ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552

“สันติภาพไม่เกิด เมื่อกำแพงยังขวางกั้น”


นับตั้งแต่อดีตกาลมนุษย์เราได้สร้างสิ่งหนึ่งเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองและชุมชน นั่นคือ “กำแพง” ซึ่งมันทำหน้าที่เป็นเครื่องกั้น เครื่องล้อม ที่ก่อด้วยอิฐ ดิน หรือหิน โดยหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยยับยั้งหรือชะลอเหตุร้ายเภทภัยของผู้ไม่ประสงค์ดี เรื่องแบบนี้ ทุกคนย่อมเห็นด้วยเป็นแน่แท้ และยอมรับโดยดุษฎี
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เมื่อที่ใดมีกำแพง ที่นั่นกับดูไม่ปลอดภัย และอยู่ในภาวะที่เหมือนกับว่ามีอันตรายตลอดเวลา ยิ่งมีกำแพงสูงและหนา ยิ่งน่าหวาดหวั่น ดังเช่นกำแพงเรือนจำ ที่สูงและแน่นหนามีผู้คุมตลอด นั่นแสดงว่ามีสิ่งที่เลวร้ายและน่ากลัวอยู่ในนั้นจึงต้องสร้างกำแพงล้อมเอาไว้
อีกประการหนึ่ง ในยุคโบราณ กำแพงที่หนาหลายชั้นของเมืองเยรีโคได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันเมือง ทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าก็คือ “น้ำ” แม้กำแพงที่แน่นหนาก็ถูกทำลายได้ เมื่อสงครามเกิดขึ้น

“เหตุฉะนั้นประชาชนก็โห่ร้องเมื่อปุโรหิตเป่าแตร ดังนั้นพอประชาชนได้ยินเสียงแตร เขาก็โห่ร้องดังและกำแพงก็พังลงราบ ประชาชนจึงขึ้นไปในเมืองทุกคนต่างตรงไปข้างหน้าตนและเข้ายึดเมืองนั้น” (โยชูวา 6:20)
เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้รอดชีวิตคือหญิงคนหนึ่งที่ได้ต้อนรับและช่วยเหลือผู้สอดแนมด้วยมิตรไมตรี ซึ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หากเมืองเยรีโคไม่สร้างกำแพง และเปิดเมืองต้อนรับผู้คน มันจะเป็นอย่างไร..

และการสร้างกำแพงอาจจะสร้างความสูญเสียมากว่าผลที่ได้รับ ดังเช่นกำแพงเมืองจีน ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้สังเวยชีวิตแรงงานทาสไปจำนวนมหาศาลในระหว่างที่สร้างกำแพง

กำแพงเบอร์ลิน ในเยอรมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย ระหว่างรัสเซียและอเมริกา ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้คนในเมืองนั้นต้องพลัดพราก พ่อแม่พี่น้องต้องแยกจากกัน

และล่าสุดคือกำแพงที่กั้นระหว่างอิสราเอลและฉนวนกาซ่า กำแพงที่กั้นชาวปาเลสไตน์ที่ชาวยิวได้สร้างขึ้น เสมือนกำแพงคุกขนาดใหญ่ จนอดคิดไม่ได้ว่า “สันติภาพจะเกิดขึ้นได้อย่างไร.. ในเมื่อกำแพงขวางกั้น”

แล้ววันหนึ่งเมื่อมนุษย์มีเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กำแพงในจิตใจก็คงถูกทำลายลง ไม่กักขัง หรือป้องกันสิ่งใดเอาไว้ได้อีก
ระหว่าง “กำแพง” กับ “สะพาน” ท่านจะสร้างอะไร?

ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า “จงรักเพื่อนบ้าน และเกลียดชังศัตรู” ฝ่ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน จงอวยพรแก่ผู้ที่สาปแช่งท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ปฏิบัติอย่างเหยียดหยามต่อท่านและข่มเหงท่าน ทำดังนี้แล้วท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์
พระดำรัสของพระเยซูคริสต์
(มัทธิว 5:43-45)

ไม่มีความคิดเห็น: