ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

แมลงประหลาด มีปีกแบบแมลงปอ แต่หางเป็นแบบแมงป่อง

คุณ Suk Kong ส่งภาพนี้มาให้ เลยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที จึงทราบว่าแมลงนี้มีชื่อว่า "Scorpionfly" หรือมันจะคือแมลงที่ในพระคัมภีร์วิวร์กล่าวถึง

"มีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก   พระเจ้าทรงประทานอำนาจแก่ตั๊กแตนนั้น   เหมือนกับอำนาจของแมงป่องแห่งแผ่นดินโลก" วิวรณ์ 9:3

ลองชมภาพแปลกๆ ของมันได้เลยครับ

เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีหางเหมือนแมงป่อง

ถูกนำมาเป็นแบบในแสตมป์ แสดงว่าเป็นแมลงหายาก

มุมนี้เห็นหางชัดเจนมาก

ให้ดูหางกันจะๆ

น่าตา่ดูน่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย

ดูประหลาดมากๆ ภาพนี้

ภาพนี้ก็สวยดี

ภาพวาดจินตนาการจากคัมภีร์วิวรณ์ อายุภาพ 1700 ปี

คำบรรยายภาพจากพระคัมภีร์

กลายเป็นเอเลี่ยนเพราะหนังฝรั่ง











วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

เพลงประกอบการบรรยายในงานแต่งงาน


เป็นครั้งแรกที่ผมจะบรรยายในงานแต่งงาน เลยเตรียมตัวค่อนข้างพิเศษหน่อย และเลือกเพลงประกอบน่ารักๆ และภาพประกอบที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวสู่ยุคสุดท้าย

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

Endtime Retreat#1 เสร็จสิ้นแล้ว

เมื่อวันที่ 23-24 กันยายน 2011 การสัมมนา และเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ที่ HorseShoe Piont Resort เสร็จสิ้นแล้วครับ กลับมาจึงนำภาพบรรยายกาศการสัมมนาพิเศษครั้งนี้มาให้ชมกัน

ป้ายงานนี้ที่ทางรีสอร์ทจัดทำขึ้น

คุณพิริยเทพ กาญจนดุล 
กรรมการผู้จัดการ บ.เซลเลนเนียม ไทยแลนด์
เล่าความเป็นมาโครงการ Eco-VillagePrototype Horseshoe Point
และ
คุณชัยคีรี ศรีเฟื่องฟุ้ง 

ประธานกรรมการ บริษัท ฮอร์ท ชู พอยส์ จำกัด
ก็ร่วมบรรยายด้วย

ลานสำหรับขี่ม้า อยู่ตรงกลางของโซนที่พัก ดูยิ่งใหญ่มาก

ผม ถ่ายภาพร่วมกับคุณชัยคีรี และคุณพิริยเทพ
  
กองปุ๋ยหมักที่นั่น

กลุ่มโปรจากความหวังชม Eco Village

อุปกรณ์พิเศษในการกักเก็บพลังงานที่สร้างขึ้นจากที่นี่

ป้ายแนะนำบุคคลากรของ HorseShoe ทางด้านการเกษตร

พี่น้องที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
การเตรียมพร้อมในยุคสุดท้าย


วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ถ้ารัฐปาเลสไตน์เกิดพร้อมกับสันติภาพที่อิสราเอล?

สิ่งที่เรารอคอยอาจจะเป็นจริงในเร็วๆ นี้ เรื่องนี้เคยบรรยายมาตั้งแต่ปี 2008 ถ้ามันเริ่มในปีนี้ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดก็จะเป็นไปตามลำดับ พยายามเรียบเรียงข่าวที่หาได้มาให้อ่านกัน

สันติภาพในสมัยโซโลมอน พระวิหารถึงสร้างได้

มีผู้ปกครองอนุญาต พระวิหารหลังที่ 2 จึงได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่

และใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเอาใจประชาชนของเฮโรด

พระวิหารหลังที่ 3 จะเกิดได้ ก็ต้องมีหลายฝ่ายมาเกี่ยวข้อง และสนับสนุน


บทเรียนจากอดีตเรื่อง "น้ำท่วมโลก" จนถึงปัจจุบัน

ผมได้เตรียมเนื้อหาสำหรับจะบรรยายในคืนวันศุกร์นี้ที่ HorseShoe Point Resort ในกลุ่มโปร ของพี่น้องชาวความหวังฯ เนื้อหาก็หยิบยกเรื่องราวในอดีตเรื่อง "น้ำท่วมโลก" ผู้รับข่าวสารและปฏิบัติคือ "โนอาห์" ชาวสูงวัยอายุถึง 500 ปี ที่เขาต้องสร้างเรือขนาดมโหฬารนานนับ 100 ปี จนถึงเวลา เขารู้ล่วงหน้าอีก 7 วันเท่านั้น ก่อนที่ทั้งน้ำพุใต้ดิน น้ำฝนจากฟ้า จะถล่มลงท่วมท้นแม้ภูเขาสูง

ดูเนื้อหาก่อนได้เลยครับ




ข้ออ้างของคนที่อ่านพระคัมภีร์ไม่ถ้วนถี่ มักจะกล่าวว่า
วันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้ แล้วก็ไม่สนใจที่จะระวังหรืออธิษฐาน










นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า พูดเรื่องนี้มานานตั้งแต่ปี 2007




เรื่องโนอาห์กับปัจจุบัน อาจกลายเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม



วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

รู้ทันวันสิ้นยุค 7 ตอน ชุดพิเศษ

เป็นบันทึกการบรรยายสดที่กล่าวถึงเรื่องยุคสุดท้าย 7 เรื่อง คือ

1. ภาวะโลกร้อนกับยุคสุดท้าย
2. 2012 วันสิ้นโลกมายัน
3. ภัยพิบัติจากนอกโลก
4. การฝังไบโอชิพในมนุษย์
5. การปรากฏตัวของรัฐบาลโลก
6. สมาคมลับกับลัทธิเทียมเท็จ
7. พระวิหารหลังที่ 3

ซึ่งในชุดพิเศษนี้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ และมีการตัดต่อใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น ผลิตขึ้นมาเพียง 50 ชุดเท่านั้นสำหรับงานพิเศษแห่งหนึ่ง แต่หากมีใครสนใจอยากได้ชุดพิเศษนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญ สำหรับคนพิเศษ ปกติราคา 700 บาท มี DVD 7 แผ่น แต่ถ้าสั่งจองจะคิดเพียง 600 บาทรวมค่าส่งทางไปรษณีย์



บันทึกการบรรยายสด "สำรวจวิวรณ์เบื้องต้น" เสร็จแล้ว

ท่านใดที่สนใจศึกษาพระคัมภีร์ด้วยตนเอง ต้องไม่พลาดบันทึกการบรรยายสดชุดนี้ เพราะเป็นการปูพื้นฐานการศึกษาพระธรรม "วิวรณ์" หนังสือเล่มสุดท้ายที่พยากรณ์ถึงอนาคตโลก และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ ความยาวเกือบ 4 ชม. DVD 2 แผ่น

ภาพปก
ตัวอย่างบางส่วนของ DVD แผ่นที่ 1

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

บันทึกการบรรยายสด "การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง" เสร็จแล้ว

ท่านใดสนใจบันทึกการบรรยายสดเรื่อง "การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์" สามารถสั่งซื้อได้แล้ว เพราะตัดต่อเสร้จแล้ว ความยาว 1 ชม. 57 นาที 44 วินาที ราคาชุดละ 150 บาท เป็นการบรรยายสดที่คริสตจักรตรัง อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2011 เป็นการบรรยายช่วงเช้า ส่วนตอนบ่าย เป็นเนื้อหาเดียวกันกับเรื่อง "36 คำอุปมา" ที่เคยบรรยายไปแล้วที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้ตัดต่อใหม่ แต่สามารถสั่งซื้อทั้ง 2 ชุดได้ในราคาพิเศษ เพียง 200 บาทเท่านั้น

ภาพปก

 ดูตัวอย่าง คลิปการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

ภาพปก

ดูตัวอย่าง คลิป 36 คำอุปมา

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

งานของทูตสวรรค์ในช่วงยุคสุดท้าย

ช่วงนี้ผมได้ไปบรรยายหลายที่ทั่วประเทศ และเรื่องหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงการเสด็จกลับมาของพระเยซู นั่นคือการมาของทูตสวรรค์พร้อมกับพระเยซู

