ค้นหาข้อมูลจากบล็อกนี้
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557
"พระวิหารหลังที่ 3 กำลังถูกสร้างขึ้น" โฆษณาที่แฝงนัยยะ
บทความโดย Chana Chaiprasert
- ชายชราผู้อ่านโทราห์เป็นผู้ที่เข้าใจความเป็นไป
- ขณะที่เด็ก 3 คนเล่นบอล เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก
- เด็ก 6 คนเกี่ยวกับศาสนา ร้องเพลงกันอยู่
- เด็ก 3 คนเป้นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ใส่เสื้อสีฟ้าคืออิสราเอล กับเสื้อสีธงชาติปาเลสไตน์ และ มีคนห้ามคอยไกล่เกลี่ย คือนานาชาติ ตัวเล็กๆ
คนเล่นฟุตบอลเห็นก่อน หลังฟุตบอลโลก แปลว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่
(ลายฟุตบอลก้เป็นลายฟุตบอลโลกอัพเดท)
- ศาสนาก็หยุดและวิ่งไปดู สงครามการเมืองก็หยุดและวิ่งไปดู
- แต่ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจของชราชราผู้รู้คนนั้นเลย เพราะสิ่งที่เขารู้จะปรากฎอยู่แล้ว
เด็กที่มาหาชายชรา คือเด็กใส่เสื้อลายธงปาเลสไตน์ กับเด็กศาสนา
- การรวมกันของศาสนากับการเมืองเข้าด้วยกัน เป็นสันติภาพ เชิญผู้รู้ไปดูเรื่องราว ชายชราผู้หยั่งรู้เรื่องราว คือ? นั่นละ เขาล่ะ
เป็นโฆษณาของ "สถาบันพระวิหาร" ที่เยรูซาเล็ม
- ชายชราผู้อ่านโทราห์เป็นผู้ที่เข้าใจความเป็นไป
- ขณะที่เด็ก 3 คนเล่นบอล เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก
- เด็ก 6 คนเกี่ยวกับศาสนา ร้องเพลงกันอยู่
- เด็ก 3 คนเป้นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ใส่เสื้อสีฟ้าคืออิสราเอล กับเสื้อสีธงชาติปาเลสไตน์ และ มีคนห้ามคอยไกล่เกลี่ย คือนานาชาติ ตัวเล็กๆ
คนเล่นฟุตบอลเห็นก่อน หลังฟุตบอลโลก แปลว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่
(ลายฟุตบอลก้เป็นลายฟุตบอลโลกอัพเดท)
- ศาสนาก็หยุดและวิ่งไปดู สงครามการเมืองก็หยุดและวิ่งไปดู
- แต่ไม่ใช่เรื่องประหลาดใจของชราชราผู้รู้คนนั้นเลย เพราะสิ่งที่เขารู้จะปรากฎอยู่แล้ว
เด็กที่มาหาชายชรา คือเด็กใส่เสื้อลายธงปาเลสไตน์ กับเด็กศาสนา
- การรวมกันของศาสนากับการเมืองเข้าด้วยกัน เป็นสันติภาพ เชิญผู้รู้ไปดูเรื่องราว ชายชราผู้หยั่งรู้เรื่องราว คือ? นั่นละ เขาล่ะ
เป็นโฆษณาของ "สถาบันพระวิหาร" ที่เยรูซาเล็ม
วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ถามมาตอบไป ยอห์น 3:5 และ 1 ยอห์น 5:6-8 เรื่อง "น้ำ" คืออะไรในทั้ง 2 บทนี้?
ตอบ ในยน. 3:5 บรรยายว่า ...พระเยซูตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่จากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้...
