ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างบทเรียน "วิวรณ์" บทที่ 8-12

ตอนนี้เตรียมบทเรียนเสร็จแล้วครับ สำหรับการสัมมนา เจาะลึก "พระธรรมวิวรณ์" บทที่ 8-12

เปิดมุมมองเรื่อง "ความเงียบ" ในสวรรค์ครึ่งชั่วโมง

เจาะลึกเรื่องวันเวลาของพระเจ้ากับเวลาของมนุษย์

ถอดรหัสช่วงเวลา

เจาะลึก "แตรทั้งเจ็ด"

แตรต่างๆ จะเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติที่มาจากนอกโลก

เหตุการณ์ในสมัยโมเสส กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

ภัยพิบัติจากดาวเทียมล่วงหล่นมายังพื้นโลก

ภัยพิบัติจากพายุสุริยะ

เปิดตัว แมลงประหลาด ที่จะมาทำร้ายมนุษย์ 5 เดือน

แมลงแมงป่อง มีอยู่ในเมืองไทยด้วย

สงครามที่มีจำนวนทหารมากถึง "สองร้อยล้าน"

แม่น้ำยูเฟรติสอยู่ที่ประเทศอิรัคในปัจจุบัน

พระวิหารหลังที่ 3 จะได้รับการสร้างขึ้นใหม่

อนาคตของพระวิหารใกล้เข้ามาแล้ว

พยานทั้งสองที่มีของประทานเหมือนทั้งสองคนนี้

มีฤทธิ์เดชไม่จำกัด

หีบพันธสัญญา ตอนนี้อยู่ที่ไหน?

อธิบาย สงครามในสวรรค์ ในความเชื่ออื่น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

สงครามระหว่างมนุษย์กับพญานาค

ยุทธภัณฑ์ที่เราต้องสวม สอดคล้องกับเรื่องนี้

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

DVD เจาะลึก พระวิญญาญทั้งเจ็ดของพระเจ้า (วิวรณ์ 4-7) เสร็จแล้ว

เป็นชุดต่อเนื่องเกี่ยวกับ "วิวรณ์" ซึ่งเป็นบทที่ 4-7 รวม 4 แผ่น ความยาวกว่า 4-5 ชม. เนื้อหา่เข้มข้น และรับรองว่า ท่านไม่เคยได้ยินหรือเรียนที่ไหนมาก่อน ภาพประกอบมีทุกบททุกข้อ

ปก DVD ชุดนี้ ราคาชุดละ 400 บาท

พระวิญญาณทั้งเจ็ดที่คริสเตียนต้องมี
เพราะคือพระวิญญาณเดียวกันกับที่พระเจ้าได้มอบไว้กับพระเยซู
ในอิสยาห์ 11:2

ความเกี่ยวโยงของสัตว์ทั้งสี่ และพระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม
ที่หนังสือคริสเตียนไม่มีเอ่ยถึง

ทำไมพระเยซูจึงเป็นผู้สมควรแกะม้วนหนังสือ

ม้า 4 ตัวคืออะไร?

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

DVD เจาะลึก 7 คริสตจักร (วิวรณ์ 1-3) เสร็จแล้ว

ตัดต่อกันข้ามปี เพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่ลามมาถึงกรุงเทพฯ แถวบ้านผม ย่านรามอินทรา เพิ่งมีเวลามาตัดต่อเสร็จ ในชุดนี้มี 3 แผ่นครับ ความยาว 4 ชม.กว่า ราคาเพียง 300 บาทเท่านั้น

เป็นการอธิบายถึงหนังสือ "วิวรณ์" แบบเจาะลึก ในบทที่ 1-3 โดยเจาะรายละเอียดแบบข้อต่อข้อ

เนื้อหาเข้มข้น ไม่ข้ามประเด็นสำคัญ อาิทิเช่น
1. ทูตสวรรค์ประจำคริสตจักร
2. ชัยชนะทั้ง 7 อย่าง
ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ในตำราของคริสเตียน (โปรแตสแตนท์) ไม่มีกล่าวถึง

ปกของ DVD ชุด เจาะลึกเจ็ดคริสตจักร

ที่มาของคำว่า "วิวรณ์"

คริสตจักรทั้งเจ็ดอยู่ในเอเซีย

ความหมายของคำว่า "เราคืออัลฟาและโอเมกา"

7 อย่างหลายสิ่ง ที่มีอยู่ในหนังสือ "วิวรณ์"

