ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บรรยายเรื่องยุคสุดท้าย

17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมไปบรรยายเรื่อง "ยุคสุดท้าย" ในหัวข้อ "รัฐบาลโลก สมาคมลับ และ การสร้างพระวิหารหลังที่ 3" น่าเสียดายว่าเนื้อหาเยอะมากจนทำให้เรื่อง "พระวิหารหลังที่ 3" ต้องบรรยายแบบย่อๆ แต่ก็นับว่าผ่านไปด้วยดีครับ มีพี่น้องหลายคริสตจักรมาร่วมฟังกว่า 100 ท่าน

คริสตจักรแห่งสันติภาพเป็นเจ้าภาพงานนี้

ห้องประชุมของโบสถ์นี้เช่าสถานที่ของโรงเรียนบางกะปิ
อยู่ตรงข้ามนิด้า

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กินผักปลอดสารที่ดอยแม่วาง เชียงใหม่

พอพูดถึงผักปลอดสารพิษ หรือผักที่ไม่ใช้สารเคมีในการดูแลรักษาผักให้สดใหม่ ต้องมาที่นี่ครับ เพราะที่นี่เขาปลูกเองขายเอง ดอยแม่วาง เชียงใหม่

คนที่จะกินผักปลอดสารที่เห็นได้ชัดก็คือ คนปลูกเอง (กรณีเป็นคนต่างจังหวัด) และคนป่วย (เป็นมะเร็ง) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ

และทุกครั้งที่ผมกินผัก ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันปลอดสารจริงหรือเปล่า?

คำขวัญที่ติดโชว์ให้เห็น

กฎของกลุ่มที่ไว้ใจได้เรื่องไร้สารพิษคือ ปลูกเอง ขายเอง

ผู้ผลิตพบผู้บริโภคโดยตรง

มีป้ายบอกตลอดทาง

ผักที่นี่เก็บเช้าขายตอนสาย รับรองว่าสดและปลอดสาร

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมลดโลกร้อนที่เชียงราย

ผมมาเชียงรายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 ตค.ครับ และได้ร่วมกิจกรรมกับชาวเชียงรายหลายกลุ่ม เกี่ยวกับกิจกรรมลดโลกร้อน ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีกิจกรรมร่วมกับหลายประเทศในแนวคิดที่ว่า ช่วยกันสร้างภาพสัญลักษณ์ด้วยตัวเลข 350 ซึ่งเป้นตัวเลขของหน่วยวัดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ 1 ต่อ ล้านหน่วย โดยที่ปัจจุบันตัวเลขนี้เลยไปถึงระดับ 392 แล้ว หลายประเทศจึงต้องออกมาแสดงตัวในภาคประชาชนให้ผู้นำประเทศเช่น ประธานธิบดี นายกรัฐมนตรี หันมาสนใจว่าชาวบ้านเขาตื่นตัวกันแล้วนะ


ชาวบ้านที่เชียงราย ต.ป่าก่อดำ กับหน่วยงานราชการและเอกชน
ร่วมกิจกรรมลดโลกร้อน
โดยใช้เทคโนโลนีใหม่เพื่อลดการใช้สารเคมี

แล้วยังร่วมกันทำสัญลักษณ์รูปหัวใจ

ภาพนี้อยู่ที่ถนนคนเดิน หน้าสวนตุงและโคม
กิจกรรมสร้างสัญลักษณ์ตัวเลข 350

แล้วก็ถ่ายภาพหมู่กันอีกรอบ

เห็นภาพอย่างนี้แล้วก็ดีใจครับที่ประเทศของเราเริ่มตื่นตัวและขยับตัวมากขึ้น ใครจะรู้บ้างไหมนะว่าตอนนี้ พม่าย้ายเมืองหลวงไปอยู่เนปิดอแล้ว? (เมืองหลวงใหม่ห่างจากทะเล 382 กม.)