และใน 1 ยน. 5:6-8 นี่แหละคือผู้ที่ได้มาโดยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำสิ่งเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยานเพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน คือพระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน
ทั้ง 2 บทนี้ กล่าวถึง "น้ำ" เหมือนกัน ขออธิบายตามบริบทว่า ในหนังสือยอห์น พระเยซูกำลังกล่าวถึงการบัพติศมาในน้ำของยอห์นผู้ให้บัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดน แม้แต่พระเยซูเองก็เคยรับ ซึ่งต่อมาการรับ "บัพติศมาในน้ำ" จึงเป็นดังสัญลักษณ์ของการกลับใจใหม่ และสาวกของพระเยซูก็ทำเช่นเดียวกับยอห์น พระเยซูได้อธิบายเรื่องนี้แก่ "นิโคเดมัส" เรื่องการบังเกิดใหม่
ในแง่กายภาพ ตอนมนุษย์เราเกิดใหม่ก็อยู่ในท้องของมารดา ก็ยังอยู่ใน "น้ำคร่ำ" ซึ่งอาจทำให้ตีความแบบนี้ก็ได้
ส่วนการบังเกิดจากพระวิญญาณหมายถึงการเกิดฝ่ายวิญญาณ เป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยอำนาจของพระเจ้าในชีวิตของผู้เชื่อ
ใน 1 ยน. 5:6-8 “น้ำ” อาจเป็นสัญลักษณ์ของการรับบัพติศมาของพระเยซู ขณะพระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจ “พระโลหิต” เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู (พระราชกิจของพระองค์สำเร็จ) ส่วน “พระวิญญาณ” นั้นเป็นผู้ที่สอนให้เรารู้ถึงความจริงเรื่องพระเยซูคริสต์ สาเหตุที่ผู้เขียนเน้นเรื่อง “พระโลหิต” เพราะต้องการคัดค้านคำสอนเท็จที่ว่า “พระเยซูผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนไม่ใช่พระเจ้า”
อธิบายเพิ่มเติมเรื่อง "น้ำ"
ในยุคปฐมกาล แผ่นดินถูกสาปหลังจากอาดัมทำบาป สัตว์พลอยโดนไปด้วย มีแต่ "น้ำ" ที่ไม่โดน รวมถึงสัตว์น้ำ
พระเจ้าใช้ "น้ำ" ล้างโลกครั้งหนึ่ง เพื่อชำระบาปของมนุษย์ในสมัยโนอาห์
"เอลีชา" แนะนำให้ผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาประเทศซีเรียนามว่า "นาอามาน" ไปล้างโรคเรื้อน ที่แม่น้ำจอร์แดนถึง 7 ครั้ง เขาก็หายสะอาดดี
"ยอห์น" ก็ใช้วิธีนี้กับผู้คนที่ต้องการกลับใจใหม่ที่ "แม่น้ำจอร์แดน" บัพติศมา พิธีที่ใช้น้ำเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงการที่พระเจ้าทรงให้อภัยคนบาป
และใน 1 ยน. 5:6-8 นี่แหละคือผู้ที่ได้มาโดยน้ำและพระโลหิต คือพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยน้ำสิ่งเดียว แต่ด้วยน้ำและพระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยานเพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน คือพระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน
