ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560

วันเป็นขึ้นจากตายครั้งแรก อยู่ในปี ค.ศ. 33

นักประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ ได้ทำการคำนวนฟา วัน เวลา  หรือสถานที่ หรือเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกี่ยวกับพระเยซูในช่วงที่พระองค์ถูกจับและถูกตรึงตายบนไม้กางเขน

และแน่นอนว่า ปีที่ก็คือปัี ค.ศ. 33 และได้เรียงลำดับเหตุการณ์ตามความน่าจะเป็น จึงพบว่า วันที่พระเยซูเป็นขึ้นจากตายตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ค.ศ. 33 หรือวันอีสเตอร์แรก

การรำลึกถึงวันนี้ ถูกฉลองขึ้นนานมาแล้ว โดยเลือกให้ตรงกับวันอาทิตย์ เพื่อจะได้ตรงกับวันนมัสการที่พวกเขากำหนดขึ้นมาใหม่ แต่หากจะนับแบบสุรยคติ วันอีสเตอร์จะตรงกับวันที่ 5 เมษายน ของทุกปี แต่จะไม่ใช่วันอาทิตย์ โดยชาวคริสต์คาทอลิกและโปรเตสแตนท์ ไม่สนใจแล้ว เพราะรับอิทธิพลมาจากอดีตเต็มๆ และร่วมฉลองกันอย่างเป็นเรื่องปกติ

ในปี คศ. 325 ในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน (Constantine) ของอาณาจักรโรมัน มีการประชุมแห่งไนเซีย (The Council of Nicaea) เกิดขึ้น และได้ตัดสินว่าเทศกาลอีสเตอร์ควรตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมา และวันอีสเตอร์ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์นั้น จะต้องเป็นวันอาทิตย์แรก หลังพระจันทร์เต็มดวง (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  (Equinox)  ซึ่งอาจจะเป็นวันไหนก็ได้ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม-25 เมษายนของทุกปี

เคยมีนักเทศน์หลายคนสอนว่า คริสเตียนไม่ใช่ศาสนา ก็ขอบอกเลยว่า การกระทำแบบนี้คือแนวทางปฏิบัติแบบคริสตศาสนาสากล หากต้องการแยกจากศาสนาต้องหลุดพันจากธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้ ซึ่งก็เริ่มมีคนกระทำแบบนั้นบ้างแล้วในบางกลุ่ม

ก็อยู่ที่ความเชื่อ และธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละกลุ่มความเชื่อครับ













วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

12 เรื่องน่าคิดใน "กันดารวิถี"

เวลาเราฟังเทศน์อาจจะรับรู้ข้อมูลเพียงส่วนเดียวในขณะที่ฟัง แต่ถ้าเราอ่านเอง จะพบว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากที่เรานึกไม่ถึง และยิ่งได้มาศึกษาเชิงลึกด้วยแล้ว ยิ่งเข้าใจมากขึ้น














วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

เจาะลึก "กันดารวิถี"

ในหนังสือ "กันดารวิถี" มีหลายเรื่องที่คริสเตียนเราอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือได้ยินเพียงด้านเดียว จึงอยากให้ผู้สนใจมาสัมมนาแบบเจาะลึกกัน... เจาะลึกกันดารวิถี เร็วๆ นี้


วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ดูหนังดูละครย้อนดูพระคัมภีร์ : HACKSAW RIDGE

เมื่อวานหลาชายเชิญไปดูหนังรอบสื่อฯ เรื่อง HACKSAW RIDGE และรับมอบหมายให้รีวิวหนังเรื่องนี้ (สร้างจากเรื่องจริงของ เดสมอนด์ ที. ดอสส์)

พระบิดาเจ้า โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ช่วยได้อีกสักคน

กำกับการแสดงโดย เมล กิ๊บสัน

ช่วงแรก หนังดำเนินเรื่องอย่างช้าๆ แนะนำตัวเอกของเรื่อง เกี่ยวกับความเชื่อแบบคริสเตียนใน คณะเซเว่นเดย์ แอดเวนติสต์

เขาเป็นคริสเตัียนที่เคร่งครัดในความเชื่อ พกพระคัมภีร์ตลอดเวลา
ครอบครัวมีปัญหาบ้าง พ่อติดเหล้าหลังจากเป็นทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะเพื่อนตายหมด