เด็กๆ ก็ร่วมกิจกรรมด้วย (ลูกชายทั้งสองของผม)

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

วันที่ 10 เดือน 10 ปี 10 ร่วมรณรงค์ลดโลกร้อน

โลโก้ของกิจกรรมที่ใช้ทั่วโลก

ผมเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เมื่อไปเชียงรายมาเมื่อวันที่ 27 กันยายน และรู้ว่าตนเองต้องบรรยายเรื่อง "โลกร้อน" ที่ถนนคนเดิน จ.เชียงราย ก็รู้สึกยินดี และตื่นเต้น ที่เราจะมีส่วนรว่มกิจกรรมระดับโลก

ใครสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.350.org/invitation
และ http://www.350.org/en/about/science

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บรรยายโลกร้อนที่เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กันยายน ผมไปบรรยายเรื่อง "ภาวะโลกร้อน มหันตภัยเงียบ" ให้กับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ที่สถาับันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 100 คนได้รับฟังถึงปัญหาที่โลกเรารวมถึงปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือปัญหาน้ำท่วม

เส้นทางลัดเพื่อไปถนนเจ้าคุณทหาร ที่ผมหลงเข้าไป
เจอน้ำท่วมเต็มๆ

ผมเป็นวิทยากรคนแรก วันนั้นมีวิทยากร 3 คน

คุณสุกัลยา ชาญ ก็มาบรรยายเรื่องการกำจัดขยะเปียก

นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ได้รับฟังเรื่องราว
ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว
นักศึกษาปี 3-4 มีอายุเพียง 19-20 ปี
ซึ่งมีอายุน้อยกว่าปัญหาโลกร้อนอีก
ดังนั้นเด็กรุ่นนี้จึงเป็นเด็กยุคโลกร้อน

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

BestDM ปุ๋ยน้ำหมักไม่ต้องใช้น้ำตาล

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปดูงานการใช้ BestDM ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านชีวภาพ ไม่ต้องใช้กากน้ำตาลที่ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวเมื่อหมัก และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า ใช้ได้กับการบำบัดน้ำเสีย และใช้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ

ผมไปสองที่คือ จังหวัดสมุทรปราการ คลองตาเค็ด และ ไร่แตงกวา ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

BestDM เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเบสท์ แคร์ ซึ่งสนับสนุนรายการนี้

ผสมกับเศษผักทิ้งหรือเศษผลไม้ หมักจนได้ที่
แล้วนำมาทิ้งน้ำเน่าให้ดีขึ้นได้ (สมุทรปราการ)

ไร่แตงกวาที่ จ.สิงห์บุรี

ลำต้นแข็งแรง และสูงกว่า 2 เมตร
ซึ่งปกติสูงแค่ 1 เมตร เก็บผลผลิตได้นานกว่า
เมื่อใช้ BestDM

ผลแตงกวา กรอบอร่อย เก็บได้นานกว่า 20 วัน
นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ รากไม่ขึ้นรา เพราะไม่ใช้กากน้ำตาล

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปลูกป่าที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 23 กค. ผมได้รับเชิญจากคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ ไปเป็นวิทยากรเสวนาเรื่อง "ปัญหาโลกร้อน มหันตภัยใกล้ตัว" ที่หอประชุม อบจ.เชียงราย

และในช่วงบ่ายก็ได้ไปร่วมกันปลูกป่าที่ ไร่เชิญตะวัน ของสถาบันวิมุตตยาลัย ซึ่งอยู่ในความดูแลของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)

ในการปลูกป่าครั้งนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมที่สุดตั้งแต่ผมบรรยายเรื่องโลกร้อนมากว่า 100 ครั้ง เพราะการบรรยายเพียงให้ความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็นนามธรรมสร้างจิตสำนึก

หอประชุม อบจ.เชียงราย

มีผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย

(จากซ้ายไปขวา) นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, คุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์,
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ,
ท่าน สว.จิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร,
คุณเจนจบ สุขสด และผม
เป็นวิทยากรร่วมกันเสวนา

ที่ไร่เชิญตะวันเป็นศูนย์วิปัสสนา

ผมกับท่านว.วชิรเมธี

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สารคดี รักษ์เฉวง แก้ปัญหาน้ำเน่าเสียบนเกาะสมุย