ทั้ง 2 บทนี้ กล่าวถึง "น้ำ" เหมือนกัน ขออธิบายตามบริบทว่า ในหนังสือยอห์น พระเยซูกำลังกล่าวถึงการบัพติศมาในน้ำของยอห์นผู้ให้บัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดน แม้แต่พระเยซูเองก็เคยรับ ซึ่งต่อมาการรับ "บัพติศมาในน้ำ" จึงเป็นดังสัญลักษณ์ของการกลับใจใหม่ และสาวกของพระเยซูก็ทำเช่นเดียวกับยอห์น พระเยซูได้อธิบายเรื่องนี้แก่ "นิโคเดมัส" เรื่องการบังเกิดใหม่ในแง่กายภาพ ตอนมนุษย์เราเกิดใหม่ก็อยู่ในท้องของมารดา ก็ยังอยู่ใน "น้ำคร่ำ" ซึ่งอาจทำให้ตีความแบบนี้ก็ได้
ส่วนการบังเกิดจากพระวิญญาณหมายถึงการเกิดฝ่ายวิญญาณ เป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยอำนาจของพระเจ้าในชีวิตของผู้เชื่อ
ใน 1 ยน. 5:6-8 “น้ำ” อาจเป็นสัญลักษณ์ของการรับบัพติศมาของพระเยซู ขณะพระเยซูทรงเริ่มพระราชกิจ “พระโลหิต” เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู (พระราชกิจของพระองค์สำเร็จ) ส่วน “พระวิญญาณ” นั้นเป็นผู้ที่สอนให้เรารู้ถึงความจริงเรื่องพระเยซูคริสต์ สาเหตุที่ผู้เขียนเน้นเรื่อง “พระโลหิต” เพราะต้องการคัดค้านคำสอนเท็จที่ว่า “พระเยซูผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนไม่ใช่พระเจ้า”
อธิบายเพิ่มเติมเรื่อง "น้ำ"
ในยุคปฐมกาล แผ่นดินถูกสาปหลังจากอาดัมทำบาป สัตว์พลอยโดนไปด้วย มีแต่ "น้ำ" ที่ไม่โดน รวมถึงสัตว์น้ำ
พระเจ้าใช้ "น้ำ" ล้างโลกครั้งหนึ่ง เพื่อชำระบาปของมนุษย์ในสมัยโนอาห์
| น้ำท่วมโลกครั้งแรก |
"เอลีชา" แนะนำให้ผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาประเทศซีเรียนามว่า "นาอามาน" ไปล้างโรคเรื้อน ที่แม่น้ำจอร์แดนถึง 7 ครั้ง เขาก็หายสะอาดดี
![]() |
| นาอามานมีผิวพรรณสะอาดเหมือนเด็ก เมื่อจุ่มในแม่น้ำถึง 7 ครั้ง |
"ยอห์น" ก็ใช้วิธีนี้กับผู้คนที่ต้องการกลับใจใหม่ที่ "แม่น้ำจอร์แดน" บัพติศมา พิธีที่ใช้น้ำเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงการที่พระเจ้าทรงให้อภัยคนบาป
![]() |
| แม้แต่พระเยซูเองก็ยังรับพัพติศมาในแม่น้ำจอร์แดนด้วย |
วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
เจาะโลกอดีต "เอเฟซัส"
วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วลีคาใจ "อย่าขาดการประชุม" จากฮีบรู บทที่ 10 หมายความว่ายังไงกันแน่?
มีคนถามผมเรื่องนี้หลายคน และยังเป็นประเด็นต่อเนื่องยาวนาน การตึความมักจะตีเข้าสู่ยุคปัจจุบัน แต่ในบริบทของ "ฮีบรู บทที่ 10" กล่าวถึงการเตรียมตัวรอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระคริสต์ "...แต่จงตักเตือนกัน จงกระทำเช่นนี้ให้มากยิ่งขึ้น...วันนั้นใกล้เข้ามาถึงแล้ว" (ข้อ 25)
ถ้าที่ประชุมที่ว่า ไม่เคยสอนหรือรอคอย "การเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระคริสต์" การประชุมนั้นจะ "ใช่" ตามที่หนังสือฮีบรูเอ่ยถึงหรือไม่?
