ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ค่ายรักผูกพันทูตน้อยรักษ์น้ำรุ่นที่ 1 สัตหีบ ชลบุรี

กิจกรรมพิเศษมากๆ ที่เพิ่งผ่านมา เมื่อวันที่ 25-26 ตุลาคม (2 วัน 1 คืน) จัดโดย B Safe Group หน่วยงานเอกชนที่มีจิตอาสา เสริมสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน โดยจัดทำกิจกรรม "โรงเรียนรักษ์น้ำ" ขึ้นในช่วงปี 2010 ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี

มาเดือนนี้ได้สรุปเรื่องราวทั้งหมด โดยนำนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมโครงการจากหลายโรงเรียนมาเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมทางทะเล ใน "ค่ายรักผูกพันทูตน้อยรักษ์น้ำรุ่นที่ 1" ขึ้นที่สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยกิจกรรมมีมากมายหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับน้ำ และทะเล

ป้ายของโครงการ "ค่ายรักผูกพันทูตน้อยรักษ์น้ำรุ่นที่ 1"

กิจกรรมแรกก็คือการเรียนรู้เรื่องปะการัง

เด็กนักเรียนกรอกใบสมัครในการปลูกปะการังลงในทะเลที่แสมสา

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ไปเข้าชมฟาร์มปลาการ์ตูน
ที่อยู่ในบริเวณใกล้กันด้วย

ภาพการ์ตูนบริเวณทางเข้า

ปลาการ์ตูนในบ่อเลี้ยง ซึ่งมีหลากหลายพันธุ์

จากนั้นก็กลับมาอบรมเพื่อฝึกการดำน้ำ

ที่ดำน้ำก็สะดวก ไม่ต้องนั่งเรือออกไป เพราะอยู่ที่แสมสารเลย

นักเรียนและครูพี่เลี้ยงพร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่ม Be Save
เตรียมดำน้ำเพื่อชมปะการัง

เด็กๆ ได้ดำน้ำจริงๆ

คนที่ไม่อยากดำน้ำก็มีเรือท้องกระจกให้ดูเหมือนกัน

ถ่ายภาพที่ริมทะเลกันเลย

กลางคืนฟังบรรยายพิเศษ เรื่อง "Water Footprint" และ "Virtaul Water"
ซึ่งเด็กๆ ก็เข้าใจถึงสภาพจริงของน้ำในโลกที่กำลังลดน้อยลงทุกที

ที่พักอยู่หน้าทะเล บริเวณเดียวกับสถานที่อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล

ลานด้านล่างของที่พัก

นักเรียน คุณครู ทีมงานทั้งหมด ถ่ายภาพร่วมกัน

ชมเต่าทะเล

ชมเรือบรรทุกเครื่องบิน

และสุดท้าย เยี่ยมชมตลาดน้ำ 4 ภาคที่พัทยา
เป็นการสิ้นสุดกิจกรรมในครั้งนี้

แผนการคืนน้ำใสให้ลำคลองที่สมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ผมไปเสนอแนวคิดโครงการคืนน้ำใสให้สมุทรปราการในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งจุดที่ไปคราวนี้อยู่บนถนนสายลวด ซอย 5 ซึ่งมีคลองอยู่ด้านในซอย เป็นคลองที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเหม็น

แผนที่เสนอก็คือให้ทำฝ้ายน้ำล้นกั้นทุกๆ 200 เมตร ในคลอง แล้วใช้น้ำหมัก BeztEM ที่ชาวบ้านร่วมกันหมักมาราดลงในลำคลอง ในส่วนของเอกชนก็จะร่วมเอา Biogrease มาช่วยด้วย

ถือได้ว่าเป็นการร่วมมือของ 3 ฝ่ายคือกลุมชาวบ้านในชุมชน เทศบาลเมือง และหน่วยงานเอกชน