แทบจะทุกครั้งที่พระองค์มายังโลก นับตั้งแต่สมัยปฐมกาลที่นักศาสนศาสตร์เชื่อว่า บุคคลที่มาพบอับราฮัม นั่นคือพระเยซูและทูตสวรรค์

อับราฮัมต้อนรับชายแปลกหน้าสามคน

และเมื่อพระองค์จะมายังโลกในฐานะมนุษย์ (เด็กน้อย) ก็ต้องให้ทูตสวรรค์มาบอกกับมารีย์ก่อน

ทูตสวรรค์มาแจ้งข่าวแก่มารีย์ เพื่อการยอมรับการเสด็จมาของพระองค์
และการรับหน้าที่มารดา

แน่นอนว่าต้องบอกโยเซฟด้วย เพราะเขากำลังวางแผนจะถอนหมั้นกับมารีย์อย่างลับๆ

ทูตสวรรค์แจ้งข่าวเดียวกันกับมารีย์ แต่ผ่านความฝัน

เมื่อพระเยซูมาประสูติก็ต้องหาพยานรู้เห็นในการประสูติของพระองค์ เพราะแค่มารีย์-โยเซฟคงไม่พอ เหล่าทูตสวรรค์จึงมากันมากมาย และแจ้งข่าวดีแก่คนเลี้ยงแกะที่อยู่ในทุ่งนา

ทูตสวรรค์แจ้งข่าวดีกับคนเลี้ยงแกะ เพราะถ้ามีเพียง 2 คนทราบข่าวดีนี้
ก็คงเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาก็ได้

และบอกให้ทั้งมารีย์-โยเซฟหลบหนีออกจากเมืองไปอยู่อียิปต์เพื่อหลบการตามล่าของทหารของเฮโรดที่สั่งสังหารเด็กเพราะการหากษัตริย์ของพวกโหราจารย์ต่างแดน

มารีย์และโยเซฟนำพระกุมารเยซูหนีไปยู่อียิปต์ ตามการเตือนของทูตสวรรค์

และในช่วงยุคสุดท้าย ทูตสวรรค์ของพระเจ้าจะกลับมาอย่างมากมายอีกครั้ง เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

พระคัมภีร์ใหม่บันทึกการมาของเหล่าทูตสวรรค์
ในยุคสุดท้ายอย่างชัดเจน แต่กลับไม่มีใครรู้หรือสนใจเรื่องนี้เท่าใดนัก

ทูตสวรรค์มาพร้อมกับพระเยซู

ทูตสวรรค์มารับคนที่พระองค์ทรงเลือกสรร

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะไดัรับการเลือกสรร แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคริสเตียน
(ดูเรื่องหญิงพรหมจารี 10 คน)

ทูตสวรรค์จะนำเราไปบนเมฆ เพราะเราบินเองไม่ได้

ในยุคสุดท้ายทูตสวรรค์จะประกาศข่าวประเสริฐแทนคริสเตียน เพราะเหตุกลียุค

เป็นที่น่้าเสียดายที่ผู้นำคริสตจักรหลายแห่ง ไม่ได้สอนเรื่องราวเหล่านี้แก่สาวกของพระองค์ ดังนั้นจึงมีคริสเตียนบางคนเท่านั้นที่จะรับข้อมูลข่าวสารจากเรื่องราวเหล่านี้ได้

การสักกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

พอดีมีคนถามผมถึงเรื่องนี้ก็เลยหาข้อมูลมาให้อ่านกันสำหรับแฟนบล็อกครับผม


พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าอย่างไรเกี่ยวกับการสัก/เจาะ ร่างกาย?



คำถาม: พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าอย่างไรเกี่ยวกับการสัก/เจาะ ร่างกาย?

