ฟีเลโมน – ผู้นำแห่งบ้านที่เปิดรับ
ฟีเลโมน – ผู้นำแห่งบ้านที่เปิดรับ
เจ้าของบ้านคริสตจักร ผู้เป็นแบบอย่างแห่งพระคุณและการคืนดี
"ฟีเลโมน" ชายผู้เป็นแบบอย่างของผู้นำที่มีหัวใจเปิดกว้าง เจ้าของบ้านที่กลายเป็นศูนย์กลางแห่งพระคุณและการคืนดี
ฟีเลโมนคือใคร และบริบทคริสตจักรในบ้าน
ฟีเลโมนคือคริสเตียนผู้มีฐานะอันมั่งคั่งใน เมืองโคโลสี (เมืองท่าและการค้าที่สำคัญในแคว้นฟรีเจีย ยุคจักรวรรดิกรีก-โรมัน) แต่สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นไม่ใช่ความมั่งคั่งทางโลก ทว่าคือการที่เขาใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อพระคริสต์ โดยการ เปิดบ้านของตนให้เป็นคริสตจักร (ฟีเลโมน บทที่ 1 ข้อ 1 ถึง 2)
ในยุคแรกนั้น คริสเตียนยังไม่มีอาคารโบสถ์เหมือนในปัจจุบัน หลักฐานทางโบราณคดี (เช่น การค้นพบคริสตจักรในบ้านที่เมืองดูรา-ยูโรปอส) ยืนยันว่า บ้านขนาดใหญ่ของคริสเตียนที่มีฐานะนี่เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการขยายตัวของคริสตศาสนา บ้านของฟีเลโมนจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อ การนมัสการ และความรักความผูกพัน
วิกฤตการณ์และบททดสอบ โอเนสิมัส ทาสผู้หลบหนี
ในบริบทสังคมโรมันยุคนั้น "ระบบทาส" เป็นสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงหากมีการหลบหนี และ โอเนสิมัส ก็คือทาสในบ้านของฟีเลโมนที่ได้ขโมยสิ่งของและหนีไป แต่ในความสัพพัญญูของพระเจ้า โอเนสิมัสได้ไปพบกับเปาโลในคุก และได้รับการบังเกิดใหม่กลายเป็นคริสเตียน
เปาโลได้เขียนจดหมายฉบับนี้ส่งกลับมาพร้อมกับโอเนสิมัส เพื่อท้าทายหัวใจของฟีเลโมนด้วยข่าวประเสริฐอย่างสิ้นเชิง ในสังคมโรมัน ฟีเลโมนมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะลงโทษทาสที่หนีไปได้อย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต แต่เปาโลขอให้ฟีเลโมนต้อนรับโอเนสิมัสกลับไป "ไม่ได้เป็นทาสอีกต่อไป แต่ดียิ่งกว่าทาส คือเป็นพี่น้องที่รัก" (ฟีเลโมน บทที่ 1 ข้อ 16)
ความหมายทางศาสนศาสตร์ ภาพสะท้อนการคืนดี
จดหมายฟีเลโมนไม่ใช่แค่เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็น ภาพสะท้อนทางศาสนศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่
• โอเนสิมัส เปรียบเสมือนพวกเรามนุษย์ทุกคนที่เคยหลบหนีและเป็นหนี้ความบาปต่อพระเจ้า
• เปาโล ทำหน้าที่เป็นคนกลาง (ภาพลักษณ์ของพระคริสต์) ที่กล่าวว่า "ถ้าเขาทำผิดต่อท่านหรือเป็นหนี้อะไรไว้ จงคิดเอาจากข้าพเจ้า" (ฟีเลโมน บทที่ 1 ข้อ 18)
• ฟีเลโมน ถูกท้าทายให้สำแดงพระคุณของพระเจ้ายกหนี้และให้อภัย เหมือนที่พระเจ้าทรงให้อภัยเขา
การคืนดีกันระหว่างนายและทาสในคริสตจักรในบ้านของฟีเลโมน จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์มีฤทธิ์เดชในการทำลายกำแพงชนชั้นและศักดิ์ศรีของมนุษย์ในสังคมโรมันลงอย่างสิ้นเชิง
ข้อคิดสำหรับวันนี้ (Takeaways for Today)
เรื่องราวของฟีเลโมนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นหลักการที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตคริสเตียนปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้งใน 3 ด้าน
1. การเป็นคริสตจักรที่เปิดรับ (Hospitality)
บ้านหรือชีวิตของเราเปิดต้อนรับผู้อื่นมากแค่ไหน? ฟีเลโมนเปิดบ้านเพื่อให้คนมาพบพระเจ้า ในปัจจุบัน เราไม่จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่ แต่เราสามารถเปิด "ใจ" และเปิด "พื้นที่ชีวิต" ของเรา เพื่อต้อนรับ หนุนใจ และเยียวยาผู้คนรอบข้างที่กำลัง บาดเจ็บได้
2. พระคุณที่อยู่เหนือแนวคิดของโลก (Grace over Law)
ตามกฎหมายโลก ฟีเลโมนมีสิทธิ์พิพากษาโอเนสิมัส แต่ตามกฎแห่งพระคุณ เขาถูกเรียกให้ให้อภัย ในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อมีใครทำผิดต่อเรา เราเลือกที่จะทวงสิทธิ์ตามกฎเกณฑ์ของโลก หรือเลือกที่จะสำแดงพระคุณและการให้อภัยแบบพระคริสต์?
3. ความเสมอภาคและคุณค่าในพระคริสต์
ในสังคมที่มักแบ่งแยกผู้คนด้วยฐานะ หน้าที่การงาน หรือภูมิหลัง คริสตจักรและชุมชนของพระเจ้าต้องเป็นสถานที่ที่ทุกคนเป็น "พี่น้องที่รัก" อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีกำแพงแห่งความแตกต่าง เพราะเราทุกคนล้วนถูกไถ่ด้วยพระโลหิตเดียวกัน
ข้อพระคัมภีร์หนุนใจ
"อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้เขาจากท่านไปชั่วระยะหนึ่ง เพื่อท่านจะได้เขากลับคืนมาตลอดไป เขาไม่ได้เป็นทาสอีกต่อไป แต่ดียิ่งกว่าทาส คือเป็นพี่น้องที่รัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าพเจ้า และสำหรับท่านเขาเป็นมากยิ่งกว่านั้นอีก ทั้งในฐานะที่เขาเป็นอยู่ในสังคมและในฐานะที่เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า" — ฟีเลโมน บทที่ 1 ข้อ 15 ถึง 16
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น