พ่อติดเหล้า และจมอยู่กับความทุกข์ที่สูญเสียเพื่อนในสมับสงครามโลกครั้งที่ 1
ตัวเอกสมัครเป็นทหารอาสา แต่โดนกลั่นแกล้งตั้งแต่ค่ายฝึกเพราะปฏิเสธที่จะฝึกใช้อาวุธปืน เจตนาของเขาคือการเป็นแพทย์สนาม ไม่ต้องใช้อาวุธอยู่แล้ว

เขาขึ้นศาลทหารเพียงไม่ยอมฝีกใช้อาวุธปืน
กว่าผ่านด่านค่ายฝึกจนถึงขึ้นศาลทหารเพราะเรื่องการใช้อาวุธปืน สมรภูมิที่เขาต้องไปคือการไปรบกับญี่ปุ่น

ฉากสงครามเข้มข้น สมจริง เลือดสาด ไส้ทะลัก โหดตามจริง ไม่เว่อร์ ไม่เยิ่นเย้อ เหมือนเราอยู่ด้วย


เขาเข้าสนามรบ โดยไม่พกปืน และช่วยชีวิตเพื่อนทหารได้หลายคน แม่แต่ศัตรูอย่างทหารญี่ปุ่น เขาก็ช่วยเอาไว้

เขายืนหยัดที่จะรักษาความเชื่อ และปฏิบัติอย่างจริงจัง
ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ดูเพลิน ครบทุกรสชาติ มีมุกตลกบ้าง เศร้าบ้าง ประทับใจบ้าง สมดุลทั้งเรื่อง

ใครที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการรักษาความเชื่อ และแสดงออกตามสิ่งที่เชื่อ หนังเรื่องนี้หนุนใจท่านได้อย่างแน่นอน

ผมให้ 8/10 ครับ อยากเชิญเพื่อนพี่น้องไปชมกันครับ


เมล กิ๊บสัน กำกับการแสดง
เรื่องย่อ : ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 1945 ในตอนที่สงครามภาคพื้นแปซิฟิคกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่อันตรายที่สุด และกองกำลังของอเมริกาในโอกินาวาได้เผชิญหน้ากับการสู้รบที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมา

มีทหารคนหนึ่งที่โดดเด่นจากพวก เขาคือเดสมอนด์ ที. ดอสส์ ผู้คัดค้านโดยอ้างมโนธรรม ผู้แม้จะสาบานว่าจะไม่ฆ่าใคร ได้ทำหน้าที่แพทย์สนามที่ไร้อาวุธในกองทัพอย่างกล้าหาญ... และเขาก็ได้ช่วยรักษาชีวิตเพื่อนทหารที่บาดเจ็บของเขาหลายสิบชีวิตภายใต้ห่ากระสุน โดยไม่ลั่นกระสุนแม้แต่นัดเดียว

ในฐานะหนึ่งในสมาชิกนิกายเซเวนธ์ เดย์ แอดเวนทิสต์ ผู้มีศรัทธาแน่วแน่ ดอสส์ใช้ชีวิตอยู่ในเวอร์จิเนียในตอนที่เขาอาสาเข้ารับใช้กองทัพอเมริกา เขาไม่สนใจเรื่องการต่อสู้ แต่ดอสส์กลับอยากจะทำหน้าที่แพทย์สนาม "ที่ไม่ต่อสู้" มันไม่ใช่แนวทางที่กองทัพคุ้นเคย

แต่ดอสส์ก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียว ในตอนแรก ดอสส์ ผู้มีร่างกายผอมกะหร่อง กินเจ และไม่ยินยอมที่จะฝึกฝนในวันเสาร์ และไม่ยอมถือปืนด้วยซ้ำ ถูกล้อเลียนและกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมรบของเขา ผู้เชื่อว่าเขาน่าจะเป็นตัวถ่วงพวกเขาในยามออกรบ

ในตอนที่หน่วยของเขาถูกสั่งให้เข้าร่วมภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ในการเข้ายึดหน้าผามาเอดะ หรือแฮ็คซอว์ ริดจ์ ด้านบนของหน้าผาสูงชันกว่า 400 ฟุตนี้เป็นที่ตั้งของฐานปืนกลหนัก กับดักและทหารญี่ปุ่นในถ้ำที่สาบานว่าจะสู้จนตัวตาย

ผู้กำกับ: Mel Gibson

นักแสดง: Andrew Garfield, Hugo Weaving, Luke Bracey, Teresa Palmer

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

ดูหนัง ดูละคร ย้อนดูพระคัมภีร์ - Arrival เมื่อเอเลี่ยนมาสอนภาษาให้มนุษย์โลก กลายเป็นหนังอิงศาสนาเฉยเลย!