ความลับเรื่อง "ทูตสวรรค์" ที่ถูกเผยออกมา

ความลึกซึ้งของบทเรียน

เรียนลึก รู้จริง

ความเกี่ยวโยงที่มีความหมายซ่อนอยู่ ถูกเปิดออกแล้ว

ข้อมูลเชิงลึกที่ยังไม่มีบทเรียนฉบับภาษาไทยตีพิมพ์ออกมา

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

เจอกันอีกครั้ง 2012


เราสามารถมองหามุมมองดีๆ จากสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะพบได้เหมือนกัน แม้สถานการณ์นั้นจะทำให้เรารู้สึกแย่ ภาพสวยๆ แบบนี้มักซ่อนตัวอยู่ในยามที่เรากลุ้ม หรือทุกข์ใจ มันจะปรากฏแม้ช่วงเวลาสั้นๆ หากเราเก็บมันไว้ทัน ความทรงจำที่ดีจะคอยกระตุ้นเตือนให้เรารับรู้ว่า ถ้าหาแล้วจะพบของดี

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การเติบโตของลูกชายคนเล็ก

เมื่อเราเอาภาพเด็กมาเปรียบเทียบกันทุกๆ ปี เราจะเห็นการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของเขา แต่สิ่งสำคัญตัวตนของเขายังเหมือนเดิม หากเราจะเติมแต่ง เสริมสร้าง หรือยัดอะไรใส่เข้าไปในหัวของเขา แน่นอนว่าวันหนึ่ง มันจะฉายแสงออกมา


เปรียบเทียบกับหน้าพี่ชายคนโต

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความทรงจำที่อยากเก็บเอาไว้

แน่นอนว่ามีหลายคนที่ประสบเหตุน้ำท่วม แต่คงมีไม่กี่คนที่จะถ่ายภาพเก็บเอาไว้ ผมอาจเป็นคนส่วนน้อยที่ชอบถ่ายภาพเก็บเอาไว้ เลยนำภาพความทรงจำเก็บไว้ในบล็อกนี้่ เผื่อว่าเวลาผ่านไป ภาพนี้จะย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่ง น้ำเคยท่วมถึงถนนรามอินทรา ปี 2011

ความพยายามของครอบครัว
ที่เอากองหนังสือห่อไว้ด้วยผ้าพลาสติกมากั้นน้ำ

ด้านในบ้านก็ทำไว้อย่างดี แต่น้ำก็สามารถเข้ามาจนได้
โดยมาตามเสาของบันไดบ้าน (เหลือเชื่อจริงๆ)

ตู้ใบนี้ทิ้งไปเรียบร้อยแล้วครับ
เพราะฐานของตู้บอบช้ำและซับน้ำเอาไว้มาก

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เหมือนชีวิตหายไปกว่าหนึ่งเดือน

นับตั้งแต่กรุงเทพฯ ส่วนเหนือถูกน้ำท่วม ผมเองและครอบครัวก็ไม่ต่างอะไรกับผู้อพยพลี้ภัยในหลายภาคส่วนของประเทศ ที่ต้องหนีน้ำออกจากบ้าน เพราะบ้านอยู่ไม่ได้ (อยู่ไม่ได้จริงๆ) คนที่บ้านยังไม่เคยโดนน้ำท่วมก็คงนึกไม่ออก

ผมเองออกมาจากบ้านก่อนที่น้ำจะท่วม เพราะความหวังดีของโรงเรียนที่ลูกชายทั้งสองเรียน ทางครูใหญ่เป็นห่วงในความปลอดภัยของเหล่าผู้ปกครองและเด็กนักเรียน เกรงว่าจะโกลาหลเหมือนในหลายๆ ที่จึงขอให้อพยพเสียแต่เนิ่นๆ เพราะการเคลื่อนของมวลน้ำที่มาในช่วงนั้น คาดเดายากเหลือเกิน บางครั้งมากลางค่ำกลางคืน ยังไม่ทันตั้งตัว น้ำก็ท่วมชั้นหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

บ้านผมอยู่ในเขตบางเขน ติดกับเขตสายไหม โรงเรียนของลูกอยู่ในเขตสายไหมพอดี จึงเข้าข่ายเขตที่จะประสบภัยน้ำท่วมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากผมเองยังคงมีงานค้างอยู่ที่จังหวัดราชบุรี ทันทีที่รู้ว่าต้องอพยพ ที่แรกที่คิดออกคือหัวหิน เพราะเผื่อว่าจะกลับมาทำงานที่ราชบุรีได้ สรุปก็คือ