แผนที่โครงการบนถนนสายลวด ซอย 5

ลานอเนกประสงค์ที่นั่น

ผมเสนอโครงการและจูงใจให้ชาวบ้านในชุมชนร่วมใจกันทำคลองให้ใส
ต่้อด้วยการสร้างฝันทำถนนคนเดิน ตลาดน้ำกลางคืน

แนวคลองที่จะทำน้ำให้ใส และถนนคนเดิน

ยังมีการปล่อยน้ำลงคูคลองจากโรงงานอยู่เหมือนกัน

บรรยายเรื่องยุคสุดท้าย

17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผมไปบรรยายเรื่อง "ยุคสุดท้าย" ในหัวข้อ "รัฐบาลโลก สมาคมลับ และ การสร้างพระวิหารหลังที่ 3" น่าเสียดายว่าเนื้อหาเยอะมากจนทำให้เรื่อง "พระวิหารหลังที่ 3" ต้องบรรยายแบบย่อๆ แต่ก็นับว่าผ่านไปด้วยดีครับ มีพี่น้องหลายคริสตจักรมาร่วมฟังกว่า 100 ท่าน

คริสตจักรแห่งสันติภาพเป็นเจ้าภาพงานนี้

ห้องประชุมของโบสถ์นี้เช่าสถานที่ของโรงเรียนบางกะปิ
อยู่ตรงข้ามนิด้า

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กินผักปลอดสารที่ดอยแม่วาง เชียงใหม่

พอพูดถึงผักปลอดสารพิษ หรือผักที่ไม่ใช้สารเคมีในการดูแลรักษาผักให้สดใหม่ ต้องมาที่นี่ครับ เพราะที่นี่เขาปลูกเองขายเอง ดอยแม่วาง เชียงใหม่

คนที่จะกินผักปลอดสารที่เห็นได้ชัดก็คือ คนปลูกเอง (กรณีเป็นคนต่างจังหวัด) และคนป่วย (เป็นมะเร็ง) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ

และทุกครั้งที่ผมกินผัก ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันปลอดสารจริงหรือเปล่า?

คำขวัญที่ติดโชว์ให้เห็น

กฎของกลุ่มที่ไว้ใจได้เรื่องไร้สารพิษคือ ปลูกเอง ขายเอง

ผู้ผลิตพบผู้บริโภคโดยตรง

มีป้ายบอกตลอดทาง

ผักที่นี่เก็บเช้าขายตอนสาย รับรองว่าสดและปลอดสาร

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมลดโลกร้อนที่เชียงราย

ผมมาเชียงรายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 ตค.ครับ และได้ร่วมกิจกรรมกับชาวเชียงรายหลายกลุ่ม เกี่ยวกับกิจกรรมลดโลกร้อน ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีกิจกรรมร่วมกับหลายประเทศในแนวคิดที่ว่า ช่วยกันสร้างภาพสัญลักษณ์ด้วยตัวเลข 350 ซึ่งเป้นตัวเลขของหน่วยวัดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ 1 ต่อ ล้านหน่วย โดยที่ปัจจุบันตัวเลขนี้เลยไปถึงระดับ 392 แล้ว หลายประเทศจึงต้องออกมาแสดงตัวในภาคประชาชนให้ผู้นำประเทศเช่น ประธานธิบดี นายกรัฐมนตรี หันมาสนใจว่าชาวบ้านเขาตื่นตัวกันแล้วนะ


ชาวบ้านที่เชียงราย ต.ป่าก่อดำ กับหน่วยงานราชการและเอกชน
ร่วมกิจกรรมลดโลกร้อน
โดยใช้เทคโนโลนีใหม่เพื่อลดการใช้สารเคมี

แล้วยังร่วมกันทำสัญลักษณ์รูปหัวใจ

ภาพนี้อยู่ที่ถนนคนเดิน หน้าสวนตุงและโคม
กิจกรรมสร้างสัญลักษณ์ตัวเลข 350

แล้วก็ถ่ายภาพหมู่กันอีกรอบ

เห็นภาพอย่างนี้แล้วก็ดีใจครับที่ประเทศของเราเริ่มตื่นตัวและขยับตัวมากขึ้น ใครจะรู้บ้างไหมนะว่าตอนนี้ พม่าย้ายเมืองหลวงไปอยู่เนปิดอแล้ว? (เมืองหลวงใหม่ห่างจากทะเล 382 กม.)