การขาดการประชุมในที่นี้ หมายถึงการไปพระวิหารของชาวยิวปีละ 1 ครั้ง แต่ใน "ฮีบรู" หมายถึง การเข้าเฝ้าพระคริสต์ "...โดยทางใหม่ที่ให้ชีวิตซึ่งพระองค์ทรงเปิดไว้ให้เราผ่านทะลุม่านเข้าไป..." (ข้อ 20)
การตีความเป็นการประชุมในคริสตจักร จึงเป็นการตีความแบบกว้างๆ ที่สำคัญคือการมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ (หรือพี่น้องในพระคริสต์) มากกว่า (ลองพิจารณากันดูนะครับ)
ในแง่ "สมาชิก" การถูกเรียกร้องเช่นนั้นถือว่าพึงควร แต่ในแง่ของ "สาวก" ถือว่าเป็นด้วยใจสมัคร การเตือนในฮีบรู เป็นการเตือนว่าอย่ากลับไปกลับมา โลเล ในวิถีเก่า (ยิว) ส่วนใหญ่เอาแต่ท่อนแรก ท่อนหลังไม่ค่อยพูด เพราะเวลาของการกลับมาของพระคริสต์ใกล้เข้ามา ทุกที นี่ถ้าเราทำทุกที่ให้เป็นที่ประชุม ก็เท่ากับเรายิ่งเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้นทุกวัน นอกเหนือจากวันอาทิตย์ที่หลายคนยึดติดเอาไว้
ถ้าที่ประชุมที่ว่า ไม่เคยสอนหรือรอคอย "การเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ของพระคริสต์" การประชุมนั้นจะ "ใช่" ตามที่หนังสือฮีบรูเอ่ยถึงหรือไม่?
การขาดการประชุมในที่นี้ หมายถึงการไปพระวิหารของชาวยิวปีละ 1 ครั้ง แต่ใน "ฮีบรู" หมายถึง การเข้าเฝ้าพระคริสต์ "...โดยทางใหม่ที่ให้ชีวิตซึ่งพระองค์ทรงเปิดไว้ให้เราผ่านทะลุม่านเข้าไป..." (ข้อ 20)
การตีความเป็นการประชุมในคริสตจักร จึงเป็นการตีความแบบกว้างๆ ที่สำคัญคือการมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ (หรือพี่น้องในพระคริสต์) มากกว่า (ลองพิจารณากันดูนะครับ)
ในแง่ "สมาชิก" การถูกเรียกร้องเช่นนั้นถือว่าพึงควร แต่ในแง่ของ "สาวก" ถือว่าเป็นด้วยใจสมัคร การเตือนในฮีบรู เป็นการเตือนว่าอย่ากลับไปกลับมา โลเล ในวิถีเก่า (ยิว) ส่วนใหญ่เอาแต่ท่อนแรก ท่อนหลังไม่ค่อยพูด เพราะเวลาของการกลับมาของพระคริสต์ใกล้เข้ามา ทุกที นี่ถ้าเราทำทุกที่ให้เป็นที่ประชุม ก็เท่ากับเรายิ่งเข้าใกล้พระคริสต์มากขึ้นทุกวัน นอกเหนือจากวันอาทิตย์ที่หลายคนยึดติดเอาไว้
![]() |
| ฝั่งซ้ายของคาทอลิก ฝั่งขวาฉบับฟื้นฟู |
![]() |
| ตาทอลิกแปลแบบนี้ |
![]() |
| เล็งถึงการกลับมาอีกครั้ง |
![]() |
| ฉบับฟื้นฟู |
![]() |
| ตีความตรงไปตรงมาตามบริบท ไม่เกี่ยวกับการประชุมในยุคปัจุบัน |
วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วิหาร "อาร์เทมิส" แห่ง "เอเฟซัส"
Cult Prostitute คือวิธีการของคนยุคโบราณที่ใช้การล่วงประเวณีเป็นสัญลักษณ์ของการบูชาความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง มีหลากหลายอาณาจักร โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยสุเมเรียน หรือบาบิโลเนียเลยทีเดียว
