ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ข้อมูล 4Gproject ครั้งที่ 4

ในครั้งที่ 4 นี้ มาเริ่มต้นตอนที่พระเยซูไปเทศกาลปัสกา และได้ไปช่วยคนพิการที่มารอน้ำกระเพื่อม จนทำให้ชาวยิวบางกลุ่มไม่พอใจ เพราะมาทำการในวันสะบาโต และพวกเขาก็เริ่มต้นจำผิดพระเยซูเป็นต้นมา โดยเอาเรื่องวันสะบาโตเป็นหลัก














































































































































ภาพบรรยากาศ สัมมนา 4Gproject ครั้งที่ 4

16 ธันวา 17 ต้องขอขอบคุณพี่น้องที่เดินทางมาจากสุพรรณบุรี 1 คันรถตู้ ที่ตั้งใจมาศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมทั้งพี่น้องจากโคราชที่ยังมาสม่ำเสมอ อีกทั้งมาจาก จ.แพร่ ที่ถือว่าไกลสุด ซึ่งทำให้เป็นกำลังใจแก่พี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่มองเห็นความกระตือรือร้นของพี่น้องที่หิวกระหายจะมาศึกษาพระวจนะคำของพระเจ้าแบบนี้ ขอพระเจ้าอวยพระพรครับ อาเมน พบกันใหม่ในสัมมนาเดือนมกราคม ปีหน้า 2018 ยังต่อเนื่องจากคราวนี้







วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

16 ธันวา 17 สัมมนาที่ห้องทับทิม

สำหรับที่จะมาสัมมนาในวันเสาร์ที่ 16 ธค. 17 เราไปสัมมนาที่ห้องทับทิมนะครับ



วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

เยรูซาเล็ม คือเมืองหลวงของอิสราเอล

เยรูซาเล็ม คือเมืองหลวงของอิสราเอล



กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองที่พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรรไว้ให้เป็นป้อมปราการแห่งความเชื่อ เพื่อรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า แต่เพียงพระองค์เดียว
     จากเนินเขาที่โล่งแจ้งนี้ บรรดาผู้เผยพระวจนะและพระเยซูคริสต์เองทรงประกาศคำสั่งสอนของพระผู้เป็นเจ้าและบทบัญญัติแห่งความรัก
     จากดินแดนนี้ ไฟแห่งความเชื่อได้แพร่ไป พร้อมกับมุ่งขจัดความมืดมนแห่งการหลงผิด และการนับถือพระเทียมเท็จต่างๆ ให้หมดสิ้นไป

"เพราะว่าธรรมบัญญัติจะออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระยาห์เวห์จะออกมาจากเยรูซาเล็ม " อสย.2:3

     เยรูซาเล็ม เป็นเมืองหลวงทางศาสนาของประชากรโลก ราวครึ่งหนึ่งของมนุษยชาติ สำหรับชาวยิวเป็นสัญลักษณ์แห่งขุมพระพรอันดั้งเดิม และเป็นความหวังสำหรับอนาคต
     สำหรับชาวคริสต์ เยรูซาเล็มเป็นเมืองที่พระเยซูคริสต์ทรงประกอบภารกิจในช่วงระยะเวลาสุดท้าย แห่งพระชนม์ชีพของพระองค์ เมืองที่ได้เป็นพยานถึงการสิ้นพระชนม์ และการกลับฟื้นคืนชีพของพระองค์
     กรุงเยรูซาเล็ม เป็นแหล่งกำเนิดความเชื่อและสันติ เมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก ยังได้เป็นเมืองแห่งความทารุณโหดร้ายแห่งสงครามครูเสด และการหลั่งเลือด ณ ประตูเมืองแห่งนี้มีการสู้รบมากกว่าที่เมืองอื่นใดๆ ในโลกจะมี กรุงเยรูซาเล็มถูกล้อมมากกว่า 50 ครั้ง ถูกยึดถึง 36 ครั้ง และถูกทำลายมากกว่า 10 ครั้ง
     ไม่มีผู้ใดทราบว่ากรุงเยรูซาเล็มเริ่มมีตัวตนขึ้นมาเมื่อใด ครั้งแรกที่พระคัมภีร์พูดถึง ก็คือ สมัยของอับราฮัม โดยมีชื่อเมืองว่า "ซาเลม" ซึ่งแปลว่า “สันติสุข”

"เมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์ซาเลม และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นมาให้” (ปฐก 14:18)

     ในศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์ดาวิดได้ยึดเมืองนี้และตั้งเป็นเมืองหลวง โดยนำหีบแห่งพันธสัญญามาประดิษฐานไว้

