ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ค่ายสุดท้ายของเดือนเมษา จบแล้ว

เมื่อวันที่ 26-28 เมษา ผมไปบรรยายที่บ้านพักมิชชั่น รอบสุดท้าย เท่ากับว่าได้ไปที่นั่นถึง 3 ครั้ง ในช่วงติดๆ กัน ได้เห็นสภาพชายหาดในหลายระดับ ผู้เข้าร่วมค่ายมาจากอุทัยธานี ในโครงการของมูลนิธิศุภนิมิต ซึ่งก็จบลงด้วยดี

ที่ดินตรงนี้อยู่สุดขอบชายแดนชะอำซึ่งข้ามไปอีกนิดก็คือหัวหิน
ชั้นหินโผล่ให้เห็น ยามน้ำลงที่ค่ายบ้านมิชชั่น

ลวดลายที่ระบายลงบนอาคารที่พัก ดูแปลกตาดี

ชายหาดโซนที่ติดกับทะเลมองเห็นชั้นหิน ขอบดินริืมทะเลสูงเป็นเมตร

ชาวบ้านจากอ.ห้วยคต จ.อุทัยฯ ที่เข้าร่วมค่ายเป็นครอบครัว
หัวข้อค่ายคือ การแนะแนวการศึกษาให้ลูก

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

บรรยายเรื่อง กองทุนการศึกษา

เมื่อวันที่ 4-6 เมษายน ผมยังต้องเดินทางไปบ้านพักมิชชั่น ชายหดาชะอำ ที่อีก 10 กิโล ก็ถึงหัวหิน คราวนี้ไปบรรยายให้กำลังบรรดาคุณแม่จากอุทัยธานี อ.ห้วยคต ที่เดินทางมาพักผ่อนและฟังคำบรรยายให้กำลังใจซึ่งจัดโดยมูลนิธิศุภนิมิต อำเภอห้วยคต

ชายหาดที่นี่มีเพียงแค่ไม่ถึง 1 เมตร ต่างจากชายหาดที่หัวหิน

ทะเลช่วงนี้ น้ำจะอุ่นจนถึงร้อน ลงไปเล่นน้ำเหมือนลงไปอาบน้ำอุ่นขนาดใหญ่

ผมเอาหนังสือไปแจกด้วย สร้างความตื่นเต้นโดยการลุ้นของบรรดาคุณแม่
ที่ต้องตอบคำถาให้ไวและถูกต้อง

บรรยายเรื่องโลกร้อน ก็เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายครั้งนี้ด้วย
เพื่อการเตรียมตัวรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

บรรยาย ปัญหาวัยรุ่นกับเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัย

รถซูซูกิ วีทาร่า คันนี้ พาผมไปทั่วประเทศ

ช่วงเช้าผมอยู่ที่นครนายกจนถึงบ่าย จากนั้นก็เดินทางมาที่ค่ายมิชชั่น เพชรบุรี อยู่ใกล้หัวหิน (อีก 10 กิโลก็ถึงหัวหิน) เป็นครั้งแรกที่บรรยาย 2 ที่ในวันเดียว และต้องขับรถข้ามจังหวัดจากนครนายกมาหัวหิน ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร มาถึงก็บรรยายเลย นับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

คุณน้อย เจ้าหน้าที่โครงการของศุภนิมิต เป็นผู้จัดค่ายครั้งนี้
นำเด็กวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีมาเข้าค่าย เพื่อปลูกจิตสำนึกในการวางตัว

วัยรุ่นมาจากหลายโรงเรียนกว่า 50 คน อยู่ในชั้นมัธยมต้น

พวกเขาได้รับวัคซีนทางความคิดเพื่อป้องกัน
หรือสกัดกั้นความคิดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย

บรรยายโลกร้อนที่นครนายกเพื่อคนสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผมได้ไปบรรยายให้ความรู้กับประชาชนชาวสมุทรปราการที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์เกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสียที่ปากน้ำ ในครั้งนี้ได้ไปที่จังหวัดนครนายก และได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์๋ภูมิรักษ์ธรรมชาติที่นั่นด้วย ซึ่งเป็นของมูลนิธิชัยพัฒนา

แผนผั้งของศูนย์ตั้งอยู่บนพื้นที่ 14 ไร่เศษ แบ่งเป็นภาคทั้งหมด 4 ภาค
ทุกส่วนมีตัวอย่างแปลงนาและไำร่สาธิต