ผมทำสารคดีชุดนี้ร่วมกับคุณชนะ (แปม) ชัยประเสริฐ โดยการสนับสนุนของเบสท์ แคร์ ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ "ไบโอกรีส" ซึ่งเป็นนาโนเทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเน่าเสีย

สิ่งที่ผมทึ่งก็คือ เกิดน้ำเน่าในคลองน้ำจืดคือ "คลองเฉวง" ซึ่งอยู่บนเกาะสมุย เกาะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยเรา ที่เหลือเชื่อก็คือน้ำในคลองถูกปล่อยให้เน่าเสียจนน่าใจหาย

นับเป็นโชคดีที่มีคนทำ "ไบโอกรีส" ขึ้นมา ซึ่งมันคือจุลินทรีย์คัดสายพันธุ์ เอามันผสมน้ำแล้วปล่อยลงในน้ำเน่าตามสัดส่วน เพียงเดือนเดียวก็เห็นผล

หากใครสนใจอยากให้ไปช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่า ก็ยินดีให้คำปรึกษาครับ

น้ำเน่าในคลองเฉวงเป็นสีดำสนิท

หลังจากใช้ "ไบโอกรีส" ภายใน 1 เดือน น้ำก็เริ่มใสจนน่าอัศจรรย์ราวปาฏิหารย์

โฆษณาฝรั่ง รณรงค์เรื่องโลกร้อน



ผมดูโฆษณาชิ้นนี้แล้ว สะท้อนใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน เพราะจะว่าไปแล้ว ไม่ค่อยจะเห็นใคร (หมายถึงผู้มีอำนาจ) จะเดือดร้อนทำอะไรกันเลย..

เราขอบคุณบรรพบุรุษที่สร้างหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเรา จึงมีโลกอย่างเช่นวันนี้

แต่แล้วพวกเราหละ ทำอะไรให้กับอนาคตของโลกบ้าง?

ตอนท้ายเหมือนกำลังจะบอกเราถ้าเราไม่ทำอะไร เด็กๆ ลูกหลานของเราก็จะออกมาเรียกร้องขอให้เราหยุดทำลายอนาคตของพวกเขา อนาคตของโลก!

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรื่องโลกร้อน ยังคงดำเนินต่อไป

ปัญหาภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไป ผมก็ยังคงบรรยายเรื่องนี้เป็นปีที่ 3 และมีมากว่า 100 แห่งที่ได้ฟังเรื่องนี้ ถ้าคิดเป็นจำนวนคนก็น่าจะเกิน 2,000 คนแล้ว และส่วนใหญ่ผู้ฟังในช่วงหลังๆ นี้เป็นเด็กนักเรียน เยาวชนของประเทศ ผู้ซึ่งจะต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกอีก 20-30 ปีข้างหน้า รู้ก่อนก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

ผมไปบรรยายให้เด็กนักเรียนระดับประถมปลายฟังเรื่องโลกร้อน
ที่โรงเรียนย่านลาดกระบัง มีนักเรียนมาจาก 14 โรงเรียน
รวม 140 คน

ฟังเรื่องวิชาการเครียดๆ ต้องมีเกมผสมด้วยจึงจะไม่เบื่อ

มีกิจกรรมสนุกๆ จากพี่ปี 3 ลาดกระบัง

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สอนปี 3 พระคริสตธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 14-18 มิถุนายน 2010 ผมไปสอนพิเศษที่พระคริสตธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอนนักศึกษาปี 3 ในวิชาศาสนศาสตร์ 3 เรื่อง "พระเยซูคริสต์กับความรอด" ซึ่งนับว่าเป็นการสอนเชิงลึกกับนักศึกษาพระคัมภีร์เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ไปบรรยายพิเศษเกี่ยวกับยุคสุดท้ายหลายครั้ง (หลายคนเข้าใจว่าผมเชี่ยวชาญเรื่องยุคสุดท้ายอย่างเดียว ซึ่งจริงๆ ผมสามารถเตรียมการสอนเรื่องประวัติศาสตร์พระคัมภีร์มากกว่า 10 บทเรียน)

จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ช่วงหลังๆ ผมไปบ่อยมาก และมีโอกาสได้แบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับพระคัมภีร์กับพี่้น้องที่นั่น
ป้ายหน้าสถาบันด้านหน้า

และเป็นช่วงสัปดาห์ฟื้นฟูของที่นั่นด้วย ผมได้เทศนาเรื่อง "ความพร้อม"

ผมพากลุ่มนักศึกษาปี 3 ไปทัศนศึกษาที่วัดหนองแวงริมบึงแก่นนคร
เพื่อศึกษาศาสนาเปรียบเทียบกับความเชื่อเรื่องสวรรค์

นักศึกษาเรียนในห้องเรียนที่สถาบัน

บทที่ 1 ของบทเรียนมีชื่อว่า "ศาสนาโลก"
พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามแบบของพระองค์
แต่มนุษย์กลับสร้างพระเจ้า (ศาสนา) ตามความคิดของเขา

บทที่ 2 พระเยซูคริสต์กับความรอด
ในบทนี้เราจะรู้ถึงเหตุผลที่พระคริสต์เป็นความรอดของมนุษย์

บทที่ 3 เทศกาลคริสตมาสเป็นมากกว่าเทศกาลแห่งของขวัญ
เพราะนั่นคือจุดกำเนิดของความรอดของมนุษยชาติ

บทที่ 4 การเผยแพร่ข่าวประเสริฐ
ความรอดที่ส่งผลให้สาวกยุคแรกทุ่มเท

บทสุดท้าย ความรอดก็มีวันหมดอายุ
ใครที่ยังไม่เชื่อ อาจจะหมดโอกาส!

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พลิกฟื้น คืนน้ำใส ให้ลำคลอง ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2010 ผมมีโอกาสไปร่วมงานที่จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นงานที่ผมมีส่วนในเรื่องการให้ความรู้เรื่องปัญหาภาวะโลกร้อน และการแก้ปัญหาน้ำเน่า ในวันนั้น ผมต้องบรรยายเรื่องการแก้ปัญหาน้ำเน่าที่เกาะสมุย ให้คนชาวปากน้ำฟังซึ่งมีมากเกือบ 600 คนในห้องประชุมศูนย์เยาวชนที่นั่น

มีการปลูกต้นไม้ หญ้าแฝกริมคลองด้วย

คลองปากน้ำอยู่ใกล้วัดชัยมงคลคือจุดที่กลุ่มคนถึง 600 คน
เดินไปรวมตัวกันที่นั่นเพื่อรณรงค์การรักษ์น้ำ

ผมบรรยายเรื่องการแก้ปัญหาน้ำเน่าของเกาะสมุย

มีการเดินรณรงค์ไปที่ถนนสุขุมวิทด้วย

ชาวบ้าน และนักเรียนร่วมเดินรณรงค์
"พลิกฟื้น คืนน้ำใส ให้ลำคลอง"

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คลิปการรณรงค์การแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย



คลิปนี้จะใช้เปิดในงาน "พลิกฟื้น คืนน้ำใส ให้ลำคลอง" ที่จ.สมุทรปราการ วันที่ 6 มิถุนายนนี้ ความยาว 6.23 นาที ในคลิปจะเล่าถึงประวัติศาสตร์ของสมุทรปราการที่ผูกพันกับสายน้ำ จนกาลเวลาผ่านไป น้ำที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกลับเน่าเสีย และที่สำคัญ ปัญหาน้ำเ่น่าเกิดขึ้นในหลายท้องที่ แม้แต่บนเกาะที่มีชื่อเสียงอย่างเกาะ "สมุย" จ.สุราษฎร์ธานี

ปัญหาน้ำเน่าที่เกาะสมุย ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ประกอบการ ช่วยกันฟื้นฟูสภาพคลองเฉวงของพวกเขา ก่อนที่จะปล่อยน้ำลงสู่ทะเล เพียงเดือนเดียวน้ำเน่าก็เริ่มใสขึ้น

สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นที่สมุทรปราการเช่นกัน เชิญคลิกชมได้เลยครับ