| ธรรมบัญญัติของชาวยิวกล่าวห้ามไว้อย่างชัดเจน |
| วิหารของอาร์เทมิสอยู่ที่ถนนหน้าเมืองเอเฟซัส |
| ใหญ่กว่าวิหารเพนทานอนถึง 4 เท่า |
| เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ |
| ในพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าได้เตือนคนของพระองค์ให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ |
ความหมายของยุทธภัณฑ์ (เอเฟซัส บทที่ 6) มาจากชุดของ "กลาดิเอเตอร์"
หนึ่งในนักสู้ที่ผ่านสังเวียนแห่งนี้มามากมาย ชื่อของ "เวรัส" กลับเป็นนักสู้เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
"เวรัส" เกิดมาเป็นเสรีชน แต่เขาถูกจับในปี ค.ศ. 76 ที่ชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรโรม เขาถูกนำตัวกลับมายังอิตาลีและถูกบังคับให้เป็นทาส "เวรัส" ทำงานอยู่ในเหมืองหนึ่งปีก่อนจะฉวยโอกาสหนีจากการงานอันตรากตรำของทาสในเหมืองหิน และถูกนำไปเป็นนักสู้ฝึกหัด
เขาเข้ารับการฝึกเพื่อจะเรียนรู้เทคนิคอันซับซ้อน และต้องใช้ฝีมืออย่างสูงของนักสู้กลาดิเอเตอร์ "เวรัส" หล่อหลอมมิตรภาพกับนักสู้ฝึกหัดคนอื่นๆ และเรียนรู้ว่าชีวิตของกลาดิเอเตอร์นั้นอาจจะโสมม ป่าเถื่อน แต่เขาก็เรียนรู้เช่นกันว่าหากมีโชค ฝีมือและความกล้าหาญสุดหัวใจ นักสู้ในสังเวียนก็สามารถโด่งดัง ร่ำรวย ดึงดูดสตรีมากมายให้มาหลงใหล ในที่สุดเวรัสก็สามารถไต่อันดับขึ้นมาและกลายเป็นนักสู้ในสังเวียนที่โด่งดังจนได้
ซึ่งรวมถึง "มูร์มิลลอส" ที่ถือโล่ขนาดใหญ่และดาบเล่มยาว "ธราเชียน" ซึ่งต่อสู้เหมือนคนกรีก และ "เรทาริอัส" ซึ่งใช้แหและสามง่ามเป็นอาวุธ
แม้ว่านักสู้ในสังเวียนส่วนมากจะเป็นทาส แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะเมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 นักสู้กลาดิเอเตอร์มากกว่า 1 ใน 3 เป็นคนที่สมัครใจเข้ามา โดยมีชื่อเสียงและความมั่งคั่งเป็นสิ่งล่อใจ และการต่อสู้ทุกครั้งก็ไม่ได้จบลงด้วยความตายเสมอไป พวกเขามีโอกาสที่ดีที่จะเอาชีวิตรอด และหลายคนก็อำลาสังเวียนไปหลังจากประสบความสำเร็จในอาชีพนี้
สำหรับคนที่เสียชีวิตพวกนักสู้ในสังเวียนได้ร่วมกันตั้งชมรมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อจ่ายเงินสำหรับการทำศพแก่นักสู้ที่เสียชีวิต พวกเขาเชื่อว่าถ้าไม่มีการทำศพอย่างถูกต้อง ผู้ที่ตายจะถูกสาปให้เร่ร่อนเป็นผีอยู่ในโลกตลอดไป
ซึ่งรวมถึง "มูร์มิลลอส" ที่ถือโล่ขนาดใหญ่และดาบเล่มยาว "ธราเชียน" ซึ่งต่อสู้เหมือนคนกรีก และ "เรทาริอัส" ซึ่งใช้แหและสามง่ามเป็นอาวุธ