เด็กๆ ก็ร่วมกิจกรรมด้วย (ลูกชายทั้งสองของผม)

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

วันที่ 10 เดือน 10 ปี 10 ร่วมรณรงค์ลดโลกร้อน

โลโก้ของกิจกรรมที่ใช้ทั่วโลก

ผมเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เมื่อไปเชียงรายมาเมื่อวันที่ 27 กันยายน และรู้ว่าตนเองต้องบรรยายเรื่อง "โลกร้อน" ที่ถนนคนเดิน จ.เชียงราย ก็รู้สึกยินดี และตื่นเต้น ที่เราจะมีส่วนรว่มกิจกรรมระดับโลก

ใครสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.350.org/invitation
และ http://www.350.org/en/about/science

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

บรรยายโลกร้อนที่เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กันยายน ผมไปบรรยายเรื่อง "ภาวะโลกร้อน มหันตภัยเงียบ" ให้กับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ที่สถาับันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 100 คนได้รับฟังถึงปัญหาที่โลกเรารวมถึงปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือปัญหาน้ำท่วม

เส้นทางลัดเพื่อไปถนนเจ้าคุณทหาร ที่ผมหลงเข้าไป
เจอน้ำท่วมเต็มๆ

ผมเป็นวิทยากรคนแรก วันนั้นมีวิทยากร 3 คน

คุณสุกัลยา ชาญ ก็มาบรรยายเรื่องการกำจัดขยะเปียก

นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ได้รับฟังเรื่องราว
ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว
นักศึกษาปี 3-4 มีอายุเพียง 19-20 ปี
ซึ่งมีอายุน้อยกว่าปัญหาโลกร้อนอีก
ดังนั้นเด็กรุ่นนี้จึงเป็นเด็กยุคโลกร้อน

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

BestDM ปุ๋ยน้ำหมักไม่ต้องใช้น้ำตาล

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปดูงานการใช้ BestDM ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านชีวภาพ ไม่ต้องใช้กากน้ำตาลที่ทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวเมื่อหมัก และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า ใช้ได้กับการบำบัดน้ำเสีย และใช้เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ

ผมไปสองที่คือ จังหวัดสมุทรปราการ คลองตาเค็ด และ ไร่แตงกวา ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี

BestDM เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเบสท์ แคร์ ซึ่งสนับสนุนรายการนี้

ผสมกับเศษผักทิ้งหรือเศษผลไม้ หมักจนได้ที่
แล้วนำมาทิ้งน้ำเน่าให้ดีขึ้นได้ (สมุทรปราการ)

ไร่แตงกวาที่ จ.สิงห์บุรี

ลำต้นแข็งแรง และสูงกว่า 2 เมตร
ซึ่งปกติสูงแค่ 1 เมตร เก็บผลผลิตได้นานกว่า
เมื่อใช้ BestDM

ผลแตงกวา กรอบอร่อย เก็บได้นานกว่า 20 วัน
นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ รากไม่ขึ้นรา เพราะไม่ใช้กากน้ำตาล

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปลูกป่าที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 23 กค. ผมได้รับเชิญจากคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ ไปเป็นวิทยากรเสวนาเรื่อง "ปัญหาโลกร้อน มหันตภัยใกล้ตัว" ที่หอประชุม อบจ.เชียงราย

และในช่วงบ่ายก็ได้ไปร่วมกันปลูกป่าที่ ไร่เชิญตะวัน ของสถาบันวิมุตตยาลัย ซึ่งอยู่ในความดูแลของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี)

ในการปลูกป่าครั้งนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมที่สุดตั้งแต่ผมบรรยายเรื่องโลกร้อนมากว่า 100 ครั้ง เพราะการบรรยายเพียงให้ความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็นนามธรรมสร้างจิตสำนึก