ช่วงเวลา
  • 965-922 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์โซโลมอนได้ปรับปรุงเมืองนี้และสร้างพระวิหาร
  • 587 ปีก่อนคริสตกาล ชาวบาบิโลนได้ยึดกรุงเยรูซาเล็ม ทำลายพระวิหาร และนำชาวยิวไปเป็นทาสในบาบิโลน
  • 538 ปีก่อนคริสตกาล ชาวยิวได้กลับสู่กรุงเยรูซาเล็ม และสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่
  • 332 ปีก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์มหาราชได้ยึดกรุงเยรูซาเล็ม
  • 168 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์อันติโอกุส เอปีฟาเนส ได้ทำลายกำแพงกรุงเยรูซาเล็ม
  • 63 ปีก่อนคริสตกาล ชาวโรมยึดเมือง
  • 37 ปีก่อนคริสตกาล เฮโรดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ของชาวยิว พระองค์เป็นนักก่อสร้างและปรับปรุงกรุงเยรูซาเล็มให้สวยงาม ได้สร้างกำแพงและพระวิหาร ขึ้นมาใหม่ให้สวยงามกว่าในสมัยของซาโลมอน
  • ปี ค.ศ.70 กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายโดยแม่ทัพทิตัส
  • ปี ค.ศ.132-135 จักรพรรดิเอเดรียนได้สร้างกรุงเยรูซาเล็มขึ้นใหม่ตามแบบของเมืองโรมัน ตั้งชื่อว่า "เอลีอา กาปี โตลียา" และสร้างแท่นบูชาแด่พระเทียมเท็จบนซากของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว และชาวคริสต์ และพวกยิวถูกห้ามเข้าเมืองอย่างเด็ดขาด หากจับได้ จะมีโทษมีประหารชีวิต
  • ปี ค.ศ.330 จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 มหาราชผู้กลับใจ ได้เปลี่ยนกรุงเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองของชาวคริสต์
  • ปี ค.ศ.614 ชาวเปอร์เซียยึดกรุงเยรูซาเล็ม และทำลายโบสถ์วิหารต่างๆ
  • ปี ค.ศ.636 กรุงเยรูซาเล็มตกอยู่ภายในอำนาจของชาวอาหรับ ซึ่งได้รักษาอำนาจนี้ตลอดมาเป็นเวลา 500 ปี
  • ปี ค.ศ.1099 กรุงเยรูซาเล็มถูกยึดโดยนักรบครูเสดและกลับมาเป็นที่ตั้งของอาณาจักรละติน
  • ปี ค.ศ.1187 กรุงเยรูซาเลมถูกยึดคืนโดยชาวมุสลิมภายใต้การนำของซาลาดิน
  • ปี ค.ศ.1517 เมืองตกอยู่ในเงื้อมมือของชาวเติร์ก และอยู่ในการปกครองตลอด 400 ปี
  • ปี ค.ศ.1917 พันธมิตรได้ยึดกรุงเยรูซาเล็มและให้อยู่ใต้การปกครองของทหารอังกฤษ
  • ปี ค.ศ.1948  สงครามระหว่างยิวและชาวอาหรับ กรุงเยรูซาเล็มถูกแบ่งดินแดนเป็นเยรูซาเล็มตะวันตก ปกครองโดยอิสราเอล และเยรูซาเล็มตะวันออก ปกครองโดยจอร์แดน และเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอลในส่วนที่เป็นเยรูซาเล็มตะวันตก
  • ระหว่างสงคราม 6 วัน ใน ค.ศ. 1967เยรูซาเล็มตะวันออกจึงตกอยู่ ภายใต้การปกครองของอิสราเอล และตามกฎหมายซึ่งออกใน ค.ศ. 1980 เยรูซาเล็มจึงเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ...
  • ปี ค.ศ.2017 ปธน.ทรัมป์ (สหรัฐอเมริกา) ประกาศรองรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

การงานของทูตสวรรค์ จากคริสตมาสแรก จนถึงวาระสุดท้ายของโลก พวกเขาทำอะไรกันบ้าง

การงานของทูตสวรรค์ จากคริสตมาสแรก จนถึงวาระสุดท้ายของโลก พวกเขาทำอะไรกันบ้าง



ทูตสวรรค์มาติดต่อกับมนุษย์เพื่อแจ้งข่าวการเสด็จมาครั้งแรกของพระบุตรคือพระเยซู


การเสด็จมาครั้งที่สอง ก็ยังใช้ทูตสวรรค์มาอีก คราวนี้มาด้วยเสียงแตร


หลังจากทูตสวรรค์มาแล้ว หน้าที่ของพวกเขาคือรวบรวมคนของพระเจ้าทั้งสี่ทิศของโลก


แน่นอนว่า จะแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกรับไป แม้ว่าจะเคยเชื่อพระเจ้าแล้วก็ตาม หากไม่กลับใจจริงๆ ยังประพฤติชั่วอยู่ ก็คงต้องอด


งานในยุคสุดท้าย ทูตสวรรค์ก็ยังมาประการข่าวดีเหมือนเดิมกับในครั้งคริสตมาสแรก

วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระกุมารนอนอยู่ในรางหญ้าเพื่อคนเลี้ยงแกะ

