เอปาฟรัส – ผู้จุดไฟในโคโลสี
ผู้ก่อตั้งคริสตจักรในโคโลสี และนักอธิษฐานเพื่อคริสตจักร
หากเราพูดถึงเมืองโคโลสี เรามักจะนึกถึงจดหมายของเปาโลที่เขียนถึงพี่น้องในเมืองโคโลสี แต่เบื้องหลังความเชื่อที่เติบโตขึ้นในเมืองเล็กลงไปในหุบเขาแห่งนี้ มีบุรุษผู้หนึ่งที่เป็นทั้ง "ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์" และ "ผู้ปกป้องด้วยเข่า" เขาชื่อ เอปาฟรัส
เอปาฟรัส ไม่ใช่คนนอกที่แวะเวียนมาแล้วจากไป แต่เขาคือคนท้องถิ่นของโคโลสี ผู้ได้พบกับพระคริสต์ผ่านการสั่งสอนของเปาโลที่เมืองเอเฟซัส เมื่อไฟแห่งความรอดจุดระเบิดขึ้นในใจ เขาไม่ได้เก็บมันไว้กับตัวเอง เอปาฟรัสหอบเอาข่าวประเสริฐเดินทางกลับมายังบ้านเกิด นำความสว่างมาสู่ครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมชาติ จนก่อตัวขึ้นเป็น "คริสตจักรโคโลสี" เขาคือผู้ก่อตั้งที่ยอมตรากตรำเพื่อให้คนในบ้านเกิดของตนได้รู้จักความจริง
แต่บทบาทของเอปาฟรัส ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเริ่มต้นคริสตจักร สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็น "ผู้จุดไฟ" ที่แท้จริง คือชีวิตแห่งการอธิษฐาน เปาโลได้บันทึกถึงเขาไว้ใน โคโลสี 4:12 ว่า
"เอปาฟรัสซึ่งเป็นคนหนึ่งในท่านและเป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ ก็ฝากคำทักทายมายังพวกท่านเช่นกัน เขาเพียรพยายามอธิษฐานเผื่อท่านอยู่เสมอ เพื่อว่าพวกท่านจะมั่นคง เป็นผู้ใหญ่และมีความมั่นใจในพระประสงค์ของพระเจ้าทั้งหมด"
คำว่า "เพียรพยายาม" ในภาษาเดิมมีความหมายลึกซึ้งถึงการ "ต่อสู้" หรือ "ปล้ำสู้" เหมือนนักกีฬาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดจนหยดสุดท้าย เอปาฟรัสไม่ได้อธิษฐานตามหน้าที่ หรือกล่าวคำอวยพรสั้นๆ ก่อนนอน แต่เขากำลังทำสงครามฝ่ายวิญญาณบนเข่าของเขา เพื่อปกป้องพี่น้องคริสเตียนในโคโลสีให้รอดพ้นจากคำสอนเท็จ และเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์
แม้ในยามที่เขาต้องติดคุกอยู่ร่วมกับเปาโลที่กรุงโรม ร่างกายของเขาถูกจำกัดอิสรภาพ แต่จิตวิญญาณและคำอธิษฐานของเขาไม่มีกำแพงใดขวางกั้นได้ เขายังคงคร่ำครวญและสู้รบเพื่อคริสตจักรที่รักของเขาอยู่เสมอ
ข้อคิดสำหรับวันนี้
ชีวิตของเอปาฟรัสในตอนนี้ ได้มอบบทเรียนสำคัญ 2 ประการให้กับเราในการดำเนินชีวิต
· อย่าเป็นเพียง "ผู้เริ่มต้น" แต่จงเป็น "ผู้โอบอุ้ม"
การจุดไฟเริ่มทำสิ่งดีๆ หรือการแบ่งปันความรักให้กับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การจะรักษาไฟนั้นให้คงอยู่ต้องอาศัยการทุ่มเทอธิษฐานเผื่ออย่างต่อเนื่อง เหมือนเอปาฟรัส ที่ไม่ได้แค่ตั้งคริสตจักรแล้วปล่อยมือ แต่เขาโอบอุ้มพี่น้องทุกคนไว้ในคำอธิษฐานเสมอ
· พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นเมื่อเราคุกเข่า
ในวันที่เราอาจจะทำอะไรไม่ได้มากด้วยกำลังกาย หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่จำกัดเหมือนเอปาฟรัสในเรือนจำ จำไว้ว่า "การอธิษฐานด้วยใจร้อนรน" คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด คำอธิษฐานที่จริงใจและทุ่มเทของเรา สามารถส่งไปถึง และเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนได้ แม้เราจะอยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกก็ตาม
สะท้อนใจวันนี้ วันนี้มีใครบางคนที่พระเจ้าทรงใส่เข้ามาในใจของคุณหรือไม่? มีคริสจักร มีครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานคนไหนที่กำลังเผชิญการทดลองอยู่หรือเปล่า? ให้เราเลียนแบบอย่างเอปา ฟรัส — ใช้เข่าของเราสู้รบแทนพวกเขา และจุดไฟแห่งความเชื่อให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งผ่านคำอธิษฐานของเราในวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น