หอประชุม อบจ.เชียงราย

มีผู้เข้าร่วมประชุมมากมาย

(จากซ้ายไปขวา) นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, คุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์,
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ,
ท่าน สว.จิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร,
คุณเจนจบ สุขสด และผม
เป็นวิทยากรร่วมกันเสวนา

ที่ไร่เชิญตะวันเป็นศูนย์วิปัสสนา

ผมกับท่านว.วชิรเมธี

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สารคดี รักษ์เฉวง แก้ปัญหาน้ำเน่าเสียบนเกาะสมุย



ผมทำสารคดีชุดนี้ร่วมกับคุณชนะ (แปม) ชัยประเสริฐ โดยการสนับสนุนของเบสท์ แคร์ ผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ "ไบโอกรีส" ซึ่งเป็นนาโนเทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเน่าเสีย

สิ่งที่ผมทึ่งก็คือ เกิดน้ำเน่าในคลองน้ำจืดคือ "คลองเฉวง" ซึ่งอยู่บนเกาะสมุย เกาะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยเรา ที่เหลือเชื่อก็คือน้ำในคลองถูกปล่อยให้เน่าเสียจนน่าใจหาย

นับเป็นโชคดีที่มีคนทำ "ไบโอกรีส" ขึ้นมา ซึ่งมันคือจุลินทรีย์คัดสายพันธุ์ เอามันผสมน้ำแล้วปล่อยลงในน้ำเน่าตามสัดส่วน เพียงเดือนเดียวก็เห็นผล

หากใครสนใจอยากให้ไปช่วยแก้ปัญหาน้ำเน่า ก็ยินดีให้คำปรึกษาครับ

น้ำเน่าในคลองเฉวงเป็นสีดำสนิท

หลังจากใช้ "ไบโอกรีส" ภายใน 1 เดือน น้ำก็เริ่มใสจนน่าอัศจรรย์ราวปาฏิหารย์

โฆษณาฝรั่ง รณรงค์เรื่องโลกร้อน



ผมดูโฆษณาชิ้นนี้แล้ว สะท้อนใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน เพราะจะว่าไปแล้ว ไม่ค่อยจะเห็นใคร (หมายถึงผู้มีอำนาจ) จะเดือดร้อนทำอะไรกันเลย..

เราขอบคุณบรรพบุรุษที่สร้างหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเรา จึงมีโลกอย่างเช่นวันนี้

แต่แล้วพวกเราหละ ทำอะไรให้กับอนาคตของโลกบ้าง?

ตอนท้ายเหมือนกำลังจะบอกเราถ้าเราไม่ทำอะไร เด็กๆ ลูกหลานของเราก็จะออกมาเรียกร้องขอให้เราหยุดทำลายอนาคตของพวกเขา อนาคตของโลก!

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรื่องโลกร้อน ยังคงดำเนินต่อไป

ปัญหาภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไป ผมก็ยังคงบรรยายเรื่องนี้เป็นปีที่ 3 และมีมากว่า 100 แห่งที่ได้ฟังเรื่องนี้ ถ้าคิดเป็นจำนวนคนก็น่าจะเกิน 2,000 คนแล้ว และส่วนใหญ่ผู้ฟังในช่วงหลังๆ นี้เป็นเด็กนักเรียน เยาวชนของประเทศ ผู้ซึ่งจะต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกอีก 20-30 ปีข้างหน้า รู้ก่อนก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

ผมไปบรรยายให้เด็กนักเรียนระดับประถมปลายฟังเรื่องโลกร้อน
ที่โรงเรียนย่านลาดกระบัง มีนักเรียนมาจาก 14 โรงเรียน
รวม 140 คน

ฟังเรื่องวิชาการเครียดๆ ต้องมีเกมผสมด้วยจึงจะไม่เบื่อ

มีกิจกรรมสนุกๆ จากพี่ปี 3 ลาดกระบัง