เป็นที่ถกเถียงกันมานานสำหรับเรื่องครอบครัวของโยเซฟและมารีย์ว่าพวกเขายากจนหรือไม่ ทำไมถึงขนาดต้องไปคลอดลูกในโรงนา (หรือในถ้ำ) และพันผ้าอ้อมวางลูกไว้ในรางหญ้า

หากเราอ่านพระคัมภีร์อย่างถี่ถ้วนก็จะพบว่า เหตุที่ต้องไปคลอดลูกในลักษณะนั้นเป็นเจตนาของพระเจ้า

เหตุผลแรก ที่พักเต็มจนไม่มีที่ว่าง
สอง ทูตสวรรค์เจาะจงบอกคนเลี้ยงแกะว่า การนอนในรางหญ้าเป็นหมายสำคัญหรือสัญลักษณ์ให้พวกเขาไปหากันโดยง่าย หากบอกไม่ละเอียด คนเลี้ยงแกะคงเสียเวลามัวค้นหาเด็กเกิดใหม่หลายที่
สาม ครอบครัวคงยากจนระดับหนึ่ง เพราะใช้นกเขาหรือนกพิราบถวายเพื่อบุตรหัวปี

คงจะหายคาใจไปบ้างนะครับ สำหรับเรื่องจนไม่จน อาจไม่เกี่ยวเลยด้วยซ้ำว่าต้องถ่อมตัวขนาดนั้น โดยมาเกิดในรางหญ้า แต่ใครจะโยงไปแบบนั้นก็ได้ เพราะมันก็เหลือเชื่อจริงๆ

การที่ซีซาร์ออกัสตัส จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดินที่ตนปกครอง
ส่งผลให้ครอบครัวของมารีย์-โยเซฟต้องเดินทางมายังเบธเลเฮม
และให้กำเนิดพระกุมารเยซู จนสอดคล้องกับคำพยาการณ์ของอิสยาห์อย่างลงตัว

ดูเหมือนว่าพวกเขายากจน จนต้องคลอดลูกในโรงนา และวางเด็กไว้ในรางหญ้า

แต่ทูตสวรรค์บอกว่า การนอนในรางหญ้าคือสัญลักษณ์ที่พวกคนเลี้ยงแกะจะหาพบโดยง่าย

แล้วพวกเขาก็พบตามนั้นจริงๆ

นกเขา​คู่​หนึ่ง ​หรือ​นกพิราบ​หนุ่ม​สอง​ตัว ​เครื่อง​ถวาย​บูชา​ของ​คน​ยากจน (ลนต. ​12:8​)

เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึงในเทศกาลคริสตมาส

อาจดูโหดร้ายเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องการสังหารหมู่เด็กๆ ที่เบธเลเฮม แต่เป็นความจริงที่มัทธิวบันทึกเอาไว้ในหนังสือของท่านเกี่ยวกับประวัติของพระเยซูในช่วงเริ่มแรกตั้งแต่วันประสูติ

เหตุการณ์นี้ ตามประวัติศาสตร์เกิดหลังจากพระเยซูประสูติแล้วประมาณ 2 ปี

แต่ยังเป็นประเด็นสงสัยว่าจริงๆ แล้ว นักปราชญ์ผู้ตามดาว มาพอดีกับตอนประสูติ หรือหลังจากนั้น 2 ปี หรือเฮโรดสั่งสังหารเด็กหลังจากที่นักปราชญ์ไปแล้ว 2 ปี หรือสังหารเลย

แล้วทำไม เรื่องของนักปราชญ์จึงถูกบรรจุไว้ในเทศกาลคริสตมาส อาจเป็นเพราะเรื่องของขวัญที่พวกเขานำมาถวายพระกุมารซึ่งจะเป็นกษัตริย์ของชาวยิวตามตำราวิชาการของพวกเขาก็เป็นได้

แต่เลือกที่จะไม่เล่าเรื่องผลที่ตามมาหลังจากการปรากฎตัวของพวกนักปราชญ์ นั่นคือความตายของเด็กๆ ในเบธเลเฮม และเมืองใกล้เคียง

นักปราชญ์ตามดาวมาหลังจากประสูติไปแล้ว 2 ปี?

จากข้อนี้ แสดงให้เห็นข้อมูลเบื้องต้นว่า พระเยซูประสูติไปแล้ว ภายหลังจึงมีพวกนักปราชญ์มา...

พระกุมารที่พวกเขาตามหา จะมาเป็นกษัตริย์ของพวกยิว!

พระคัมภีร์บอกชัดเจนว่า นักปราชญ์เข้าไปในบ้าน ไม่ใช่ในโรงนาที่มีรางหญ้า

เฮโรดสั่งฆ่าเด็ก หลังจากทราบข่าวจากนักปราชญ์กี่ปี? (2 ปีหรือเปล่า)

ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ลี้ภัยไปอียิปต์