โลโก้ของมูลนิธิชัยพัฒนา

ศูนย์แห่งนี้อยู่ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชลที่นครนายก
ซึ่งห่างจากกรุงเทพ 100 กว่ากิโลเมตร

ผมได้บรรยายเรื่องปัญหาโลกร้อน และปัญาภัยแล้ง
ที่ส่งผลต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ชาวบ้านจากสมุทรปราการที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
กำลังฟังการบรรยายเกี่ยวกับศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

การบรรยายที่เชียงของผ่านไปแล้ว

เพิ่งกลับมาจากเชียงของ จังหวัดเชียงรายเมื่อเช้านี้ อากาศที่เชียงของพอได้ แต่เมื่อคืนวานไปนอนพักที่เวียงแก่น ผลปรากฏว่าอากาศที่หายใจเข้าไปมีกลิ่นควันและแสบโพรงจมูกดังที่ข่าวได้เผยแพร่จริงๆ นับว่าเป็นความวิกฤตของประเทศเราจริงๆ การบรรยายผ่านไปแล้ว ในวันที่ 20-21 มีค. ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายน้อยกว่าที่ตอบรับอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้เข้าฟังคำบรรยายก็ได้รับประโยชน์จากเนื้อหาอย่างเต็มที่

ผู้เข้าฟังการบรรยายมาจากหลายอำเภอ

ริมฝั่งโขงที่เชียงของเริ่มแห้งหลายจุด
เรือท่องเที่ยวต้องงดให้บริการ มีฝรั่งนักท่องเที่ยวตกค้าง

น้ำแห้งจนถึงขั้นวิกฤตที่เชียงของ

บ้านพักครูที่เชียงของติดริมแม่น้ำโขง

ผมออกรายการวิทยุที่นั่นเมื่อวันไปถึง
เพื่อเชิญชวนผู้ฟังมาร่วมฟังคำบรรยายในวันงาน





วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สัมมนาพิเศษเดือนมีนาคม 2010 ที่เชียงราย


20 มีนาคม 2010
09.00-12.00 น. จุดกำเนิดของปัญหาภาวะโลกร้อน
แผ่นดินไหว สึนามิ ในประเทศไทย
13.00-15.00 น. คำพยากรณ์ถึงวันสิ้นยุค
19.00-21.00 น. ปี 2012 เป็นวันสิ้นโลกจริงหรือ?
21 มีนาคม 2010
09.00-12.00 น. การปรากฎตัวของผู้ปกครองโลก หลังภัยพิบัติปี 2012
13.00-15.00 น. ยุคพันปี และการกลับมาของผู้กอบกู้โลก
สถานที่ : ศูนย์พัฒนาข้าราชการครูเชียงของ จ.เชียงราย (20°16'23.06"เหนือ, 100°24'16.89"ตะวันออก สามารถวางแผนการเดินทางได้จาก Google Earth)
สำรองที่นั่งได้ที่ : อ.สมบูรณ์ 08-0492-1803, 08-9999-5324

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แม่น้ำโขง วิกฤติที่กำลังคืบมาอย่างช้าๆ

เขื่อนที่ยูนนานประเทศจีน เป็นหนึ่งในเขื่อนที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขง

ภาพถ่ายนี้แสดงให้เห็นเขื่อนขนาดใหญ่ของจีน
ซึ่งเป็นเขื่อนที่จะปล่อยน้ำมาสู่ลำน้ำโขง
ก่อนผ่านประเทศลาวและไทย สุดท้ายคือกัมพูชา
เหนือขึ้นไปก็มีอีกเขื่อนหนึ่ง

เป็นอีกหนึ่งเขื่อนของจีนที่กักเก็บน้ำ และผลิตไฟฟ้า

แม่น้ำโขงบริเวณอำเภอปากชม จังหวัดเลย
ไม่มีลำน้ำ มีเพียงผืนดินตะกอน ที่กลายเป็นทุ่งให้ต้นไม้ขึ้น
สามารถเดินข้ามได้อย่างสบายเพียง 1 กิโลเมตร
ภาพที่เห็นคือฝั่งไทย ภูเขาที่ไกลคือฝั่งลาว