แม้ว่านักสู้ในสังเวียนส่วนมากจะเป็นทาส แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะเมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 นักสู้กลาดิเอเตอร์มากกว่า 1 ใน 3 เป็นคนที่สมัครใจเข้ามา โดยมีชื่อเสียงและความมั่งคั่งเป็นสิ่งล่อใจ และการต่อสู้ทุกครั้งก็ไม่ได้จบลงด้วยความตายเสมอไป พวกเขามีโอกาสที่ดีที่จะเอาชีวิตรอด และหลายคนก็อำลาสังเวียนไปหลังจากประสบความสำเร็จในอาชีพนี้
สำหรับคนที่เสียชีวิตพวกนักสู้ในสังเวียนได้ร่วมกันตั้งชมรมฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อจ่ายเงินสำหรับการทำศพแก่นักสู้ที่เสียชีวิต พวกเขาเชื่อว่าถ้าไม่มีการทำศพอย่างถูกต้อง ผู้ที่ตายจะถูกสาปให้เร่ร่อนเป็นผีอยู่ในโลกตลอดไป
| มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีที่เมืองเอเฟซัสด้วย |
| กลาดิเอเตอร์ เกิดขึ้นในสมัยอาณาจักรโรมัน |
| สิ่งที่เปาโลบรรยายในเอเฟซัส มาจากชุดของ "กลาดิเอเตอร์" |
เปาโลนำเรื่องนี้มายกตัวอย่างในจดหมายฝากเอเฟซัส เพื่อให้คริสเตียนในยุคนั้นมีใจกล้าหาญเหมือนนักสู้กลาดิเอเตอร์ และสิ่งสำคัญของชุดนักสู้ก็คือไม่มีเครื่องป้องกันหลัง ซึ่งต้องสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง เพราะเมื่อลงสนามแล้วจะเลิกสู้ไม่ได้
จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลาโดยการอธิษฐานและการวิงวอนทุกๆ อย่าง เพราะเหตุนี้จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ (อฟ. 6:18)
วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
Transcendence 'คอมพ์สมองคนพิฆาตโลก'
Transcendence
'คอมพ์สมองคนพิฆาตโลก ก่อนดูเข้าใจว่าเป็นหนังแนว "แอนตี้ไคร้ส์"
คอมพิวเตอร์มีความคิดแบบมนุษย์ อืมคงน่ากลัว
ดูหนังตัวอย่างแล้วคงแนวนั้นเลย
แต่ เมื่อชมไปเรื่อยๆ ตัวเอกของเรื่องถูกลอบยิง และป่วยจนเกือบตาย สุดท้ายภรรยาและเพื่อนก็ช่วยโหลดความทรงจำของเขาเข้าในระบบคอมพ์จนสำเร็จ
กลุ่มคนที่ต่อต้านเรื่องนี้ก็ตามล่าเขาทุกวิธีทาง จนสุดท้าย FBI ก็ร่วมจัดการด้วย เพราะมองว่าเป็นภัยมากกว่าเป็นเรื่องดี
หนัง พยายามให้คนดูรู้สึกว่าตัวภรรยาเห็นแก่ตัว และคิดผิดในการสร้างคอมพ์นี้ขึ้นมา แต่ในระหว่างเรื่องมีการรักษาคนถูกทำร้ายปางตาย รักษาคนขาพิการ รักษาคนตาบอด และรักษาคนมากมาย จนดูเหมือนว่าคอมพ์นี้จะกลายเป็นพระเจ้าแล้วต้องรีบจัดการซะ
ครับ พวกต่อต้านทำสำเร็จ ตอนเกือบจบ ผมถึงเก็ท ว้าว นี่มันเรื่อง "พระเยซู" เลยนะ พวกปุโรหิตกลัวพระเยซู และกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทพระเจ้า ต้องฆ่าทิ้งซะ
ในเรื่องคอมพ์สมองคนไม่เคยฆ่าใครเลย มีแต่รักษา ส่วนอีกพวก มีแต่ฆ่าทิ้งถ้าดูเป็นอันตราย
สุดท้าย มนุษย์ก็รับผลของการกระทำของตน
