ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

บทเรียน วิวรณ์ 13-18 เสร็จแล้ว เตรียมบันทึก DVD เสาร์ที่ 31 มีค.

บทเรียน PPT เสร็จแล้ว เตรียมหาที่บันทึกเสาร์ที่ 31 มีนาคมนี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องสถานที่ คือแต่เดิมตั้งใจไปจัดการสัมมนาที่จังหวัดตรัง แต่เนื่องจากความไม่พร้อมในหลายประการ จึงทำให้ไปไม่ได้ แต่การบันทึกไม่สามารถเลื่อนได้ เพราะเป็นตารางที่จัดเอาไว้ จึงต้องจัดขึ้น โดยจะบันทึกการบรรยายครั้งนี้เป็นพิเศษ อยู่ในช่วงเวลาเพียงสัปดาห์เดียวที่จะเลือกสถานที่ ซึ่งน่าจะเป็นกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

สำหรับทุกท่านที่ติดตามรอ DVD ชุึดนี้ ต้นเดือนเมษาได้ชมแน่นอนครับ

ดูตัวอย่างบทเรียนได้เลย

รู้เรื่องการแปลที่แตกต่างกันในเรื่อง "มังกร " และ "พญานาค"

เรื่องสัตว์ประหลาดในดาเนียลมาอธิบายเรื่องวิวรณ์
ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

สัตว์ร้ายในวิวรณ์คือการรวมตัวของอาณาจักรสุดท้าย

อาณาจักรสุดท้ายที่นำเอาสิ่งโบราณต่้างๆ
กลับคืนมาใช้อีกครั้ง (บาบิโลนมหานคร)

ถ้าเรารู้จักสัตว์ร้าย เราก็จะรู้จักเจ้าของหมายเลข 666
ได้โดยง่ายดาย!

คนของพระเจ้าต้องมีนามของพระองค์และของพระบิดา
ที่หน้าผากของพวกเขา ดุจดังปุโรหิตของพระองค์

แล้วก็ถึงเวลาที่ทูตสวรรค์มาประกาศข่าวประเสริฐ
หมดหน้าที่มนุษย์อย่างพวกเรา

ในช่วงกลียุคนี่เอง!
บทสรุปจากบทเรียน วิวรณ์บทที่ 13-18
จะได้ตารางแบบนี้ (ใครมีหูก็จงฟังเอาเถิด!)

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

Angel แปลว่า "ทูตสวรรค์" ไม่ใช่ "เทวดา"

เนื่องจากช่วงนี้มีภาพที่ช่างภาพคนหนึ่งได้ถ่ายเอาไว้เหนือท้องฟ้าเมืองไทย และมีการพาดหัวข่าวว่าเป็นรูปนางฟ้า ซึ่งเป็นการแปลความหมายผิดไปจากความหมายเดิมค่อนข้างรุนแรง ทั้งตามความเชื่อของพุทธ และของคริสต์

ถามว่้า่ ซีเรียสด้วยเหรอ?
ตอบว่า ครับ ซีเรียส เพราะความหมายที่ผิดเพี้ยน ทำให้เป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ ไปไม่ถึงซักที

ภาพนี้ถ่ายเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2002 ที่กรุงเทพฯ
เนื่องจากเทวดาและนางฟ้าของไทยตามคตินิยมนั้น ไม่เคยปรากฏว่าเทวดาหรือนางฟ้าจะมีปีก ส่วนใหญ่ก็จะบินไปแบบไม่มีปีก ซึ่งต่างจาก Angel ของฝรั่งที่ควรจะแปลว่า "ทูตสวรรค์" ตามคติความเชื่อของชาวคริสต์และยูดาย แต่หลังๆ ก็เพี้ยนไปกลายเป็นผู้หญิงมีปีก ทำให้ความเข้าใจคาดเคลื่อนไปจากเดิมอย่างมาก

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักภาษา และความเชื่อทางศาสนา เชิญชมคลิปนี้ได้เลยครับ



วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทำไม "ขันที" ถึงอ่านหนังสืออิสยาห์?