หลายคนที่มีบ้านอยู่ริมฝั่งโขง คงนึกไม่ถึงว่าน้ำที่แห้งคอดติดดินติดทราย สามารถเดินข้ามไปฝั่งลาวได้แค่ประมาณ 1 กิโลเมตรนั้น มีผลกระทบมาจากปัญหาภาวะโลกร้อน และที่สำคัญ เหนือขึ้นไปยังประเทศจีน มีเขื่อนถึง 2 เขื่อนที่สร้างไว้เพื่อเก็บกักน้ำเอาไว้ ปัจจุบันอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ในอนาคตอันใกล้ อาจเป็นวิกฤติที่คืบมาถึงเราเร็วกว่าที่คาดถึง

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การบรรยายที่ปากชม จ.เลย

ที่ปากชม จ.เลย ทิวทัศน์ของที่นี่เป็นภูเขา อากาศหนาวเย็นตลอดปี

ผังเมืองติดไว้ที่โรงเรียน ซึ่งอำเภอนี้อยู่ติดกับประเทศลาวริมฝั่งโขง

ผมบรรยายไป 2 รอบ ช่วงเช้าและช่วงบ่าย

เด็กนักเรียนเกือบร้อยคน รู้แล้วว่าปัญหาโลกร้อนส่งผลกระทบกับบ้านเขาเช่นกัน

มีบางคนที่ไปด้วย นอนกางเต้นท์เพื่อสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผมมีโอกาสไปบรรยายเรื่อง "ภาวะโลกร้อน ผลกระทบต่อประเทศไทย" ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.5-6 และ ม.1-3 ที่โรงเรียนบ้านห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย บรรยากาศที่อำเภอนี้ดีมาก ตอนเช้าและค่ำจะมีอากาศเย็นสบายจนถึงขั้นหนาวเย็น ส่วนกลางวันก็ร้อนแต่ไม่มาก

ผมไปกับทีมนักศักษาพระคัมภีร์ปี 4 ของสถบันพระคริสตธรรมขอนแก่น โดยการไปทำกิจกรรมนี้เป็นแบบค่ายภาษาอังกฤษ ส่วนการบรรยายนั้นเป็นการให้ข้อมูลทางวิชาการแก่เด็กนักเรียนในแง่มุมของวิทยาศาสตร์

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

How Great Thou Art!

Originally a Swedish folk melody,"O Store Gud" by Carl Boberg (1859-1940)was translated by Stuart K. Hine in 1899.

O Lord my God! when I in awesome wonder
Consider all the worlds Thy hands have made,
I see the stars, I hear the rolling thunder,
Thy power throughout the universe displayed:

Then sings my soul, my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!
Then sings my soul! my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!

When through the woods and forest glades
I wanderAnd hear the birds sing sweetly in the trees;
When I look down from lofty mountain grandeur
And hear the brook and feel the gentle breeze:

Then sings my soul, my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!
Then sings my soul! my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!

And when I think that God, His Son not sparing,
Sent Him to die, I scarce can take it in;
That on the cross, my burden gladly bearing,
He bled and died to take away my sin:

Then sings my soul, my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!
Then sings my soul! my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!

When Christ shall come with shout of acclamation
And take me home, what joy shall fill my heart!
Then I shall bow in humble adoration,
And there proclaim, my God, how great Thou art!

Then sings my soul, my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!
Then sings my soul! my Savior God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!

เพลง "พระเจ้ายิ่งใหญ่" ในรายการประกวดร้องเพลง KPN


คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมกะว่าจะเขียนถึงรายการประกวดครั้งนี้ เพราะได้มาฟังการแข่งขันรอบชิง โดยส่วนตัวไม่ค่อยฟังเท่าไร ดูทีวีเปลี่ยนไปมา เพราะรายการประกวดเยอะเหลือเกินในเมืองไทยช่วงนี้