แต่ เมื่อชมไปเรื่อยๆ ตัวเอกของเรื่องถูกลอบยิง และป่วยจนเกือบตาย สุดท้ายภรรยาและเพื่อนก็ช่วยโหลดความทรงจำของเขาเข้าในระบบคอมพ์จนสำเร็จ
กลุ่มคนที่ต่อต้านเรื่องนี้ก็ตามล่าเขาทุกวิธีทาง จนสุดท้าย FBI ก็ร่วมจัดการด้วย เพราะมองว่าเป็นภัยมากกว่าเป็นเรื่องดี
หนัง พยายามให้คนดูรู้สึกว่าตัวภรรยาเห็นแก่ตัว และคิดผิดในการสร้างคอมพ์นี้ขึ้นมา แต่ในระหว่างเรื่องมีการรักษาคนถูกทำร้ายปางตาย รักษาคนขาพิการ รักษาคนตาบอด และรักษาคนมากมาย จนดูเหมือนว่าคอมพ์นี้จะกลายเป็นพระเจ้าแล้วต้องรีบจัดการซะ
ครับ พวกต่อต้านทำสำเร็จ ตอนเกือบจบ ผมถึงเก็ท ว้าว นี่มันเรื่อง "พระเยซู" เลยนะ พวกปุโรหิตกลัวพระเยซู และกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทพระเจ้า ต้องฆ่าทิ้งซะ
ในเรื่องคอมพ์สมองคนไม่เคยฆ่าใครเลย มีแต่รักษา ส่วนอีกพวก มีแต่ฆ่าทิ้งถ้าดูเป็นอันตราย
สุดท้าย มนุษย์ก็รับผลของการกระทำของตน
Heaven is for Real หนังน่าสนใจ
เป็นอีกเรื่องที่เพิ่งดูจบไป ทีแรกเข้าใจว่าเรื่องเดียวกับหนังสือที่เคยมีขายในเมืองไทย "สวรรค์นั้นเป็นจริง (Heaven is so Real)" แต่พอมาดู อ้าวคนละเรื่องกัน
![]() |
| คนละเรื่องกับหนังสือเล่มนี้ |
ดูๆ ไปก็ได้ข้อคิดตรงที่ว่า ที่ไปๆ โบสถ์กันน่ะ เชื่อเรื่อง "สวรรค์"
กันจริงๆ ไหม หนังเล่าเรื่องแบบไปเรื่อยๆ ไม่รีบ
และทำให้เห็นบรรยากาศของคริสตจักรชนบทในอเมริกาได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะเรื่องพาลูกมาโรงพยาบาล คงไกลมากๆ กว่าจะเข้าเมืองที...
ใครสนใจลองหามาชมนะครับ น่าสนใจดี และมีตอนท้ายเรื่องกล่าวถึงภาพวาด
"พระเยซู" จากผลงานของเด็กอีกคนด้วยที่ก็ไปสวรรค์เหมือนกัน
![]() |
| ผลงานของ Akiane เด็กหญิงที่ได้ไปสวรรค์เหมื |
![]() |
| เธอวาดภาพพระเยซูที่เธอได้พบเห็น |
วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
14 ขั้นตอนการผลิต DVD ของ sophiaMedia
มีหลายท่านสนใจอยากทราบขั้นตอนการผลิต DVD ของเรา ว่ามีระยะเวลาการทำงานอย่างไร ยุ่งยากแค่ไหน เราเลยนำขั้นตอนคร่าวๆ มานำเสนอให้ทุกท่านที่สนใจทราบวิธีการกันครับ ไม่อยากมาก หากท่านใดสนใจเรียนรู้ขั้นตอนใด ก็สามารถติดต่อทางเรามาได้ที่ sophiamedia.thai@gmail.com ยินดีถ่ายทอดวิชาให้ในราคากันเองครับ (รวมขั้นตอนทั้งหมดประมาณ 40 วัน)
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
DVD ชุดใหม่ประจำเดือนกรกฎาคม 2014 มีออกใหม่ 2 ชุด
วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557
รวมภาพกิจกรรมสัมมนาครั้งที่ 2/2014 ปฐมกาล 25-36
คนน้อยคนมาก ไม่ใช่ปัญหาของการสัมมนา เพราะเนื้อหาแน่น เข้มข้นทุกครั้ง เตรียมพบกับ DVD สัมมนา เร็วๆ นี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