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สารคดีสั้น ปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกาะสมุย

เมื่อช่วงวันที่ 21-24 พค. ผมรับงานชิ้นหนึ่งเป็นงานกึ่งโฆษณากึ่งสารคดี สื่อถึงปัญหาน้ำเน่าเสียที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในภาพคือคลองเฉวงที่ไหลลงสู่ทะเลที่หาดเฉวง หาดทรายที่สวยแห่งหนึ่งของเกาะสมุย และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่สะสมมานาน และบัดนี้ปัญหานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว จากลุ่มผู้ประกอบการเองได้รวมตัวกันจนเกิดกลุ่มคน "รักเฉวง" ขึ้นมา และพวกเขาได้ต่อสู้กับปัญหาน้ำเน่า และมาถึงวันนี้ ปัญหานีั้เริ่มลดลง และน้ำก็กลับมาเริ่มใสก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเล


วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

จาก Pocahontas ถึง Avatar

คราวนี้มาคุยเรื่องหนังบ้าง ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูหนัง และมักจะเข้าใจเบื้องหลังที่มาของหนังหลายเรื่อง เป็นเพราะผลของการอ่านหนังสือเยอะ การเชื่อมโยงข้อมูลทำให้เข้าใจถึงการเล่าเรื่องของหนังยุคใหม่ ตำนานดั้งเดิม หรือประวัติศาสตร์ ผมขอเล่าเรื่องการ์ตูนของดิสนีย์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงของหญิงอินเดียนแดง โพคาฮอนทัส และหนุ่มอังกฤษ จอห์น สมิธ

การ์ตูนของดิสนีย์สร้างในปี 1995

ต่อมาก็มีการสร้างเป็นภาพยนตร์โดยใช้คนแสดงในปีเดียวกัน
ชื่อเรื่องว่า Pocahontas: The Legend

และในปี 2005 ก็สร้างขึ้นมาอีกในเรื่อง The New World
หนังดราม่าที่ดูยากเรื่องหนึ่ง ต้องชอบจริงๆ ถึงจะดูจบ

ทุกเรื่องอิงเนื้อหาเดิมแต่งเติมบ้างตามจินตนการของผู้สร้าง ที่เล่าเรื่องการรุกรานดินแดนของมนุษย์ต่างเผ่าพันธุ์ โดยเล่าเรื่องการล่าดินแดนของอังกฤษที่เดินทางมายังอเมริกาในช่วงปี 1600 (โดยประมาณ) และแน่นอนว่ามีการรบราฆ่าฟัน ผู้มีอำนาจมากกว่าก็ได้รับชัยชนะ คนพื้นเมืองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสมอ

แต่ในหนังใหม่ของปี 2009 อย่างเรื่อง Avatar ที่หยิบยกประเด็นและเนื้อหา การดำเนินเรื่องตามบทของโพคาฮอนทัสแบบถอดด้ามมาจากฝักเดียวกัน แปลงคนเปลี่ยนสถานที่และเสริมจินตนาการล้ำไปยังต่างดาว ทำให้เรื่องราวดูน่าตื่นตาตื่นใจกว่าหลายเรื่องที่ผ่านมา ใครที่เคยดูโพคาฮอนทัสแล้วมาดู Avatar ก็พอจะเดาเรื่องออกหรือคุ้นๆ อย่างแน่นอน แต่คราวนี้หนังได้หักมุมจบอย่างสวยงาม และพอใจคนดูอย่างต้นฉบับ

ดูเหมือนว่าหนังที่แปลงบทภาพยนตร์ใหม่จะโดนใจท่านผู้ชมซะแล้ว เราจึงเห็นหนังหรือนิยายรุ่นใหม่นำเรื่องเก่ามาปัดฝุ่นเสริมจินตนาการเดิม เปลี่ยนแค่เวลาและสถานที่ ใครที่เป็นหนังเขียนหรือนักสร้างหนังไทยจะลองเอาไปใช้บ้างก็น่าจะดีเหมือนกันนะครับ

Pocahontus เวอร์ชั่นต่างดาวก็คือ Avatar นั่นเอง