แต่พอดีฟังเพลงจากผู้ประกวด จำได้ว่าน้องคนนี้ชื่อ "เพียว" KPN9 และเป็นคนร้อยเอ็ด ร้องเพลงภาษาอังกฤษชื่อ "How Great Thou Art" ซึ่งเป็นเพลงนมัสการพระเจ้าที่ร้องกันในโบสถ์ แต่ผู้ประกวดเอามาร้องแข่งขันก็นับว่าแปลก ซึ่งเดาได้เลยว่าน้องคนนี้ต้องเป็นคริสเตียนแน่ๆ และเมื่อได้รับอีเมล์จากน้องเปี๊ยก ก็ถือว่าเป็นการยืนยันสิ่งที่เชื่อ พระเจ้ายิ่งใหญ่จริงๆ เพราะน้องชนะการประกวด และได้รับการโหวตจากเพื่อนผู้เข้าประกวดด้วยกันว่าเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เพื่อนๆ รักจึงโหวตให้จนได้รางวัลมอเตอร์ไซค์ 1 คัน และชนะการร้องเพลงครั้งนี้ ได้รางวัล 1 ล้านบาท และถ้วยพระราชทานของในหลวง ดีใจด้วยครับ ขอพระเจ้าอวยพระพร..
อีเมล์ของเปี๊ยก..
สวัสดีทุกคนครับ หากพี่น้อง และเพื่อนท่านใดได้ติดตามชมรายการ KPN AWARD 2010 ที่ผ่านมาซึ่งได้จบลงไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักนักร้องที่ผ่านเข้ามาทั้ง12 คน พอสมควร และหากแม้เพื่อน และพี่น้องยังไม่ได้ติดตามรายการนี้มาตั้งแต่ต้นนั้น ก็ไม่เป็นไรครับ สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวในครั้งนี้ คือ "ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า" ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะคาดคะเน หรือ คาดเดาได้จริงๆ ครับ เนื่องจากในการแข่งขันรายการนี้ มีรุ่นน้องที่คริสตจักรที่ผมได้นมัสการเป็นประจำในทุกๆ อาทิตย์ (คริสตจักรเมืองไทย สะพานควาย) ได้เข้าแข่งขันในรายการนี้ด้วย
ผมไม่ได้รู้จักน้องคนนี้เป็นการส่วนตัว แต่ก็เห็นและรู้จักคุ้นหน้าคุ้นตา ตั้งแต่น้องคนนี้ได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ในฐานะนักเรียนทุน (ม.รังสิต) พอผมทราบว่าน้องคนนี้ (น้องเพียว) เข้าแข่งขันในรายการ KPN ผมก็ได้ติดตามดูตั้งแต่สัปดาห์แรก เพราะผมได้เห็นศักยภาพด้านการร้องเพลงที่น้องคนนี้มี ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่พระเจ้ให้กับเขา ผมเฝ้าติดตามและลุ้นเชียร์น้องคนนี้ตลอดสองเดือนที่ผ่าน แต่ผมเองก็ไม่เคยไปทักทายอย่างเป็นทางการเลย แต่รู้ว่าน้องคนนี้มีดีจริงๆ หลายครั้งที่ได้ฟังน้องเค้าร้องเพลงในคริสตจักร (ทึ่งๆ จริง) แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ผมเห็น คือ ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ผ่านชีวิตของน้องคนนี้ เขาเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันว่า และตั้งใจว่าจะร้องเพลงของพระเจ้าให้คนมากมายฟัง... จนในที่สุดพระเจ้าก็ให้โอกาสน้องเค้าในสิ่งที่เขาตั้งใจและฝันไว้