ผมเป็นคนที่ชอบชมภาพยนตร์หลากหลายแนว ช่วงหลังก็ดูหนังเกาหลี ได้มุมมองใหม่ๆ และข้อคิดเสมอ อาจเป็นเพราะอายุมากแล้ว จึงมีมุมมองที่กว้างขวางขึ้น

เพิ่งได้ชมหนังฝรั่งแนวไซไฟ เอเลี่ยนบุกโลก เรื่อง Arrival แต่คราวนี้ต่างจากทุกๆ เรื่องที่เอเลี่ยนมาแนวบู๊ล้างผลาญ ระเบิดเมือง ถล่มทลายวินาศสันตะโร


เอลี่ยนกลุ่มนี้มาด้วยยานขนาดใหญ่เหมือนเมล็ดข้าวขนาดยักษ์ ลงในตำแหน่ง 12 แห่งทั่วโลก ซึ่งอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องพยายามติดต่อสื่อสารกับเอเลี่ยน


ผมคงไม่เล่ารายละเอียดไปมากกว่านี้ ท่านคงต้องไปหาชมกันเอาเองในรายละเอียด แต่ที่ย้อนกลับมามองดูพระคัมภีร์ เพราะบทสนทนาของตัวละครหลัก

นางเอกของเรื่อง สามารถค้นพบวิธีสื่อสารกับเอเลี่ยนด้วยภาษาตัวอักษร ทำให้ผมคิดถึงการที่พระเจ้าสื่อสารกับโมเสสโดยผ่านทูตสวรรค์ นึกถึงพระเยซูเล่าเรื่องสวรรค์ นึกถึงยอห์นเล่าเรื่องอนาคตโลก







"ภาษาคืออาวุธ"
"ภาษาอ่านกลับไปกลับมาได้โดยมีความหมาย"

หนังเรื่องนี้กำลังสื่อไปถึงอนาคตโลกอีก 3,000 ปี หากเรื่องนี้สร้างว่ามนุษย์เมื่อ 3,000 ปีที่แล้วเจอกับสิ่งประหลาดจากนอกโลก คนเมื่อ 3,000 ปีที่แล้วต้องมองว่าสิ่งเหล่านี้คือพระเจ้าอย่างแน่นอน

การเล่าเรื่องแบบนี้ เหมือนเป็นดั่งคำอุปมาร่วมสมัย คือแฝงไปด้วยนัยยะที่ซ่อนอยู่

มีนางเอกคนเดียวที่ถอดรหัสภาษาต่างดาวได้ และกลายเป็นผู้สอน และทำนายถึงอนาคต



พระเยซูมาบอกข่าวถึงอนาคตโลกเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา มีคนเข้าใจและเชื่อเรื่องของพระองค์ถึง 33% ของจำนวนประชากรโลก ในขณะที่ผู้คนในประเทศอื่นๆ กลับตีความหมายเป็นอย่างอื่น และรู้สึกไม่พอใจเมื่อเอ่ยถึงเรื่องของพระองค์ (เหมือนในเรื่องที่สื่อว่าจีนไม่พอใจ)



ใครดูเพื่อความบันเทิงก็อาจจะงงๆ แต่ดูให้เป็นอุปมาตีความไปด้วยจะสนุกเหมือนอย่างผม ท่านว่าไหม...

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560

สรุปการสัมมนา ปี 2017

เมื่อปีที่แล้ว เรามีสัมมนาเกือบทุกเดือน (ยกเว้น กพ.เดือนเดียว) มากถึง 19 ครั้ง ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ใครที่ติดตามไปฟังสดๆ ก็จะทราบดีว่าได้รู้ลึกมากกว่าฟังจากคลิปใน youtube หรือจาก DVD (แต่ใน DVD ก็มีภาพประกอบที่ชัดเจนกว่า)
ในปี 2017 นี้ ท่านที่สนใจฟังสัมมนาสดๆ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1. รับข้อมูลข่าวสารใน 3 ช่องทาง


2. ส่วนใหญ่สัมมนาวันเสาร์ เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง

3. สัมมนามีทั้งวัน 09.00-17.00 น.

แค่นี้ท่านก็จะได้รับประสบการณ์จริงของการสัมมนาของเราแล้ว
หวังว่าปีใหม่นี้จะได้พบกันในวันสัมมนาครั้งต่อไปนะครับ