ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ข้อมูล 4Gproject ครั้งที่ 1

นำข้อมูลมาฝากครับ มาจากครั้งที่ 1 ต้องขอบอเลยว่า SophiaMedia-BibleStudies เราเน้นข้อมูลทางประวัิศาสตร์ที่สืบค้นได้ ส่วนในมุมมองด้านจิตวิญญาณก็มีบ้าง แต่อาจไม่เชี่ยวชาญเท่าแต่ละคณะ จึงมิได้จำกัดผู้เข้าร่วมสัมมนา ข้อมูลที่นำมาโพสต์เป็นข้อมูลที่สืบค้นหา และนำมาใช้ในการสัมมนา จึงมีเพียงภาพ ยังไม่ได้ใส่คำบรรยาย หากสนใจก็รอฉบับ DVD ที่จะตัดต่อออกมาจำหน่ายในโอกาสต่อไป เพราะทุกครั้งของการสัมมนาจะมีการบันทึกไว้ แต่ถ้ามาเรียน จะได้ฟังสดๆ ไม่มีเซ็นเซอร์เนื้อหาบางส่วน (เพราะเมื่อจะเผยแพร่ เราจำเป็นต้องเลือกข้อมูลที่เหมาะสมนะครับ)



















































































วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คลิปตัวอย่างจาก DVD กันดารวิถี

เสร็จแล้วพร้อมส่ง DVD ชุด กันดารวิถี 
ความยาวทั้ง 2 ชุด ยาว 8 ชม. 4 นาที 27 วินาที
ราคารวม 800 บาท




วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560

สัมมนาครั้งต่อไป 7 ตค.17 โครงกา่รศึกษา 4Gproject ครั้งที่ 2



มาฟังสัมมนาจริงๆ ในบรรยากาศอันอบอุ่นของพี่น้อง ได้ทั้งความรู้ และซึมซับบรรยากาศในชั้นเรียนร่วมกัน





















วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

มานา ชื่อยอดนิยมของคริสเตียน แต่ความหมายเดิมเป็นเพียงแค่คำอุทาน!

ผมเชื่อว่าคริสเตียนเกือบทุกคนรู้จัก หรือเคยได้ยินคำว่า "มานา" และสามารถตอบได้ทันทีว่าคือ "อาหารจากสวรรค์" ที่พระเจ้าทรงประทานเลี้ยงดูชาวฮีบรูในถิ่นทุรกันดาร

*มีหลายคนเอาไปตั้งชื่อโบสถ์บ้าง ชื่อร้านค้า ร้านอาหาร ชื่อกลุ่ม ชื่อผลิตภัณฑ์ แม้กระทั่งเกม ฯลฯ มากจนนับไม่ถ้วน...


ชื่อ "มานา" มาจากพระคัมภีร์เดิม ถูกนำมาตั้งชื่อหลากหลายวัตถุประสงค์มาก



แต่พอไปดูรากศัพท์จริงๆ กลับแปลว่า "นี่อะไร?" มาจาก อพย. 16:15 เมื่อ​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​เห็น​จึง​พูด​กัน​ว่า นี่​อะไร​หนอ?เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ทราบ​ว่า​เป็น​สิ่ง​ใด โม​เสส​จึง​บอก​พวก​เขา​ว่า “นี่แหละ เป็น​อาหาร​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ประ​ทาน​ให้​พวก​ท่าน​รับ​ประ​ทาน

(อพย. 16:31) คน​อิส​รา​เอล​เรียก​ชื่อ​อา​หาร​นั้น ว่า มานา มัน​เหมือน​เมล็ด​ผัก​ชี​แต่​มี​สี​ขาว และ​มี​รส​เหมือน​ขนม​แผ่น​ผสม​น้ำ​ผึ้ง

พอรู้ความหมายก็น่าตลกดี! นะครับ ถ้าเราจะแปลความหมายตามรากศัพท์ มากกว่าความเข้าใจไปเองตามความรู้สึก เพราะลองเอาไปแปลตามชื่อต่างๆ ที่เขาตั้งกัน (รับรอง ฮาเลยครับ)

*สรุปว่าคนเราส่วนใหญ่ ใช้ความรู้สึกจากเรื่องราว มากกว่าใช้ความรู้ด้านการแปลภาษาตามความหมายที่แท้จริง แล้วนำมากประยุกต์ใช้อย่างเข้าใจไปเอง...

บทความนี้ ไม่ได้ชี้ผิดถูกประการใด เพียงนำเสนอมุมมองเพิ่มเติม เพื่อการใคร่ครวญพระวจนะอย่างถูกต้องตามความหมายเดิมนะครับ