กิจการบทที่ 8 ข้อที่ 26-39

26แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งฟีลิปว่า   “จงลุกขึ้น   ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงเมืองกาซา”   (ซึ่งเป็นทางเปล่าเปลี่ยว)
27ฝ่ายฟีลิปก็ลุกขึ้นไป   และดูเถิดมีชาวเอธิโอเปียคนหนึ่งเป็นขันที   เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอเปีย   และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีนั้น   ได้มานมัสการในกรุงเยรูซาเล็ม
28ขณะนั่งรถกลับไป   ท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่
29ฝ่ายพระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า   “จงเข้าไปให้ชิดรถนั้นเถิด” 
30ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้   และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ   จึงถามว่า   “ซึ่งท่านอ่านนั้นท่านเข้าใจหรือ” 
31ขันทีจึงตอบว่า   “ถ้าไม่มีใครอธิบายให้   ที่ไหนจะเข้าใจได้”   ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นนั่งรถกับท่าน
32พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้น   คือข้อเหล่านี้     เขาได้นำท่านเหมือนอย่างนำแกะไปฆ่า   และเหมือนลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันฉันใด   ท่านไม่ปริปากของท่านเลยฉันนั้น    
33ในคราวที่ท่านถูกเหยียดลงนั้น   ท่านไม่ได้รับความยุติธรรมเสียเลย   ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่านได้   เพราะว่าชีวิตของท่านต้องถูกตัดเสียจากแผ่นดินโลกแล้ว   (ดูอิสยาห์บทที่ 53:7-8)
 34ขันทีจึงถามฟีลิปว่า   “ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวอย่างนั้นเล็งถึงผู้ใด   เล็งถึงตัวท่านเอง   หรือเล็งถึงผู้อื่น   บอกข้าพเจ้าเถิด” 
35ฝ่ายฟีลิปจึงเริ่มเล่าจับต้นกล่าวตามพระคัมภีร์ข้อนั้น   ชี้แจงถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู
36ครั้นกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่มีน้ำแห่งหนึ่ง   ขันทีจึงบอกว่า   “นี่แน่ะ   มีน้ำ   มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา” 
37และฟีลิปจึงตอบว่า   “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้”   และขันทีจึงตอบว่า   “ข้าพเจ้าเชื่อว่า   พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า” 
38แล้วท่านจึงสั่งให้หยุดรถ   และคนทั้งสองลงไปในน้ำทั้งฟีลิปกับขันที   ฟีลิปก็ให้ท่านรับบัพติศมา
39เมื่อท่านทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้ว   พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟีลิปไปเสีย   และขันทีนั้นไม่ได้เห็นท่านอีก   จึงเดินทางต่อไปด้วยความพอใจ



ถ้าเราอ่านเพียงเท่านี้ก็เข้าใจเนื้อหาของเรื่อง แต่ประเด็นที่ตั้งคำถามคือ..

คำถาม ทำไม "ขันที" ถึงอ่านหนังสืออิสยาห์?

คำตอบ ก็คือ พระหนังสืออิสยาห์กล่าวถึง "ขันที" ด้วย จึงทำให้คนประเภทนี้สนใจพระคัมภีร์อิสยาห์ อยู่ในบทที่ 56:3-5

พระเจ้าให้โอกาสทุกคนที่จะเข้าหาพระองค์
รวมทั้งคนต่างชาติอย่างเรา หรือแม้แต่ "ขันที"

นอกจากนั้นยังมีอีกบุคคหนึ่งในพระคัมภีร์ที่เป็นขันที่ นั่นก็คือ "ดาเนียล" การเป็นขันทีของเขา อาจทำให้เรื่องของเขาไม่นับเป็นหนังสือหมวดผู้เผยพระวจนะในมุมมองการจัดลำดับของพระคัมภีร์ยิว

คัมภีร์ยิวจัดหมวดให้ดาเนียลเป็นเพียงวรรณกรรม
ไม่ใช่ผู้เผยพระวจนะ เพราะดาเนียลเป็นเชื้อพระวงศ์
และเป็นขันที

ดาเนียลถูกพยากรณ์ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเป็นขันที

ประเภทของขันทีที่มีในโลก
ดาเนียลอาจจะเป็นแบบที่หนึ่ง

พระเยซูยอมรับว่าดาเนียลเป็นผู้เผยพระวจนะ
พระคัมภีร์ของชาวคริสต์จึงยอมรับด้วยเช่นกัน


วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

DVD ชุดใหม่เดือนมีนาคม 2012 พระธรรมดาเนียล

DVD ใหม่ "คำพยากรณ์ของดาเนียล"
เจาะประเด็นก่อนสัปตะสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น
ราคา 150 บาท (รวมค่าส่ง) มี 1 แผ่น
เป็นบันทึกการบรรยายสดเรื่อง "พระธรรมดาเนียล" เป็นการมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์โลก และพระคัมภีร์ และคำพยากรณ์สุดท้ายที่กำลังใกล้จะเกิดขึ้น

*ซึ่ีงแตกต่างจากบทเรียนรวีของเด็ก ดังนั้น เนื้อหา DVD ชุดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก แต่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ หรือรวีวารศึกษาของชั้นเรียนผู้ใหญ่



สำหรับท่านที่ยังไม่มีเรื่อง "พระวิหารหลังที่ 3"
ควรซื้อชุดนี้ จะต่อเนื่องกัน และทำให้เข้าใจมากขึ้น
ซื้อเป็นชุดถูกกว่า แค่ 200 บาท มี 2 แผ่น

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

ประชุมกลุ่ม Sign-End และศึกษาพระธรรม "ดาเนียล"

การประชุมย่อยของกลุ่ม Sign-End ที่ย่านวัชรพล และการศึกษาพระธรรม "ดาเนียล" เบื้องต้น ผ่านไปเรียบร้อยแล้วในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม




วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

สำรวจพระธรรม "ดาเนียล" 10 มีนานี้ กับกลุ่ม Sign-End

บ่ายวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม กลุ่ม Sign-End มีประชุมพิเศษ เพื่อหารือการดำเนินการต่อหลังจากผ่านกิจกรรมแรกไปแล้วที่กรุงเทพ 1 เสาชิงช้า ในครั้งนี้จะมีการศึกษาพระธรรม "ดาเนียล" แบบสำรวจเบื้องต้นด้วย

เนื้อหาของพระธรรม "ดาเนียล" มีหลายส่วนที่เหมือนกับ "วิวรณ์" ที่ยอห์นได้บันทึก ทั้งสองเรื่องจึงมีความสอดคล้องกันทั้งในแง่ของคำพยากรณ์ เนื้อหา และรูปแบบการเล่าเรื่อง จึงน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

เนื่อหาที่น่าสนใจที่ยังไม่เกิดขึ้นคือเรื่อง "สัปตะที่ 70"

ดาเนียลมี 12 บท เป็นเรื่องคำพยากรณ์ถึงอนาคตแทบทั้งสิ้น
ซึ่งบางเรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว และบางเรื่องกำลังจะเกิดขึ้น

เป็นผู้พยากรณ์ที่อยู่นอกบ้านเกิดของตนเอง

ดาเนียลถูกจับไปเป็นเชลยทางการเมืองตั้งแต่อายุ 16 ปี

ดาเนียลจึงมีความหวังเรื่องบ้านเกิดของตนจะได้รับการรื้อฟื้น

ดาเนียลกับยอห์นมีอะไรเหมือนๆ กันหลายเรื่อง

คำพยากรณ์ของดาเนียลอยู่ในช่วงเดียวกับศาสดาสำคัญของโลก

การตีความหนังสือเล่มนี้ ต้องเข้าใจภาษาเดิมและประวัติศาสตร์
เพราะถ้าแปลตามตัวอักษร อาจจะทำให้ความหมายสับสน

หลักฐานที่ยืนยันว่าหนังสือเล่มนี้มีจริง และใช้ภาษากรีกบันทึก
ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์

ความหมายที่ยากก็จะเป็นเรื่องเข้าใจได้

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

จับโกหก วันสิ้นโลก

ยังมีออกมาเรื่อยๆ ครับ จากรายการ "เรื่องจริืงผ่านจอ" เกี่ยวกับ "2012 วันสิ้นโลก" เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2012 พูดถึงคำพยากรณ์ที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับวันสิ้นโลกในอดีตที่ผ่านมา



วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ฟังเรื่อง "ก่อนสัปตะสุดท้าย" ที่คจ.พันธมิตรดอนเมือง

บรรยากาศของคจ.พันธมิตรดอนเมือง พี่น้องคริสเตียนที่นี่ได้ฟังเทศน์เรื่อง "ก่อนสัปตะสุดท้าย" จะเกิดอะไรขึ้น

นมัสการช่วงเช้า

พี่น้องตั้งใจฟังเรื่องดาเนียลอย่างตื่นเต้น

อ่านพระคัมภีร์อย่างใจจดจ่อ

ผมกำลังอธิบายเรื่องที่มาของหนังสือ "ดาเนียล"

คจ.พันธมิตรดอนเมืองบรรยากาศอบอุ่น

พี่น้องมากันเต็มโบสถ์



วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บทเรียนเรื่อง "ก่อนสัปตะสุดท้าย"

เป็น PPT ที่ใช้ในการเทศนาที่คริสตจักรพันธมิตรดอนเมือง ในวันที่ 26 กพ. 2012 ในหัวข้อเรื่อง "ก่อนสัปตะสุดท้าย" ซึ่งเป็นคำพยากรณ์ของดาเนียล ที่ทำนายไว้ กว่า 2,500 ปี


วิวรณ์และดาเนียล มีเนื้อหาหลา่ยส่วนที่สอดคล้องกัน ลองมาศึกษากันดู

ตารางนี้จะช่วยให้เราเข้าใจหนังสือดาเนียลเพิ่มขึ้น

ลำดับเหตุการณ์ที่เกี่ยวโยงกัน

คำพยากรณ์ที่ดาเนียลบันทึกเอาไว้และเกิดขึ้นจริงไปแล้ว
และกำลังจะเกิดขึ้นอีกในส่วนที่เหลือ

คำว่า "สัปตะ" เป็นภาษาโบราณของหลายชาติ

เป้าหมายของคำพยากรณ์ก็คือการสร้างพระวิหาร

คำพยากรณ์นี่เชื่อมต่อกับหนังสือวิวรณ์

คำพยากรณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
แม้แต่ในประเทศไทย!

สัญลักษณ์สุดท้ายของสัปตะที่เจ็ดสิบ

หากรู้แล้ว ท่านมีแผนการยังไงต่อ?


วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อะไรคือวิธีที่ถูกต้องในการศึกษาพระคัมภีร์?


คำถาม: อะไรคือวิธีที่ถูกต้องในการศึกษาพระคัมภีร์?

คำตอบ: การตีความหมายข้อพระคัมภีร์เป็นงานที่ยากงานหนึ่งในชีวิตของผู้เชื่อ พระเจ้าไม่ได้ทรงบอกว่าเราแค่ต้องอ่านพระคัมภีร์เท่านั้น แต่เราต้องศึกษาและใช้มันอย่างถูกต้อง การศึกษาพระคัมภีร์เป็นงานยาก การอ่านผ่าน ๆ หรือคร่าว ๆ บางครั้งอาจทำให้เราเข้าใจความหมายของพระเจ้าผิดได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเข้าใจหลักการหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าอะไรคือความหมายที่ถูกต้องของข้อพระคัมภีร์

          1. จงอธิษฐานและขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยให้ท่านเข้าใจ ยอห์น 16:13 กล่าวว่า “เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น” ในหนังสือยอห์น ข้อ 16 พระเยซูตรัสเกี่ยวกับพระวิญญาณบริสุทธิ์และบอกว่าเมื่อพระองค์เสด็จมา (พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาในวันเพนเทคศเต, กิจการ 2) พระองค์จะทรงนำพวกเขาไปสู่ความจริงทั้งมวล พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำเหล่าอัครทูตในการเขียนพันธสัญญาใหม่ฉันใด พระองค์ก็ทรงนำเราให้เข้าใจข้อพระคัมภีร์ฉันนั้น จงจำไว้ว่าพระคัมภีร์คือหน้งสือของพระเจ้า ดังนั้นเราจึงต้องถามพระองค์ว่ามันหมายความว่าอย่างไร หากท่านเป็นคริสเตียน, ผู้เขียนพระคัมภีร์, พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงอยู่ในท่าน … และพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้ท่านเข้าใจว่าพระองค์ทรงเขียนอะไร