คำตอบ:
กฎในพันธสัญญาเดิมสั่งคนอิสราเอลไว้ว่า “เจ้าอย่าเชือดเนื้อของเจ้าเพราะเหตุมีคนตาย หรือสักเป็นเครื่องหมายใดๆลงที่ตัวเจ้า เราคือพระเยโฮวาห์” ” (เลวีนิติ 19:28) ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้เชื่อในปัจจุบันจะไม่ต้องถือกฎในพันธสัญญาเดิมแล้วก็ตาม (โรม 10:4; กาลาเทีย 3:23-25; เอเฟซัส 2:15) แต่ความจริงที่ว่าได้มีการสั่งห้ามการสักไว้จึงเป็นสิ่งที่เราควรถาม พันธสัญญาใหม่ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับว่าผู้เชื่อควรหรือไม่ควรสัก

เมื่อพูดถึงการสักหรือเจาะร่างกาย ข้อตรวจสอบที่ดีคือให้เราพิจารณาดูว่าเราสามารถขอพระเจ้าอย่างจริงใจและไม่ รู้สึกผิด ให้อวยพรเราและใช้สิ่งที่เราทำนั้นเพื่อการดีของพระองค์ได้หรือไม่ “เหตุฉะนั้นเมื่อท่านจะรับประทาน จะดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” (1 โครินธ์ 10:31) พระคัมภีร์ไม่ได้สั่งห้ามการสักหรือเจาะร่างกาย แต่ก็ไม่ได้ให้เหตุผลที่ทำให้เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงอนุญาตให้เราสักหรือเจาะ ร่างกายเช่นกัน

อีกข้อหนึ่งที่สมควรจะได้รับการพิจารณาคือ ความพอสัณฐานประมาณ พระคัมภีร์สอนให้เราแต่งตัวอย่างพอสัณฐานประมาณ (1 ทิโมธี 2:9) แง่หนึ่งเกี่ยวกับการแต่งตัวอย่างพอสัณฐานประมาณ คือ การแน่ใจว่าสิ่งที่ควรปกปิดด้วยเสื้อผ้าได้รับการปกปิดอย่างสมควร แต่ความหมายที่สำคัญของความพอสัณฐานประมาณคือ การไม่เรียกร้องความสนใจเข้ามาสู่ตนเอง คนที่แต่งตัวอย่างพอสัณฐานประมาณคือคนที่ไม่ได้แต่งตัวเพื่อดึงดูดความสนใจ การสักและการเจาะร่างกายเป็นการดึงดูดความสนใจแน่นอน ดังนั้นจากมุมมองนี้ การสักหรือเจาะร่างกายจึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่พอสัณฐานประมาณ

หลักสำคัญจากพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องที่พระคัมภีร์ไม่ได้พูดถึงตรง ๆ คือ หากการกระทำนั้นมีช่องว่างให้สงสัยว่าจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าหรือไม่ การไม่ทำก็จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะ “การกระทำใด ๆ ก็ตามที่มิได้กระทำด้วยความเชื่อก็เป็นบาปทั้งสิ้น” (โรม 14:23) เราจำเป็นที่จะต้องจำไว้ว่าร่างกายของเรา, รวมทั้งจิตวิญญาณของเรา, ได้รับการไถ่ไว้แล้วและเป็นของพระเจ้า ถึงแม้ว่าข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 6:19-20 ไม่ได้พูดถึงการสักหรือเจาะร่างกายโดยตรงก็ตาม แต่มันให้หลักการกับเรา, “หลักการอะไรหรือ? ก็หลักการที่ว่า ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง นั่นไง” ความจริงที่ยิ่งใหญ่นี้ควรมีผลอย่างแท้จริงในสิ่งที่เราทำและสถานที่ ๆ เราไป หากร่างกายของเราเป็นของพระเจ้า เราควรมั่นใจว่าเราได้รับ “อนุญาต” จากพระองค์อย่างชัดเจน ก่อนที่เราจะ “ทำเครื่องหมายใด ๆ ลงที่ตัว” ด้วยรอยสักหรือการเจาะร่างกาย

ข้อมูลจาก http://www.gotquestions.org/Thai/Thai-tattoos-sin.html

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

คืนสุดท้ายที่สวนเกทเสมนี

เป็นสถานที่สำคัญทางพระคัมภีร์ เป็นที่ที่พระเยซูไปอธิษฐาน




วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

บ้านมหาปุโรหิตคายาฟาส

เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ พระเยซูถูกจับมาสอบสวน หลังจากนั้นพระองค์ก็ถูกส่งไปหาปิลาต และเป็นที่เปโตรปฏิเสธพระองค์ด้วย