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งน้องเพียวก็เป็นหนึ่งในห้าคนที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วย ซึ่งผมทราบมาก่อนแล้วว่าน้องเค้าจะร้องเพลงพระเจ้ายิ่งใหญ่ (How Great Thou Art) โดยไม่ได้มีใครบังคับ หรือแนะนำเค้าเลยเป็นความตั้งใจที่เพียวเองอยากจะถวายพระเกียรติพระเจ้าในการแข่งขันครั้งนี้... สิ่งที่สัมผัสในบรรยากาศเมื่อคืนวันเสาร์ (ผมชมทางโทรทัศน์) เป็นบรรยากาศความยำเกรงพระเจ้าที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และผมเชื่อว่าทุกคนๆ ที่อยู่ที่ "อาคารนิมิตบุตร" ก็รู้สึกด้วยเช่นกัน เพราะบทเพลงที่เพียวได้ร้อง ได้แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอย่างแท้จริง
ในตอนเริ่มต้นนั้นเพียว ร้องเพลง "ดินแดนแห่งความรัก" และเมดเลย์ต่อด้วย "How Great Thou Art" ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน และของชีวิตเพียว และของผู้ชมอย่างผมในฐานะผู้เชื่อ โดยผมตระหนักว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ มากขึ้นและมากขึ้น ผ่านชีวิตของเด็กบ้านนอกคนนี้ (ตอนนี้ก็ยังเป็นเด็กบ้านนอกอยู่) ในวันอาทิตย์ผมได้สอบถามพี่น้องที่คริสตจักรบางคน ก็เห็นว่าทุกคนตื่นเต้น บางคนถึงกับนอนไม่หลับก็มี บางคนถึงกับขนลุกไปในขณะดูเลยทีเดียว
อีเมล์ฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึงสาระสำคัญมากมายแต่อย่างไร แต่กำลังจะต้องการบอกว่า "พระเจ้ายิ่งใหญ่" "พระเจ้ายิ่งใหญ่" "พระเจ้ายิ่งใหญ่" อย่างแท้จริง หากท่านเป็นผู้เชื่อในพระองค์ผมก็เชื่อว่าท่านจะตระหนักมากขึ้นพระเจ้ายิ่งใหญ่ตลอดไป ไม่ว่าจะมีสิ่งใหญ่เกิดขึ้น ความวุ่นวาย ปัญหา อุปสรรค หรือ อะไรก็ตาม อยากจะหนุนใจว่า "พระเจ้ายิ่งใหญ่" และ "พระเจ้ายิ่งใหญ่" และแม้ท่านจะไม่ได้รู้จักพระเจ้า (พระเยซูคริสต์เจ้า) ก็ตาม ผมก็ปรารถนาและหนุนใจให้ท่านได้ตัดสินใจที่จะเปิดใจของท่านออก เพื่อท่านจะได้เห็นว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่ และพระเจ้ายิ่งใหญ่ อย่างไร บางทีพระเจ้าอาจจะสำแดงความรักของพระองค์อย่างยิ่งใหญ่ต่อคุณมากมายก็เป็นได้....
ท้ายสุดนี้ผมขอพระคุณ และฤทธานุภาพขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า นั้น ได้ประจักษ์ และสำแดงแก่ท่านอย่างอัศจรรย์ในทุกๆ วัน เพื่อท่านจะได้ทราบว่า พระเจ้าองค์นี้ยิ่งใหญ่ และยิ่งใหญ่ มากเพียงไร.... ขอพระเกียรติ และพระสิริ จงมีแด่พระองค์สืบไปเป็นนิตย์... อาเมน
God Bless You
Michael Joseph
ปล. ผมได้แนบลิงค์รายการ KPN รอบชิงของเพียว มาให้ชมด้วยครับ เข้าไปชมบรรยากาศ และเพลง How Great Thou Art ได้ครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=ntRvT9eopLU
ลิงค์แรกนี้ เป็นตอนเริ่มต้นที่เพียวมาร้องเพลงในรอบชิง ซึ่งยังไม่ประกาศผลครับ... (คุณจะเห็นทูตสวรรค์เคียงข้างกับเขา)
www.oknation.net/blog/Joseph/2010/02/08/entry-1
ลิงค์สองนี้เป็นบรรยากาศหลังจากได้ประกาศผลแล้ว และเพียวได้ร้องเพลงที่ร้องวันนี้ปิดรายการ