          2. อย่าดึงข้อพระคัมภีร์ออกจากบริบทแล้วคิดเอาเองว่าความหมายของวรรคนั้นไม่ได้เกี่ยวกับวรรคอื่น ๆ ในบริบท ท่านควรอ่านบริบทและพระคัมภีร์ทั้งบทเสมอ และพยายามเข้าใจความหมายของหนังสือเล่มนั้น แม้ว่าพระคัมภีร์ทุกตอนมาจากพระเจ้า (2 ทิโมธี 3:16; 2 เปโตร 1:21) แต่พระองค์ทรงใช้มนุษย์เป็นผู้บันทึก คนเหล่านี้มีแนวความคิด, วัตถุประสงค์ในการเขียน และ เรื่องที่จำเพาะเจาะจงที่ต้องการเขียน จงอ่านเบื้องหลังของหนังสือที่ท่านกำลังศึกษาเพื่อให้รู้ว่าใครเป็นคนเขียน, เขียนถึงใคร, เขียนเมื่อไหร่ และทำไมจึงเขียน ต่อจากนั้นจงอ่านบทก่อนที่จะมาถึงวรรคที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ เพื่อให้รู้ว่าหัวข้อที่มนุษย์ผู้เขีนกำลังเขียนอยู่นั้นเกี่ยวกับอะไร จงปล่อยให้ถ้อยคำในหนังสือสื่อความหมายออกมาเอง บางครั้งคนอ่านมักจะตีความหมายเข้าข้างตนเองเพื่อให้ได้ความหมายที่ต้องการ

          3. อย่าพยายามศึกษาพระคัมภีร์ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งใครเลย มันเป็นความหยิ่งที่คิดว่าตัวเองไม่สามารถเข้าใจได้หากต้องศึกษาผ่านคนอื่นที่ได้ทุ่มเททั้งชีวิตศึกษาพระคัมภีร์มาก่อน ด้วยความเข้าใจผิด คนบางคนศึกษาพระคัมภีร์ด้วยการคิดว่าเขาจะพึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้นแล้วเขาจะได้พบความจริงทั้งหมดที่ซุกซ่อนอยู่ โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระคริสต์ทรงประทานคนที่มีความสามารถ และของประทานฝ่ายวิญญาณแก่พระกายของพระองค์ หนึ่งในของประทานเหล่านั้นคือของประทานในการสอน (เอเฟซัส 4:11-12; 1 โครินธ์ 12:28) บรรดาครูเหล่านี้พระเจ้าประทานให้กับเราเพื่อช่วยให้เราเข้าใจแลเชื่อฟังพระคัมภีร์อย่างถูกต้อง มันเป็นการฉลาดเสมอที่เราจะศึกษาพระค้มภีร์กับผู้เชื่อคนอื่นๆ คอยช่วยกันทำความเข้าใจและนำความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้ามาประยุกต์ใช้

ข้อมูลจาก http://www.gotquestions.org/Thai/Thai-study-Bible.html

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันสิ้นโลกในมุมมองศาสนา่คริสต์

ผมเคยถูกสัมภาษณ์ในรายการ "เสาร์ ๕" ซึ่งเป็นรายการหนึ่งของกันตนาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่เคยได้ดู เพิ่งมารู้ว่าจากเพื่อนพี่น้องว่าออกรายการนี้ ทางช่อง 7 เมื่อวันที่ 16 กพ. 2012 เลยไปค้นหาดูจาก Youtube...

ก็เลยนำมาให้ดูกันว่า พระคัมภีร์ไม่เคยบอกว่า "ปี 2012" คือ "วันสิ้นโลก" ซึ่งต้องผ่าน "ยุคพันปี" ไปก่อนอย่างแน่นอน...

ส่วนมุมมองอื่นๆ ทางรายการตัดต่อมากอีกที่ตามการเลือกสรรของผู้กำกับรายการ...

ทางรายการสรุปความจากคำสัมภาษณ์