1. ไปนอนหัวหิน 1 คืน

19 ตุลาคม 2011 อพยพมาหัวหินเป็นที่แรก หลังรับข้อมูลจากโรงเรียน

2. มาทำงานราชบุรี เลยตัดสินใจนอนค้างที่ราชบุรีต่อ ไปๆ มาๆ นอนที่ราชบุรีถึง 4 คืน (3 ที่)

20 ตุลาคม 2011 มานอนพักโฮมสเตย์คลองประดู่ จ.ราชบุรี

21 ตุลาคม 2011 ที่ถ้ำเขาบิน จ.ราชบุรี (ฟรี)

22-23 ตุลาคม 2011 คนราชบุรีใจดี ให้นอนบ้านเพื่อนของเขาที่เขางู 
อีก 2 คืน (ฟรี)เกรงใจอย่างยิ่งเลยกลับมาตั้งหลักที่กรุงเทพฯ

จากนั้นก็จำเป็นต้องวางแผนใหม่ เพราะมีงานที่ต้องจังหวัดตรัง จึงต้องออกจากราชบุรี ข้ามมายังจ.ชลบุรีที่บางแสน โดยคำแนะนำของเพื่อนผู้ปกครองที่ปัญโญทัย

3. จึงมาพักที่บางแสน 1 สัปดาห์ (ส่วนตัวผมต้องระหกระเหินมาหาทางขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิไปตรัง จากเดิมที่ต้องไปขึ้นที่ดอนเมือง ส่วนภรรยาและลูกต้องรออยู่ที่บางแสน)

24 ตุลาคม 2011 อยู่ที่บางแสนอีก 8 วัน

หลังกลับจากตรัง เพื่อความประหยัด มีเพื่อนสนิทเสนอที่พักฟรีให้ อยู่แถวอ.บางละมุง เลยบางแสนไปอีก

4. นับแต่นั้นจึงมาอยู่ที่ อ.บางละมุงจนถึงทุกวันนี้

1 พฤศจิกายน 2011 มาพักที่ อ.บางละมุง

เพิ่งจะกลับมานอนบ้านทั้งครอบครัวก็เพิ่งวันนี้ (23 พย. 2011)

ในบ้านชั้นหนึ่งน้ำลดลงแล้ว แต่ก็คงอยู่ยาก
เพราะยุงเยอะ และเหม็นกลิ่นน้ำเน่า

สรุปว่าการเป็นผู้อพยพหรือลี้ภัย ทำให้บางส่วนชองชีวิตเหมือนหายไป ทั้งๆ ที่มันก็อยู่กับเราทุกวัน ที่หายไปคือจังหวะชีวิตเดิมๆ การทำสิ่งเดิมๆ กินอาหารแบบเดิมๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด

การเดินทางช่วงที่ผ่านมายาวนานขึ้น เวลาไปทำงานก็เดินทางนานขึ้น

ทำเรื่องยุคสุดท้ายมา 4-5 ปี เพิ่งรู้รสชาดของการลี้ภัย มันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันเกินกว่าที่จะจินตนาการได้

ผมขอบคุณพระเจ้าที่ประเทศไทย แม้เกิดภัยพิบัติ เราก็ยังพอมีเวลาที่จะเตรียมตัว เตรียมใจล่วงหน้า เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน

ภาพข่าวของแต่ละจังหวัดที่ประสบภัย เหมือนภาพยนตร์ที่ดูชมมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า และชินชากับภาพที่เห็น และมองว่ายังไม่ใช่เรา จนประสบจริงถึงเข้าใจ เห็นใจ และเสียใจกับบางเรื่องบางเหตุการณ์ที่ได้สัมผัสตรง และชมข่าว

บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น มันยังไม่เพียงพออีกหรือ ที่เราจะหยุดคิด หยุดตำหนิ แล้วหันมาตั้งคำถามกันว่า "เราจะทำอย่างไรกันต่อไปในปีหน้า?"

เรื่องนี้มันเพิ่งเริ่มต้น ในทัศนะของผม โลกกำลังจะปรับเปลี่ยนภูมิศาสตร์ครั้งใหญ่ แต่ใจเรากลับวุ่นวายกว่าเดิม

ปัญหาโลกร้อนเกิดขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว

“แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​เรื่อง​วัน​หรือ​เวลา​นั้น แม้​แต่​พวก​ทูต​ใน​ฟ้า​สวรรค์​หรือ​พระ​บุตร มี​แต่​พระ​บิดา​เท่า​นั้น จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ​ฐาน เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​วัน​นั้น​หรือ​เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไหร่ 
มาระโก 13:32-33

ขอพระเจ้าอวยพระพร