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

"น้ำเน่าเสีย" ปัญหาที่รอวันแก้ไข

ผู้ประกอบการแล่ปลา ปล่อยน้ำล้างเพื่อทำความสะอาดลงสู่ลำคลองโดยตรง
โดยไม่มีการบำบัด จึงส่งผลให้น้ำเน่าเสีย


ท่อระบายน้ำทิ้งจากหมู่บ้านที่อาจไม่มีการบำบัดอย่างถูกต้อง
ก็ปล่อยตรงเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้น้ำเสียถูกสะสมมากขึ้น

ขยะ กลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกสักที
ความมักง่าย หรือปริมาณขยะต่อการบริโภคหนึ่งครั้ง
ส่งผลให้มีปริมาณมากขึ้น แม่น้ำลำคลองจึงเป็นแหล่งสุดท้าย
ที่ขยะจะไหลไปอยู่รวมกัน
ท่อน้ำทิ้งจากโรงงาน ก็ปล่อยลงสู่ลำคลอง

ผุ้ประกอบการสูบน้ำในลำคลอง ซึ่งเน่าเสียอยู่แล้วมาใช้ชะล้างพื้นที่
ซึ่งแน่นอนว่าความสะอาดจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์


แน่นอนว่าปัญหา "น้ำเน่า" ไม่ใช่ปัญหาของที่นี่ที่เดียว แต่มันเกิดไปทุกที่ที่มีน้ำขัง หรือแม้แต่น้ำไหลก็ตาม สาเหตุหลักๆ ก็คือการทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ การปล่อยน้ำทิ้งลงในคูคลองหรือแม่น้ำ โดยไม่มีการบำบัดก่อน หรือการบำบัดถูกปล่อยปละละเลยจนทำไปอย่างนั้น นี่คือภาพข้อมูลเบื้องต้นของการนำไปสู่แก้ปัญหาในเรื่องนี้

หนึ่งในอาชีพของชาวสมุทรปราการ

ปลากระเบนเป็นตัวๆ ถูกนำมาแล่เนื้อปลาที่สมุทรปราการ

เนื้อปลาจะถูกแล่ออกมา ซึ่งดูเหมือนปลา 1 ตัวต่อ 1 ชิ้น
แต่จริงๆ คือ 1 ใน 100 ส่วน (หรือมากกว่านั้น) ของปลากระเบน
จากนั้นจะนำมาตากแดด

จนแห้งได้ที่แบบนี้

แล้วจะมาชุบน้ำตาล เพื่อเพิ่มความหวาน
สีของเนื้อปลากระเบนจะกลายเป็นสีส้มแบบนี้
ตากอีกหลายวัน และเก็บใส่กล่องเพื่อขาย
แบบนี้ขายปลีกที่ร้านปลาหมึกย่างชิ้นละ 20-25 บาท


หลายคนที่เคยกินปลาหมึกย่าง (แบบแตกแห้ง) คงต้องเคยกินหรือเคยเห็นปลาหวาน ปลาที่หลายคนคิดว่าคือปลาริวกิว มีรสหวาน ย่างกับเตาถ่าน ตัวสีส้มๆ แท้ที่จริงก็คือ "ปลากระเบน" นั่นเอง ผมไปสำรวจและสัมภาษณ์ที่มาที่ไปจึงทราบมาว่า เป็นปลาที่มาจากทะเลอินโดนีเซีย และซื้อมาจากตลาดมหาชัย ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพแร่ปลา ตากปลา ซื้อมาแปรรูปเป็นอาหารตากแห้ง

สำรวจพื้นที่สมุทรปราการ

ผมเริ่มเข้าไปสำรวจและเก็บข้อมูลที่สมุทรปราการ ภาพที่เข้าใจว่าผู้คนที่นั่นพบเห็นเป็นประจำคือการปั้มน้ำออกจากพื้นถนนเกือบทุกเช้า
ทุกเช้าหน้าเทศบาลเมือง น้ำจะขึ้นและท่วมไหลเข้ามาในพื้นที่ถนน

ต้องปั้มน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา


วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

บรรยายเรื่อง 2012 ที่ขอนแก่น

สมาชิก คจ.ประชาร่วมใจ บ้านหนองกุง ขอนแก่น

บริเวณหน้าโบสถ์ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐประสานสีน้ำตาลแดง

ห้างเซ็นทรัล ขอนแก่น กลายเป็นห้างที่ทันสมัยที่สุดในอีสาน เพราะเพิ่งสร้างเสร็จ

ร้านของมายด์ ภรรยาของน้องแป้นในห้างเซ็นทรัล อยู่ชั้น G

ผมกับอ.อภิชัย กินอาหารเย็นที่ริมบึงแก่นนคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มกรา ผมไปธุระที่ขอนแก่นนึกถึงเพื่อนที่เป็นอาจารย์คนหนึ่งที่ขอนแก่น เลยโทรไปทักทาย แกก็เลยให้ผมไปบรรยายเช้านั้นเลยที่โบสถ์ของแก ซึ่งยาวไปถึงตอนบ่ายด้วย หลายคนตื่นเต้น หลายคนถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ฟังเนื้อหาเกี่ยวกับการรับขึ้นไป ซึ่งผมเลือกเรื่องนี้มาบรรยายในช่วงบ่าย แล้วก็เลยไปเยี่ยมน้องแป้นที่ร้านของภรรยาของเขาที่ห้างเซ็นทรัล ซึ่งทันสมัยที่สุดในภาคอีสาน (เขาว่าอย่างนั้น)