมืองอยู่กับฉัน โดยที่พ่อขยันทำงานมาตลอด ทนไม่ได้กับชีวิตอยู่เฉยๆ ฉันจึงเช่าเพิงเล็กๆ ใกล้บ้านให้พ่อทำเป็นโรงเต้าหู้ เต้าหู้ที่พ่อทำ รสชาตินุ่มหอมก้อนใหญ่ดี เป็นที่นิยมของชาวบ้าน ฉันติดตั้งชุดลำโพงกับแบตเตอรี่บนรถเข็นเต้าหู้ให้พ่อ แม้ว่าพ่อไม่ได้ยินเสียงกังวานของฉัน แต่ท่านย่อมทราบดี ทุกครั้งที่พ่อกดปุ่มเสียง ท่านจะอกผายไหล่ผึ่ง รู้สึกถึงความสุขและพอเพียง เรื่องราวในอดีตที่ฉันเหยียดหยามพ่อ ท่านมิได้จดจำจองเวรไว้เลยแม้แต่น้อย จนตัวฉันเองก็ใจไม่ถึงพอที่จะสารภาพผิดต่อท่าน

ฉันคิดอยู่เสมอว่า โลกเราเปี่ยมล้นด้วยสังคีตแห่งความรัก เราสดับฟัง สาธยาย สัมผัส และสะเทือนใจ แต่แล้ว พ่อผู้ใบ้ของฉันกลับสอนให้ฉันเข้าใจว่า อันที่จริงแล้ว สังคีตอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือปลอดเสียง อันเป็นพลังที่ไม่พึงสงสัย ทำให้ฉันตีความความรักให้สูงขึ้นไปอีก

ขอให้เราปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจ เพราะชีวิตเราได้มาไม่ง่าย มีโอกาสพบกันถือเป็นบุญวาสนา

ขอให้เราทุ่มเทและให้อย่างเต็มที่ ขอบคุณและอุทิศโดยไม่เห็นแก่ตัว ต่อการพบปะในบุญวาสนาทุกโอกาส

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เสร็จสิ้นพันธกิจที่ขอนแก่น 5 วัน 4 คืน

พันธกิจขอนแก่นเป็นพันธกิจที่ผมมีใจอยากแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับปัญหาภาวะโลกร้อน และสัญญาณเตือนยุคสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 29 กค. ที่ผ่านมามีโอกาสไปอบรมวิชาการด้านการเกษตร Biodynamic ที่ขอนแก่น ก็เลยตั้งใจว่าช่วงเย็นจะไปช่วยแบ่งปันร่วมกับอ.ปราชญาที่ขอนแก่น ก็สมใจครับ อาจารย์จัดคิวแบบเต็มๆ เลยครับ

คืนที่ 29 กค. ร่วมสามัคคีธรรมในกลุ่มเซลล์กรุ๊ปที่เพิ่งเปิดใหม่เอี่ยม
ซึ่งอยู่ในที่พักซึ่งพี่น้องคริสเตียนเป็นเจ้าของ บี มาย เกสต์

คืนวันที่ 30 กค. ที่คจ.พลังชีวิตบ้านฝาง
บรรยายเรื่อง 2012 วันสิ้นโลก จริงหรือเท็จ?

เย็นวันที่ 31 กค. ที่คจ.ประชาร่วมใจ
นมัสการช่วงเย็น และงานประกาศ 2012 อีกรอบ

บ่ายวันที่ 1 สค. บรรยายเรื่องโลกร้อนให้เด็กนักเรียนฟัีง
ตอนค่ำยัีงมาที่คจ.พลังชีวิตบ้านฝางอีกรอบ

เช้าวันที่ 2 สค. สอนวิชาอนาคตศาสตร์
การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ ให้่กับ นศ.ปี 4
ที่โรงเรียนพระคริสตธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จึงเสร็จสิ้นพันธกิจที่ขอนแก่นครับ

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หนังหักมุม "ล่าแม่มด" กลับกลายเป็น "ซาตาน" หลอกใช้




เพิ่งเช่าหนังเรื่องนี้มาดู ทีแรกนึกว่าหนังล่าแม่มดทั่วไป กลับกลายเป็นซาตานแฝงตัวมาทำลายพระคัมภีร์ในยุคสงครามครูเสด

ใครที่ชอบดูหนังลึกลับซับซ้อน เขย่าขวัญเล็กน้อยต้องดู

ผมชอบตอนจบที่หักมุมเกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง "การล่าแม่มด" ในยุคนั้น

เพราะคนในสมัยนี้ยังกลัวแม่มด และ (บางกลุ่ม) แอนตี้แม่มดกันอยู่เลย

เรื่องนี้สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในสังคมสมัยนี้ด้วย เราอาจเกลียดกลัวอะไรบางอย่าง จึงอยากจะทำลายหรือกำจัด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเครื่องมือให้มารซะ กว่าจะรู้ก็เสียหาย ล้มตายกันไปหลายคน บทเรียนนี้ล้ำค่าจริงๆ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คลิปรณรงค์ลดโลกร้อน




ผมทำคลิปนี้ขึ้นมาเพื่อหการรณรงค์ลดโลกร้อน ไม่น่าเชื่อเลยว่า ครั้งแรกที่เตรียมเนื้อหานี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คนเชิญได้เชิญไปบรรยายที่มหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็ยกเลิก ไม่ได้ไปบรรยาย แต่ข้อมูลที่ได้ทำไปแล้วกลับได้ใช้จริงที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ไปบรรยายให้ัเด็กนักเรียนมัธยมฟัง พร้อมเรื่องอื่นๆ อีก 4 เรื่อง นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมยังบรรยายเรื่องนี้อยู่เลยครับ