ตอนที่ 11 ซีโมน พรรคชาตินิยม (คนคานาอัน) หรือ ซีโมน ผู้คลั่งชาติ อดีตนักปฏิวัติ ผู้เรียนรู้หนทางแห่งอาณาจักรพระเจ้า
พระคัมภีร์อ้างอิงหลัก มัทธิว 10:4 มาระโก 3:18 ลูกา 6:15
ซีโมน พรรคชาตินิยม (คนคานาอัน) หรือ ซีโมน ผู้คลั่งชาติ
อดีตนักปฏิวัติ ผู้เรียนรู้หนทางแห่งอาณาจักรพระเจ้า
ในรายชื่ออัครสาวกสิบสองคนของพระเยซูคริสต์ มีชายผู้หนึ่งที่ชื่อของเขาเผยให้เห็นอดีตที่ร้อนแรงทางการเมืองและความเชื่ออย่างลึกซึ้ง เขาคือ ซีโมน พรรคชาตินิยม หรือที่พระคัมภีร์บางตอนเรียกว่า ซีโมน คนคานาอัน (มัทธิว 10:4, มาระโก 3:18, ลูกา 6:15) คำว่า “คนคานาอัน” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงชาวคานาอันตามเชื้อชาติ แต่เป็นคำที่ถอดมาจากคำอาราเมอิก qan’an ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้กระตือรือร้น” หรือ “ผู้คลั่งไคล้ในอุดมการณ์” ส่วนพระกิตติคุณลูกาใช้คำกรีกว่า zelotes ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ผู้คลั่งชาติ” หรือ “ผู้รักชาติอย่างแรงกล้า”
คำนี้ทำให้นักประวัติศาสตร์พระคัมภีร์เข้าใจว่า ซีโมนอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาตินิยมยิวที่เรียกว่า ซีลอท กลุ่มผู้ต่อต้านการปกครองของจักรวรรดิโรมันอย่างดุเดือด ในศตวรรษแรก ปาเลสไตน์เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมือง ชาวยิวจำนวนมากใฝ่ฝันถึงการปลดปล่อยชาติ และเชื่อว่าพระเมสสิยาห์จะมาเป็นกษัตริย์นักรบเหมือนดาวิด เพื่อขับไล่โรมออกจากแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ คนหนุ่มจำนวนหนึ่งจึงเข้าร่วมขบวนการใต้ดินที่ใช้การต่อต้าน การปลุกระดม หรือแม้แต่การลอบสังหารเจ้าหน้าที่โรมัน
หากซีโมนเคยอยู่ในกระแสเช่นนี้จริง ชีวิตของเขาก่อนพบพระเยซูคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทางการเมืองและความเกลียดชังต่ออำนาจจักรวรรดิ แต่แล้ววันหนึ่ง เขาได้พบกับพระอาจารย์จากนาซาเร็ธ ผู้ประกาศว่า “อาณาจักรของพระเจ้าเข้ามาใกล้แล้ว” พระเยซูมิได้เรียกร้องให้ลุกขึ้นจบดาบต่อสู้กับโรม แต่ทรงสอนเรื่องการกลับใจ การรักศัตรู และการวางใจในพระราชอำนาจของพระเจ้า
สำหรับชายผู้เคยฝันถึงการปฏิวัติทางการเมือง การติดตามพระเยซูจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างลึกซึ้ง จากการต่อสู้ด้วยกำลัง สู่การสร้างอาณาจักรฝ่ายวิญญาณ
สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ ในกลุ่มอัครสาวกของพระเยซู มีชายอีกคนหนึ่งที่เคยอยู่คนละฝั่งของสังคมโดยสิ้นเชิง นั่นคือ มัทธิว คนเก็บภาษี ผู้ทำงานให้กับจักรวรรดิโรมัน ชายที่เคยร่วมมือกับผู้ยึดครอง กลับนั่งโต๊ะเดียวกับชายที่อาจเคยต่อต้านโรมด้วยความเกลียดชัง นี่คือภาพสะท้อนอันลึกซึ้งของอาณาจักรพระเจ้า ที่ซึ่งศัตรูทางสังคมสามารถกลายเป็นพี่น้องกันได้
พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกคำพูดหรือเหตุการณ์เด่นของซีโมนมากนัก แต่ชื่อของเขาอยู่ในรายชื่ออัครสาวกทุกครั้งอย่างมั่นคง แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่เดินเคียงข้างพระเยซูตลอดการทรงงาน
ตามธรรมเนียมของคริสตจักรยุคแรก ซีโมนยังคงประกาศข่าวประเสริฐหลังการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ มีรายงานหลากหลายว่าท่านอาจเดินทางไปประกาศในซีเรีย เปอร์เซีย อียิปต์ หรือแม้แต่แอฟริกาเหนือ บางธรรมเนียมกล่าวว่าเขาร่วมประกาศกับยูดา ธัดเดอัส และเสียชีวิตเป็นมรณสักขีเพื่อความเชื่อ
ไม่ว่ารายละเอียดทางประวัติศาสตร์จะเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ชายผู้เคยทุ่มเทชีวิตเพื่อการปลดปล่อยทางการเมือง ได้ค้นพบภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการประกาศอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วยพรมแดนชาติพันธุ์หรืออำนาจจักรวรรดิใดๆ
ชีวิตของซีโมนจึงสะท้อนความจริงสำคัญของประวัติศาสตร์คริสเตียนยุคแรก พระเยซูมิได้เลือกเฉพาะนักปราชญ์หรือผู้นำศาสนาเท่านั้น แต่ทรงเรียกทั้งชาวประมง คนเก็บภาษี และแม้แต่อดีตนักปฏิวัติ เพื่อสร้างชุมชนใหม่ที่มีรากฐานอยู่บนความรัก ความจริง และพระคุณของพระเจ้า
ข้อคิดสำหรับวันนี้
พระเจ้าสามารถเปลี่ยนความร้อนแรงของมนุษย์ให้กลายเป็นพลังเพื่ออาณาจักรของพระองค์ได้ไม่ว่าความหลงใหลในอดีตของเราจะเป็นเรื่องการเมือง อำนาจ หรือความทะเยอทะยานเพียงใด หากเรานำมันมอบไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระองค์สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเครื่องมือแห่งความรัก ความจริง และการรับใช้โลกใบนี้ได้.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น